วิธีการใช้รถบ้าน RV เพื่อการท่องเที่ยว จากประสบการณ์ตรง

ข่าวคราวการนำรถบ้านหรือที่เรียกว่า RV หรือ Recreational Vehicle จากเมืองจีนเข้ามาขับท่องเที่ยวในเมืองไทย ทำให้ผมอยากเล่าประสบการณ์การใช้รถบ้านในอเมริกาอยู่เกือบสิบวันเพื่อให้ท่านๆได้ทราบและจะได้เห็นมุมมองว่า เพราะเหตุใดประเทศไทยเราจึงยังไม่พร้อมและไม่ควรให้รถพวกนี้เข้ามาในบ้านเราโดยเด็ดขาด

ความสดวกสบายบนรถ RV ที่เหมือนบ้านขนาดเล็กหลังนึง

ความสดวกสบายบนรถ RV ที่เหมือนบ้านขนาดเล็กหลังนึง

ผมจะเล่าว่า

รถบ้าน RV สดวกสบายอย่างไร

รถบ้าน RVลำบากอย่างไร

ใช้งานรถบ้าน RV อย่างไร

ระบบรองรับรถบ้าน RV ของสถานที่ท่องเที่ยวจะต้องเป็นอย่างไร

เรามาดูกันเลยครับ

รถบ้าน RV สดวกสบายอย่างไร

นี่คือรถบ้านครับ สังเกตุความยาว

นี่คือรถบ้านครับ สังเกตุความยาว ท้ายรถคือห้องนอน

เมื่อมองจากช่วงกลางของรถ

เมื่อมองจากช่วงกลางของรถ

โต๊ะนั่งเล่น กินข้าว เล่นคอม

โต๊ะนั่งเล่น กินข้าว เล่นคอม

ห้องครัว และที่ล้างจาน มองไปเห็นห้องน้ำมีที่ทำน้ำร้อน

ห้องครัว และที่ล้างจาน มองไปเห็นห้องน้ำมีที่ทำน้ำร้อน

ห้องสุขา เต็มรูปแบบ

ห้องสุขา เต็มรูปแบบ

นั่งกินอาหารเช้า กลางวัน เย็น ณจุดที่อยากจอด (ตามกฏจราจร)

นั่งกินอาหารเช้า กลางวัน เย็น ณจุดที่อยากจอด (ตามกฏจราจร)

ล้างจาน ทำกับข้าว เหมือนบ้านเล็กๆ

ล้างจาน ทำกับข้าว เหมือนบ้านเล็กๆ

การใช้รถบ้านก็เหมือนกับการเอาห้องพักแบบสตูดิโอไปไหนมาไหนกับเราด้วย มีที่นั่งเล่น มีห้องน้ำ มีครัว มีห้องสุขา มีห้องนอน เรียงกันตามความยาวของรถ แถมในรถก็มีที่เก็บน้ำ มีที่ปั่นไฟ มีถังแก็ซ  ทำให้เราสามารถเที่ยวไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องเช่าโรงแรม และ เปลี่ยนที่นอนได้ตามใจชอบโดยไม่ต้องขนกระเป๋าหนักๆไปมาตลอดเวลา

รถบ้าน RVลำบากอย่างไร

รถที่มีความยาวเกือบเท่ารถเมล์ทำให้ขับยาก แถมพวงมาลัยซ้ายเสียอีก

รถที่มีความยาวเกือบเท่ารถเมล์ทำให้ขับยาก แถมพวงมาลัยซ้ายเสียอีก

การหาที่จอด ต้องจอดตามสถานที่ที่กำหนดเท่านั้น เพราะความจำเป็นและความปลอดภัย

การหาที่จอด ต้องจอดตามสถานที่ที่กำหนดเท่านั้น เพราะความจำเป็นและความปลอดภัย

จุดสำคัญของการจอดคือ การเติมน้ำใช้ นำ้ดื่ม และ ระบายของเสียจากร่างกายอย่างมีสุขอนามัย

จุดสำคัญของการจอดคือ การเติมน้ำใช้ นำ้ดื่ม และ ระบายของเสียจากร่างกายอย่างมีสุขอนามัย

จุดระบายมูลฝอย

แม้ว่าการไปไหนมาไหนกับรถบ้าน RV จะมีความสดวก แต่มีสองสามสิ่งที่ต้องพิจารณาในการจอดค้างอ้างแรม นั่นคือ ความปลอดภัย การมีสาธารณูปโภครองรับ (เดี๋ยวจะเล่าต่อ) และ กฏหมาย ดังนั้นจึงเกิดมีธุรกิจที่เรียกว่า  RV Park & Range เกิดขึ้น ที่เราจะต้องไปเช่าที่จอดรถ เพราะเค้าจะมีสาธารณูปโภครองรับความต้องการของเราและรถ​ RV เป็นอย่างดี

แต่ด้วยความที่จุดจอดรถหรือ RV Park & Range มีเยอะ แต่ ก็มีความต้องการในที่จอดรถเช่นกัน เราต้องโทรไปจองไว้ก่อน และ ราคาจะแตกต่างกัน เช่น มีที่ให้ระบายมูลฝอย มีไฟฟ้าให้เสียบใช้ มีน้ำสะอาดให้เติม และ ค่าจอด ทั้งหมดจะมีความแตกต่างกัน บางจุดจอดมีไม่ครบ ต้องไปจอดต่อคิวเพื่อใช้ที่ระบายของเสียเป็นต้น ดังนั้นผู้ที่จะหาที่จอดต้องติดต่อไว้ล่วงหน้า

ส่วนหากอยากจะหาที่จอดฟรี เช่น Wallmart จะอนุญาตให้เราเข้าไปจอดรถได้ แต่จะไม่มีสาธารณูปโภคให้ใช้ แต่ ก็ปลอดภัย เมื่อเราใช้น้ำในรถหมด หรือ เริ่มมีของเสียเต็ม เราก็ต้องไปหาที่เพื่อระบายออกอยู่ดี

ใช้งานรถบ้าน RV อย่างไร

หากเราเน้นการทำอาหาร และ หากใช้รถ RV ในฤดูหนาว เราต้องใช้แก็ซเพื่อความอุ่นในรถช่วงกลางคืน

หากเราเน้นการทำอาหาร และ หากใช้รถ RV ในฤดูหนาว เราต้องใช้แก็ซเพื่อความอุ่นในรถช่วงกลางคืน

ต้องเติมน้ำสะอาดสำหรับอาบน้ำ ล้างมือ ล้างจานในรถ

ต้องเติมน้ำสะอาดสำหรับอาบน้ำ ล้างมือ ล้างจานในรถ

จุดเติมน้ำสะอาดเข้ารถ

จุดเติมน้ำสะอาดเข้ารถ

ที่สำคัญคือ เราต้องมีที่ดูดส้วม เราต้องทำเองครับ ด้วยการต่อท่อเพื่อเอาสิ่งที่เราขับถ่าย อาบน้ำ ล้างจาน ทิ้งออกจากรถ

ที่สำคัญคือ เราต้องมีที่ดูดส้วม เราต้องทำเองครับ ด้วยการต่อท่อเพื่อเอาสิ่งที่เราขับถ่าย อาบน้ำ ล้างจาน ทิ้งออกจากรถด้วย ท่อยางที่เค้าให้มา

จุดสำคัญของการจอดคือ การเติมน้ำใช้ นำ้ดื่ม และ ระบายของเสียจากร่างกายอย่างมีสุขอนามัย

จุดสำคัญของการจอดคือ การเติมน้ำใช้ นำ้ดื่ม และ ระบายของเสียจากร่างกายอย่างมีสุขอนามัย

อันนี้เป็นจุดจอดรถแบบที่มีปลั๊กไฟฟ้าให้เสียบ แท่นเขียวๆ และ มีน้ำสะอาดให้เติม แต่ ไม่มีที่ระบายมูลและน้ำเสีย

อันนี้เป็นจุดจอดรถแบบที่มีปลั๊กไฟฟ้าให้เสียบ แท่นเขียวๆ และ มีน้ำสะอาดให้เติม แต่ ไม่มีที่ระบายมูลและน้ำเสีย

เครื่องปั่นไฟสำหรับชาร์จเข้าแบตเตอรี่สำรอง แต่ ตอนนอนเค้าไม่ให้เปิด ให้เราต้องเสียบไฟจากที่จอดเข้าไปใช้เท่านั้นเพือความเงียบสงบ

เครื่องปั่นไฟสำหรับชาร์จเข้าแบตเตอรี่สำรอง แต่ ตอนนอนเค้าไม่ให้เปิด ให้เราต้องเสียบไฟจากที่จอดเข้าไปใช้เท่านั้นเพือความเงียบสงบ

ในการใช้รถบ้าน เราจึงจำเป็นต้องเติมสิ่งเหล่านี้คือ นำมันเชื่อเพลิง น้ำดื่ม น้ำอาบน้ำใช้  และเราก็ต้องมีที่กักเก็บน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากการอาบ ล้างจาน และของเสียจากร่างกาย ที่จะต้องหาที่ระบายอย่างถูกต้อง การระบายของเสียเหล่านี้ผิดที่จะเป็นความผิดทางกฏหมายที่ร้ายแรงของอเมริกา จะมีป้ายเตือนอยู่ตลอดเวลา

อีกประการนึงคือ เราต้องเลือกที่จอดให้ดี หากที่ที่ไปจอดไม่มีที่ระบาย เราต้องเตรียมดูว่า ที่เก็บของเสียใกล้จะเต็มหรือยัง หากเต็มเราก็จะใช้ไม่ได้เพราะมันจะไม่มีที่ลง อีกประการนึงคือ หากที่ไปจอดไม่มีไฟฟ้าให้เสียบแต่เราต้องการใช้ไฟฟ้า เราต้องเก็บไฟเข้าแบตสำรองเอาไว้ให้ดี หรือ ต้องเปิดเครื่องปั่นไฟฟ้า ซึ่งจะส่งเสียงรบกวนเพื่อนบ้าน

เพื่อนบ้านก็จะจอดเรียงๆกันไป บางทีก็ได้เพื่อนใหม่ แบ่งของกันกิน บางทีก็ส่งเสียงดังรบกวนกัน

เพื่อนบ้านก็จะจอดเรียงๆกันไป บางทีก็ได้เพื่อนใหม่ แบ่งของกันกิน บางทีก็ส่งเสียงดังรบกวนกัน

ระบบรองรับรถบ้าน RV ของสถานที่ท่องเที่ยวจะต้องเป็นอย่างไร

 เมื่อเปรียบเทียบว่า รถบ้าน RV คือบ้านเล็กๆหลังนึง การไปหาที่จอดจึงเหมือนกับการที่เราจะสร้างบ้านสักที่นึง จะสร้างแยกหรือจะสร้างรวมเป็นหมู่บ้านก็ต้องการระบบสาธารณูปโภครองรับ ทั้งน้ำ ไฟฟ้า เครื่องทำความอุ่น ระบบท่อระบายน้ำและการขจัดขยะมูลฝอย ประเทศที่มีรถ​​ RV เยอะๆจึงต้องกำหนดกฏกติกามารยาทและระบบรองรับและระบบลงโทษสำหรับผู้ที่ทำผิด

ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจากจีน เอารถบ้านหรือ RV เข้ามาใช้กัน แต่ว่า เรายังไม่มีทั้งกฏหมาย ระบบรองรับ และ ระบบลงโทษให้พร้อม ดังนั้นการนำรถ RV เข้ามาใช้ในภาวะที่เรายังไม่พร้อมจะก่อให้เกิดปัญหาหลากหลาย ตั้งแต่ความปลอดภัย อาชญากรรม สาธารณสุข และอื่นๆอีกมากมาย

วิวสวยๆของจุดจอดรถบ้าน

วิวสวยๆของจุดจอดรถบ้าน

หวังว่าบล็อกเรื่องนี้จะทำให้ท่านที่ไม่เคยมีประสบการณ์การใช้รถบ้าน ได้เกิดจินตนาการและความเข้าใจไม่มากก็น้อยครับ

อเมริกากับแผนการยึด 7 ประเทศตะวันออกกลาง

อเมริกามีแผนที่จะยึด 7 ประเทศในตะวันออกกลางมาแล้ว จากปากคำของนายพลระดับสูง 4-star U.S. Army general ของกองทัพสหรัฐอเมริกาออกมาพูดเอง ดูในคลิปตั้งแต่ที่นาทีที่ 1:06 เป็นต้นไปครับ

บางทีการสร้าง ISIS ขึ้นมาก็เพื่อการสนับสนุนแผนการอันนี้ ด้วยการยกให้ ISIS ทำหน้าที่ในการยึดดินแดนในตะวันออกกลางให้มากที่สุดแล้วอเมริกาก็เข้าไปปราบ ISIS อีกทีนึง และสถาปนาการปกครองใหม่ในตะวันออกกลาง

บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุที่รัสเซียต้องเข้ามาสกัดการเจริญเติบโตของ ISIS และต้องหาพวกคือ อิรัค อิหร่าน และ ซีเรีย เพื่อล็อคเป้าหมายไม่ให้แผนการครั้งนี้ของอเมริกาประสบความสำเร็จ

จริงเท็จประการใด ฟังคลิปได้ครับ

I knew why, because I had been through the Pentagon right after 9/11. About ten days after 9/11, I went through the Pentagon and I saw Secretary Rumsfeld and Deputy Secretary Wolfowitz. I went downstairs just to say hello to some of the people on the Joint Staff who used to work for me, and one of the generals called me in. He said, “Sir, you’ve got to come in and talk to me a second.” I said, “Well, you’re too busy.” He said, “No, no.” He says, “We’ve made the decision we’re going to war with Iraq.” This was on or about the 20th of September. I said, “We’re going to war with Iraq? Why?” He said, “I don’t know.” He said, “I guess they don’t know what else to do.” So I said, “Well, did they find some information connecting Saddam to al-Qaeda?” He said, “No, no.” He says, “There’s nothing new that way. They just made the decision to go to war with Iraq.” He said, “I guess it’s like we don’t know what to do about terrorists, but we’ve got a good military and we can take down governments.” And he said, “I guess if the only tool you have is a hammer, every problem has to look like a nail.”

So I came back to see him a few weeks later, and by that time we were bombing in Afghanistan. I said, “Are we still going to war with Iraq?” And he said, “Oh, it’s worse than that.” He reached over on his desk. He picked up a piece of paper. And he said, “I just got this down from upstairs” — meaning the Secretary of Defense’s office — “today.” And he said, “This is a memo that describes how we’re going to take out seven countries in five years, starting with Iraq, and then Syria, Lebanon, Libya, Somalia, Sudan and, finishing off, Iran.” I said, “Is it classified?” He said, “Yes, sir.” I said, “Well, don’t show it to me.” And I saw him a year or so ago, and I said, “You remember that?” He said, “Sir, I didn’t show you that memo! I didn’t show it to you!”

ใครเป็นใครในปัญหาซีเรีย สรุปย่อสั้นๆ

ปัญหาในซีเรียยืดเยื้อกันมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว และไม่มีแนวโน้มไปในทางที่ดีขึ้น แถมยังเป็นที่สงสัยกันว่าจะนำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 เสียด้วยหรือเปล่า เพราะตอนนี้มหาอำนาจของโลกเข้าไปวุ่นวายกันเต็มไปหมด

Syria ความวุ่นวายของทศวรรษกับเพื่อนบ้านจอมจุ้น

Syria ความวุ่นวายของทศวรรษกับเพื่อนบ้านจอมจุ้น

แถมเวลาฟังข่าว ก็มีฝ่ายโน้นฝ่ายนี้เข้ามาเกี่ยวข้องเต็มไปหมด ผมเลยไปศึกษามา(ไม่ได้รู้เองหรอกครับ)แล้วเอามาย่อให้ฟังคร่าวๆแบบนี้ครับ เวลาฟังข่าวจะได้ติดตามสถานการณ์ได้สนุกหน่อย

นักแสดงและตัวประกอบหลักๆของปัญหาซีเรีย

นักแสดงและตัวประกอบหลักๆของปัญหาซีเรีย

ก่อนที่จะเข้าใจปัญหาของซีเรีย เรามาเข้าใจทีมงานเอ๊ยการแบ่งแต่ละฝ่ายออกมาเป็นกลุ่มเป็นก้อนก่อนนะครับ

จัดออกมาให้เป็นกลุ่มก้อนจะได้เข้าใจง่ายๆนะครับ

จัดออกมาให้เป็นกลุ่มก้อนจะได้เข้าใจง่ายๆนะครับ

เอาล่ะเรามาเริ่มกันที่ประเทศซีเรีย จากวันที่ปัญหามันยังไม่มี

  1. ประธานาธิบดี บาร์ชา อัล อัสซาด ของซีเรียปกครองซีเรียมาตั้งแต่ปี 2000 ต่อมาจากพ่อของเค้า ฮาเฟส อัล อัสซาดที่เป็นประธานาธิบดีตั้งแต่ปี 1971-2000 จากนี้จะขอเรียกประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาดว่า นายอัสซาด เพื่อความง่ายครับ
ครอบครัวประธานาธิบดีซีเรีย

ครอบครัวประธานาธิบดีซีเรีย

2. ต่อมาเกิดปรากฏการณ์ Arab Spring ผู้คนลุกขึ้นมาต่อต้านผู้ปกครองของตน และลามมาถึงซีเรียด้วย ประชาชนออกมาเรียกร้องให้นายอัสซาดลาออก ด้วยสันติ แต่ นายอัสซาดไม่ยอม ก็แหงแหละครับใครจะไปลาออก เกิดการประท้วงไปทั่วและเกิดการยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ เอาแล้วไง ไอ้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นเสมอๆ เราต้องดูเป็นตัวอย่างครับ

3. พอประชาชนเกิดการสูญเสีย คราวนี้เลยกลายมาเป็นชนวนให้เกิดเป็นกลุ่มต่อต้านรัฐบาลนายอัสซาดอย่างจริงจัง จากนี้ไปจะเรียกกลุ่มนี้ว่ากลุ่มกบฎ Rebel ครับ

4. ทหารบางส่วนของนายอัสซาด ก็แยกตัวออกมาเพราะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายอัสซาด เกิดเป็นกลุ่มที่เราคุ้นหูว่า FSA หรือ Free Syrian Army คราวนี้ทั้งกลุ่มกบฎและกลุ่ม FSA ก็เริ่มต่อสู้กันเองกับทหารของนายนายอัสซาด กลายเป็นสงครามกลางเมืองที่พังพินาศกันไปทั่ว แต่ ยังพังไม่พอหรอกครับ นี่มันแค่เริ่มต้น

5. ต่อมาพวกกลุ่มหัวรุนแรง Jihadists รอบๆประเทศซีเรียก็เข้ามาสมทบอีก ไม่จบแค่นั้นกลุ่มอัลไกด้าห์ก็เข้ามาตั้งสาขา (อื้อหือ กะเอาจริงเอาจังกันมากครับ) เพื่อสมทบกับกลุ่ม Rebel เพื่อร่วมกันรบกับนายอัสซาด สรุปคือตอนนี้มี Rebel, FSA, Jihadists, Al Qaeda เข้ามาเป็นศัตรูกับนายอัสซาด

6. ต่อมากลุ่ม Kurds มิตรของอเมริกาแต่เป็นศัตรูของตุรกีเข้ามาช่วยอัสซาด นายอัสซาดเริ่มมีพวกกะเค้าบ้างแล้วล่ะครับ

Kurds เป็นชาติพันธุ์โบราณที่กระจายตัวกันอยู่ในตุรกี อิหร่าน อิรัค และ ซีเรีย

Kurds เป็นชาติพันธุ์โบราณที่กระจายตัวกันอยู่ในตุรกี อิหร่าน อิรัค และ ซีเรีย

7. อันที่จริงแล้วนายอัสซาดหรือซีเรียก็ไม่ได้โดดเดี่ยวอะไรขนาดนั้นหรอกครับ เค้ามีพวกที่สนิทๆกันก็คือ อิหร่านและรัสเซีย ไม่รู้ว่าไปสนิทกันตอนไหนเอาเป็นว่าสนิทแล้วกัน แน่นอนครับเมื่อสนิทกับอิหร่านและรัสเซีย ก็เลยต้องไม่ถูกกับอเมริกา ซาอุดิอารเบียและกาตาร์ไปด้วย

ใครเป็นพวกใครดูกันครับ

ใครเป็นพวกใครดูกันครับ

8. เมื่อเป็นแบบนี้เกิดอะไรขึ้นต่อ นั่นก็คือซาอุดิอารเบียก็ส่งเงินให้กับตุรกีเอาไปสนับสนุนการก่อการของกบฎในซีเรีย อิหร่านก็ส่งเงินบ้างเพราะอิหร่านก็ไม่ค่อยชอบซาอุอยู่แล้ว และเมื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้น อิหร่านจะเข้าไปรบก็ไม่สดวกเลยชวนพวก Hezbollah ที่เป็นกองกำลังในการสนับสนุนของตนในเลบานอนให้เข้าไปช่วยนายอัสซาดหน่อย

9. พอซาอุดิอาระเบียรู้ว่าทางอิหร่านเข้าไปช่วย ก็ส่งเงินเข้าไปเพิ่ม คราวนี้ผ่านทางจอร์แดน ใครพวกใครกันบ้างเริ่มมึนไหมล่ะครับ กลับไปดูภาพกันใหม่

นักแสดงและตัวประกอบหลักๆของปัญหาซีเรีย

นักแสดงและตัวประกอบหลักๆของปัญหาซีเรีย

10. ต่อมาโอบาม่า ที่ในความเป็นจริงแล้วก็รู้เรื่องมานานแล้ว ก็สั่งซีไอเอให้เข้าไปฝึกการรบให้พวกกบฎที่ต่อสู้กับนายอัสซาดและก็ขอให้พวกอาหรับเลิกส่งเงินไปช่วยพวกกบฎด้วย แต่ไม่มีใครสน ยังคงส่งเงินกันต่อไปรบกันเข้าไปไม่รู้ใครจะฟังใครกันแล้ว

11. กันยายน 2013 ต่อมามีข่าวว่า อัสซาดใช้อาวุธเคมีฆ่าประชาชน คราวนี้อเมริกาได้ทีเลยที่จะสร้างบทบาทของตัวเองโดยอ้างว่านายอัสซาดทำผิดกับประชาชนของตัวเอง อเมริกาจะต้องเข้าไปปราบนายอัสซาดอย่างจริงจังและเป็นหน้าที่ของฉัน​ (เหรอ?)

12. ต่อมาเกิดกลุ่มที่โด่งดังที่สุด ที่มีรากจากการเป็นพวกของอัลไกดาห์ในอิรัค ขอแยกตัวไม่เป็นพวกอัลไกดาห์แล้วเพราะมีมุมมองใหม่ที่แตกต่างจากอัลไกดาห์ (จำได้ใช่ไหมครับ ว่าอัลไกดาห์มาตั้งสาขาในซีเรียเพื่อรบกับนายอัสซาด) กลุ่มนี้เดิมทีเรียกตัวเองว่า Islamic State of Iraq หรือ ISI ต่อมาขยายอิทธิพลข้ามชายแดนเข้าไปในซีเรีย เลยเรียกตัวเองใหม่ว่า Islamic State of Iraq and Syria หรือคือที่มาของคำว่า ISIS นั่นเอง พวก ISIS ไม่ได้เข้าไปสู้กับใคร แต่เข้าไปต่อสู้กับ Kurds เสียมากกว่า เพราะพวกเค้าอยากสร้างดินแดนของรัฐตัวเองและมีชื่อเรียกเรียบร้อยแล้วว่า Caliphate ซึ่งเป็นชื่อเรียกดินแดนของชาวมุสลิม ซึ่งมีความหมายว่า ไม่มีอะไรที่จะแบ่งแยกชาวมุสลิมออกเป็นประเทศๆ แต่ต้องรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ระบบเดียว เศรษฐกิจเดียว พูดง่ายๆว่ารัฐอิสลาม Islamic State นั่นเอง

caliph_gif

13. พอกลุ่ม ISIS มีข่าวความโหดร้ายออกมาทาง Social Media เยอะๆเข้า นาย Obama ก็ออกมาประกาศสู้กับ ISIS และส่งคนไปสอนพวกกบฎของซีเรียให้ไปสู้กับ ISIS ที่ไม่ได้เป็นศัตรูกับอัสซาด ไปๆมาๆ อเมริกาเริ่มไม่สนใจที่จะปราบอัสซาดเสียแล้ว อยากปราบ ISIS เสียมากกว่า (สังเกตุไหมครับว่า ตั้งแต่ที่ ISIS เริ่มเป็นที่รู้จัก ก็เริ่มไม่มีข่าวโหดๆออกมาอีก หรือที่ผ่านมาเป็นการสร้างชื่อเท่านั้น)

cb2a319f-442e-460c-bb22-6351eaa7d740_500

14. ต่อมาตุรกีที่เป็นพวกอเมริกาก็ไปบอมบ์พวก Kurds ที่ก็เป็นพวกของอเมริกาเหมือนกัน โดยเข้าไปบอมบ์ในอิรัคและในซีเรียแต่ตุรกีไม่บอมบ์ ISIS ที่เป็นศัตรูกับอเมริกา จนพวก Kurds ก็งงว่า อเมริกาอยู่ข้างไหนกันแน่ อย่าว่าแต่ Kurds เลยครับ ใครๆก็เริ่มงงว่าใครเป็นพวกใครกันแน่ ตอนนี้ Syria กลายเป็นสมรภูมิให้คนอื่นเข้ามาทะเลาะกันวุ่นวายไปหมด จนกลายมาเป็นที่มาของผู้อพยพชาวซีเรียและเป็นปัญหาไปทั่วยุโรป

15. มาถึงตอนนี้อัสซาดเริ่มเสียการควบคุมพื้นที่ต่างๆในประเทศซีเรียให้กับพวกกบฎ และ ISIS จนแทบไม่มีอะไรเหลือแล้ว กันยายน 2015 รัสเซียเริ่มเข้ามาช่วยอัสซาดตามคำขอของนายอัสซาด  การเข้าไปถล่มพวกต่อต้านนายอัสซาดของรัสเซียถือเป็นการเข้าไปอย่างถูกต้องเพราะมีคำร้องขออย่างเป็นทางการ รัสเซียประกาศว่าจะบอมบ์พวก ISIS แต่ก็ไปบอมบ์พวกกบฏของอัสซาดด้วย ล่าสุดตุรกีก็กลายมาเป็นศัตรูของรัสเซียไปด้วยเพราะ ดันไปยิงเครื่องบินของรัสเซียตก คราวนี้วงกลมของการทะเลาะกันเริ่มจะครบวงแล้วล่ะครับ

ภาพล้อเลียนการเข้าไปถล่มในซีเรียของรัสเซีย มีใครกันบ้างดูเลยครับ

ภาพล้อเลียนการเข้าไปถล่มในซีเรียของรัสเซีย มีใครกันบ้างดูเลยครับ

16. มาถึงตอนนี้ ซีเรียก็ยังวุ่นวายไม่เลิกเพราะไม่รู้จะจบกันอย่างไร แต่ทว่าปัญหาทั้งหมดกลายเป็นโอกาสใหม่ของรัสเซีย เพราะตอนนี้ทั้งอิรัคและอิหร่านต่างก็เปิดรับให้รัสเซียเข้ามาช่วยถล่มพวก ISIS หน่อยเถอะ การ Exercise อำนาจครั้งนี้ของรัสเซียเริ่มออกดอกออกผลให้กับรัสเซียที่ต้องการกลับมาเป็นผู้นำอำนาจของโลก แต่ทำให้อเมริกาเสียแผนไปมาก เพราะรัสเซียได้แผ่อำนาจเข้ามาในตะวันออกกลางอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ส่วนแผนการของอเมริกาเป็นอย่างไร บล็อกหน้าจะมาเล่าให้ฟังนะครับ

หวังว่าบล็อกนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านได้ติดตามเรื่องราวในซีเรียได้อย่างเข้าใจมากขึ้นครับ

หากสนใจประวัตินายปูติน คลิก เลยครับ 

หากอยากฟังรายละเอียดของ Syria สามารถดูจาก Youtube คลิกเลยครับ

Who’s fighting whom in Syria? Explained in 90 seconds

Recommended Thai food shop near Oun Hotel , Yothin Patana 3

If you stay in Oun Hotel in Soi Yothin Patana 3 or nearby , there is a recommended Thai food serving common food that Thai people usually have in their daily lifestyle. If you look out from your hotel, the shop will be slightly on your right hand side opposite the small road.

Beside from normal food, this place is famous for a kind of food call “Guay Tiew Paak More” or “Noodle from steam pot” (ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ) which is a very rare kind of food that rarely found in Bangkok as it is originated from a small town 80 KM away from Bangkok. The owner is a local peole from the town so you can ask from her. Her name is Kop ( means frog).

ต.ท่าเกวียน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ต้นกำเนิดของก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ

ต.ท่าเกวียน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ต้นกำเนิดของก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ 80 KM from Bangkok lies a small town called Phanom Sarakham the birth place of  “Guay Tiew Paak More”

Please see the photo of the food below :

ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อพนมสารคามในกรุงเทพ

ปรุงน้ำก๋วยเตี่ยวเพื่อรอก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ

This is soup part which will be added with special kind of noodle. It does not look like noodle at all, it does look more like dumpling. But the inside was not the same as dumpling. Check this photo

หรือจะทานก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบแห้งๆก็อร่อยดี

หรือจะทานก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบแห้งๆก็อร่อยดี

So, you eat it by putting each piece of dumpling into the soup and eat it as if you were eating dumpling

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อในกรุงเทพ

ทางร้านจะเสิร์ฟให้เป็นชิ้นๆคำๆสดๆร้อนๆกันเลย

You can alter the taste of the soup to suite your taste bud with dried chilli, sugar, fish sauce and vinegar.  More over , if you prefer to eat it the way local people of the town 80 KM away from Bangkok does, you need to sit around the cooking station and have each dumpling freshly cooked one by one so you will feel the heat of each dumpling and smell of the inside.

12250102_10208323904082079_766475118866701153_n

ชุดไส้ ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อจะถูกนำไปวางบนแผ่นแป้งที่จะสุกจากไอน้ำเดือด

ชุดไส้ ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อจะถูกนำไปวางบนแผ่นแป้งที่จะสุกจากไอน้ำเดือด

Each dumpling will be served to you one by one. This is the genuine way of experience this kind of food.

There are many kind of dumpling for you to choose. But I would recommend you to try it first for the first round and the you can specify which one you prefer to have and which ones that you do not wish to have.

ไส้ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อ แบบต่างๆ

ไส้ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อ เช่น ผัดกุ้ยช่าย ผัดถั่วฝักยาว ผัดหน่อไม้กุ้งแห้ง ผัดกระหล่ำปลี ไส้หวาน เป็นต้น

Not only this food. There are many more delicious menu. The food has been tried and liked by foreign guests of the Oun Hotel for example :

12274353_1214445315236747_8868760981293613848_n

Guay Jub : Big Flat White noodle in Pork Stock Soup with Egg.

12235007_1214445295236749_8737948127719133788_n

Yen Ta Four : Thai noodle with light pork soup with Tofu sauce and grounded peanut

11953045_1639101416362031_2170709542733576703_n

Khao Kha Moo : Pot-Stewed Pork with rice

Give it a try to experience what common Thai people does. The most important is that it is high value for money. With the price of each menu compared with the amount they are serving, there is no such kind of value for money in Bangkok anymore.

Hope you enjoy the food.

รีวิว ร้านข้าวมันไก่ไทยในโอซาก้า อร่อย อิ่ม ใกล้สถานีรถไฟ Osaka Station

ร้านอาหารข้าวมันไก่ไทยในโอซาก้า ผมก็ไม่รู้ว่าร้านข้าวมันไก่มันไปเริ่มเป็นที่รู้จักหรือเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็เห็นร้านข้าวมันไก่ในญี่ปุ่นในเมืองใหญ่ๆกันแล้ว ร้านอาหารไทยในญี่ปุ่นหรือโอซาก้าก็จะมีกันอยู่แล้ว แต่ร้านข้าวมันไก่แบบนี้ยังใหม่อยู่

บล็อกนี้คงไม่ต้องรีวิวอะไรมาก มันคงมีหน้าที่ในการพาท่านที่อยากจะลองชิมไปให้เจอ ก็คงประมาณนั้นครับ เรามาดูกันเลยว่า ร้านข้าวมันไก่ในโอซาก้าอยู่ตรงไหน ร้านนี้ชื่อ อร่อย ข้าวมันไก่ หรือ Aroi Khao Man Gai นะครับ

แผนที่ร้านข้าวมันไก่ในโอซาก้า ใกล้สถานีโอซาก้า เดินมาได้ง่ายๆครับ

แผนที่ร้านข้าวมันไก่ในโอซาก้า ใกล้สถานีโอซาก้า เดินมาได้ง่ายๆครับ

วิธีเดินมาหาร้านข้าวมันไก่โอซาก้าแห่งนี้ก็ง่ายมากครับ ตั้งต้นจากสถานีโอซาก้า แล้วเดินมาทางโรงแรม Hiton Osaka เดินผ่านโรงแรมไปเรื่อยๆนับไป 3 ไฟแดงแล้วเข้าซอยเล็กๆด้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของฮิลตัน ร้าน อร่อย ข้าวมันไก่ หรือ Aroi Khao Man Gai จะอยู่ทางซ้ายของซอย ร้านนี้เปิด 11:30 น.ครับ ไปก่อนก็ไม่ให้เข้าไปให้คอยอยู่หน้าร้าน

หน้าร้าน อร่อย ข้าวมันไก่ หรือ Aroi Khao Man Gai

หน้าร้าน อร่อย ข้าวมันไก่ หรือ Aroi Khao Man Gai

คนหั่นไก่อยู่หน้าร้านเลย ขอถ่ายรูปได้ตามสบายครับ

คนหั่นไก่อยู่หน้าร้านเลย ขอถ่ายรูปได้ตามสบายครับ

อร่อย ข้าวมันไก่ หรือ Aroi Khao Man Gai ก็ไม่ต่างจากร้านอาหารอื่น ไม่ต้องทำเมนู กดตู้เอาคูปองไปให้เค้าทำอาหารอย่างเดียว

อร่อย ข้าวมันไก่ หรือ Aroi Khao Man Gai ก็ไม่ต่างจากร้านอาหารอื่น ไม่ต้องทำเมนู กดตู้เอาคูปองไปให้เค้าทำอาหารอย่างเดียว

ในเมนูมีอะไรให้เลือกบ้าง เอาหลักๆนะครับ สามป้ายบนคือ ข้าวมันไก่ ข้าวมันไก่ทอด และแบบผสม สามป้ายแดงแถวที่สองคือ จานใหญ่ ของ 3 เมนูแดงแถวบน สีเขียวแถวที่สามคือ ผักชี สามอันต่อมาเป็นเรื่องของซอสครับ บรรทัดที่ 4 คือ เบียร์สิงห์ โค้ก จิงเจอร์เอล น้ำส้ม บรรทัดสุดท้ายคือ ชาอูล่ง และ ชาจัสมิน เอาหละ หยอดเงินแล้วยื่นให้เค้าแล้วเข้าไปในร้านกันดีกว่าครับ

บรรยากาศในร้านก็ทันสมัย ง่ายๆครับ

บรรยากาศในร้านก็ทันสมัย ง่ายๆครับ

มองออกไปทางด้านหน้าร้าน

มองออกไปทางด้านหน้าร้าน

พนักงานญี่ปุ่นร้านนี้คุยเก่ง เสียงดังเลย เหมือนคนไทย ฮ่าๆ

พนักงานญี่ปุ่นร้านนี้คุยเก่ง เสียงดังเลย เหมือนคนไทย ฮ่าๆ

ช้อนวางอย่างเป็นระเบียบดูสะอาดน่าใช้

ช้อนวางอย่างเป็นระเบียบดูสะอาดน่าใช้

ผ้าเช็ดมือ มีให้เลือกสามสี แต่ข้างในสีขาวเหมือนกัน

ผ้าเช็ดมือ มีให้เลือกสามสี แต่ข้างในสีขาวเหมือนกัน

ชุดถาดข้าวมันไก่จานใหญ่

ชุดถาดข้าวมันไก่จานใหญ่

มาแล้วครับ ข้าวมันไก่ไทยในโอซาก้า แปลกประหลาดอย่างเดียวตรงที่มีมะเขือเทศด้วย บ้านเราข้าวมันไก่ไม่มีมะเขือเทศเนอะ มาดูกันใกล้ๆครับว่า อะไรเป็นอย่างไร

ไก่หน้าชิ้นใหญ่มาก หนังบาง ไม่มีการทุบแบบบ้านเรา

ไก่หน้าชิ้นใหญ่มาก หนังบาง ไม่มีการทุบแบบบ้านเรา

น้ำซุปอร่อยครับ

น้ำซุปอร่อยครับ

ข้าวมันไก่ มีเปลือกกะเทียมติดมาด้วยเพิ่มความหอม จานนี้แฉะไปนิดนึง

ข้าวมันไก่ มีเปลือกกะเทียมติดมาด้วยเพิ่มความหอม จานนี้แฉะไปนิดนึง

น้ำจิ้มแบบหวาน อันนี้น่าจะสำหรับไก่ทอดมากกว่านะน้อง

น้ำจิ้มแบบหวาน อันนี้น่าจะสำหรับไก่ทอดมากกว่านะน้อง

แบบนี้ น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสำหรับไก่ต้ม

แบบนี้ น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสำหรับไก่ต้ม

ขอบอกว่า ด้วยความที่ไก่ของเค้าหนังบาง หั่นมาหนามาก เนื้อหนา ทำให้ได้รสชาติไก่ที่ต่างจากเรานิดนึงแต่พออภัยได้ การขาดรสชาติของหนังไก่ทำให้รู้สึกขาดอะไรไปพอสมควร ผักชีก็รสชาติไม่เหมือนบ้านเราครับ น้ำจิ้มรสชาติพอได้ แต่ถ้านับความอิ่มแล้ว บอกเลยว่าอิ่มมากกับราคา 1050 เยนหรือสามร้อยกว่าบาทสำหรับข้าวมันไก่จานนี้ ถูกแพงอันนี้แล้วแต่งบประมาณนะครับ

แผ่นโฆษณาร้าน

แผ่นโฆษณาร้าน

สำหรับผู้ที่ไปญี่ปุ่น ไปแถบโอซาก้า แล้วเกิดคิดถึงอาหารไทย หรือ คิดถึงข้าวมันไก่ ก็แนะนะร้านนี้ไว้ไปชิมกันครับ จะให้อร่อยแบบบ้านเราในที่ต่างบ้านต่างเมืองอย่างญี่ปุ่นคงไม่ได้ แต่ก็แก้คิดถึงอาหารไทยได้ระดับนึงเลยครับ

นโยบายเศรษฐกิจใหม่ของจีน กับผลกระทบไปทั่วโลก (อีกแล้ว)

ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมาประเทศจีนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของโลกขยายตัว แม้หลายๆประเทศจะสูญเสียภาคการส่งออกไปให้กับจีน แต่โดยรวมๆแล้ว โลกก็ได้ประโยชน์มากจากการที่จีนเจริญเติบโตขึ้นมาอย่างมาก แต่ การเจริญเติบโตที่ทำให้จีนก้าวมาเป็นยักษ์ทางเศรษฐกิจของโลกเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกา ไม่ได้ทำให้ผู้นำของจีนมีความสุข เค้ามองเห็นเค้าลางของปัญหาในอนาคต เค้าต้องเปลี่ยนและจะไม่เดินอยู่บนเส้นทางที่นำความสำเร็จมาถึงวันนี้

China-economy-infographic

เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงคำสอนของผู้บริหารสูงสุดของสิงห์ ที่บอกว่า “สิ่งที่นำความสำเร็จมาให้เราในวันนี้ อาจไม่ได้พาเราไปสู่ความสำเร็จในวันหน้า” เรามาดูกันครับว่าทำไม

ในรอบหลายปีที่ผ่านมา โลกเราเจริญขึ้นเพราะจีนอย่างไร

บริษัทต่างๆทั่วโลกสร้างกำไรให้กับตนเองเพิ่มขึ้น ด้วยการหาทางเพิ่มกำไรด้วยการลดต้นทุนค่าแรง ด้วยการเอาไปให้คนจีนที่มีค่าแรงต่ำผลิต ผลิตเสร็จก็จ่ายค่าแรงนิดๆหน่อยๆให้คนจีน แต่ เอาสินค้าที่ตนคิดค้นนั้นไปขายทั่วโลกและได้กำไรมากกว่าที่ประเทศจีนได้เสียอีก เมื่อข้าวของถูกลงคนทั้งโลกก็ตื่นเต้นซื้อของกันใหญ่ เช่น ทีวีจอแบนวันนี้ ราคาถูกกว่าทีวียุคเก่าๆ เครื่องไฟฟ้าที่เคยมีราคาแพงก็ถูกลง ทำให้ความต้องการขยายไปทั่วโลกอีกหลายเท่า

china-factory-workers.gi.top

 

อีกทั้งประเทศที่ขายวัตถุดิบเช่น ออสเตรเลีย รัสเซีย บราซิล อินเดีย อัฟริกา ก็ได้ขายทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นวัตถุดิบไปให้กับจีนเพื่อเอาไปทำสินค้าขายไปทั่วโลก คนจีนได้ค่าแรง บริษัทได้ตลาดที่ขยายตัวมหาศาลและได้กำไรบานเบอะ ประเทศที่ค้าขายวัตถุดิบก็ร่ำรวยจากการขายทรัพยากร

จีนเปิดประเทศให้คน 1400 ล้านคนกลายเป็นตลาดแรงงานของโลก โลกทั้งใบดูเหมือนจะมีความสุข แล้วมันมีปัญหาอย่างไรล่ะ

รัฐบาลจีนเริ่มคิดแล้วว่า แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

  • มันไม่น่าจะดีนะที่เงินทองของประเทศขึ้นอยู่กับ “ความต้องการของสินค้าของคนประเทศอื่นๆ
  • มันไม่น่าจะดีนะที่เศรษฐกิจของประเทศเกิดจากการที่ “คนจีนได้ค่าแรงต่ำๆ
  • มันไม่น่าจะดีนะที่เศรษฐกิจของประเทศต้องแลกมาด้วย “สภาวะสิ่งแวดล้อมที่มีแต่โรงงานอุตสาหกรรมไปทั่ว
  • มันไม่น่าจะดีนะที่เศรษฐกิจของประเทศต้องมาจากการ “ผลิตของที่คนอื่นคิดมาไปวันๆ

รัฐบาลจีนเริ่มคิดอะไร ก่อนที่จะเข้าใจว่ารัฐบาลจีนคิดอย่างไร ผมอยากให้เข้าใจพื้นฐานของคำว่า GDP ก่อนนะครับ

GDP คือค่ามวลรวมประชาชาติ คือค่าที่เราใช้วัดการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ค่า GDP เกิดจากการนำเอามูลค่ารวมของ การจับจ่ายใช้สอยของคนในประเทศ มารวมกับมูลค่าการลงทุน มารวมกับงบใช้จ่ายจากภาครัฐบาล มารวมกับยอดการส่งออก แล้วหักยอดการนำเข้าออกไป ดูตามสมการข้างล่างนี้ก็ได้นะครับ

(Consumption goods and services (C) + Gross Investments (I) + Government Purchases (G) + (Exports (X) – Imports (M)) GDP = C + I + G + (X-M)

gdp-picture

ทีนี้ ที่ผ่านมาเนี่ย ประเทศจีนมี GDP ที่มีสัดส่วนมาจาก I และ X เป็นจำนวนมาก และมีสัดส่วน GDP มาจากตัว C หรือการจับจ่ายใช้สอยของคนในประเทศเพียงนิดเดียวเอง ยกตัวอย่างปัจจุบันจีนมี GDP จากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนเพียงราว 35% หากเทียบกับประเทศอเมริกา GDP ของเค้ามีอัตราส่วนจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนถึง 70% นั่นหมายความว่า จีนพึ่งพาการส่งออกให้คนอื่นมีเงินมีทองมากเกินกว่าที่จะทำให้คนในประเทศจีนมีเงินมีทองเสียเอง ในขณะที่อเมริกาหาทางให้คนในประเทศมีเงินจับจ่ายใช้สอย

Factory workers in China

อ้าวแบบนี้มันไม่ใช่แล้ว วันๆฉันจะมานั่งเสียสละสร้างความสุขให้คนทั้งโลกโดยเอาคนในประเทศของฉันมาเหนื่อยแบบนี้ แถมถ้าหากวันหนึ่งวันใดพวกประเทศต่างๆจะมารวมหัวกดดันจีนก็แค่ทำ Sanction ไม่ซื้อสินค้าจากจีน จีนก็จะลำบาก อย่ากระนั้นเลยเปลี่ยนรูปแบบเศรษฐกิจดีกว่า

ก่อนที่จะไปไกลตัว ก็อยากจะเล่าว่า ประเทศไทยของเรา GDP ก็ขึ้นอยู่กับการส่งออกมาก ดังนั้นเมื่อไหร่ที่ค่าเงินดอลล่าร์ตก ประเทศเราก็ย่ำแย่ไปด้วย เมื่อไหร่ที่เศรษฐกิจโลกตกต่ำไม่มีใครสั่งสินค้าของเรา ไทยเราก็แย่ไปด้วย แต่มันไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดอะไร เพราะก่อนหน้านั้นเราเองต้องยชขยายเศรษฐกิจของเรา เราต้องการเงินลงทุนจากต่างชาติมาสร้างงานในประเทศของเรา เราอยากหนีจากการพึ่งพาภาคเกษตรกรรมไปสู่ภาคอุตสาหกรรม เราจึงต้องส่งออก ตอนนี้เราก็กำลังอยู่ในสภาวะเดียวกับจีนเลยครับ

ทีนี้ เมื่อจีนเปลี่ยนนโยบายให้กลายมาเป็นรูปแบบที่เรียกว่า Consumer-Drive Economy หน้าตามันจะเป็นยังไง หน้าตามันจะเป็นอย่างนี้ครับ คนจีนจะต้องมีเงินมีทองมากขึ้นด้วยการผลิตและบริการกันเอง ปัจจุบันคนรวยของจีนมาจากการเป็นเจ้าของโรงงานส่งสินค้าออก แต่ต่อไป คนจีนจะต้องรวยจากการ เปิดโรงหนัง เปิดร้านอาหาร เปิดศูนย์การค้า ผลิตข้าวของ เสื้อผ้า ขายเครื่องไฟฟ้าของจีนให้คนจีนด้วยกัน (เงินทองต้องมีพร้อมให้คนจีนลงทุน และ เกิดการจ้างงาน และ เกิดการซื้อสินค้าและบริการ ซื้อกันเองขายกันเอง เงินหมุนเวียนอยู่ในประเทศ)

loreal_de-jeunes-asiatiques-font-du-shopping_294

ตอนนี้จีนมีเงินเก็บในประเทศมหาศาล มีทองคำมหาศาล มีเงินเก็บในรูปตราสารหนี้ในสหรัฐอเมริกาอย่างมหาศาล เค้าพร้อมที่จะเอามาปล่อยกู้ให้คนในประเทศ (เหมือนคนไทยสร้างรีสอร์ท เปิดร้านอาหาร ให้คนไทยมาเที่ยวกันเอง เงินหมุนเวียนในประเทศมากๆ) เมื่อเป็นแบบนี้ ประเทศจีนจะพอใจมาก แต่ทว่า ประเทศอื่นๆคงไม่ชอบล่ะครับ ทำไมเค้าจะไม่ชอบล่ะ

  • สินค้าที่เคยมีคนงานแรงงานถูกให้ทำ ก็จะไม่มีแล้ว ต้องไปหาที่ใหม่ๆ บริษัทห้างร้านทั่วโลกจะต้องปรับตัวหาที่ทำโรงงานใหม่
  • ประเทศที่เคยส่งทรัพยากรธรรมชาติไปให้จีน ก็ไม่รู้จะส่งไปไหนแล้วเพราะจีนไม่ต้องนำเข้าเพื่อการผลิตแบบที่เคยเป็น

แบบนี้วุ่นวายไปทั่วโลกสิครับ

20131202_600

นี่คือสาเหตุนึงที่ประเทศจีนเริ่มประกาศว่า ให้ครอบครัวมีลูกมากกว่า 1  คนได้แล้ว เพราะเค้าจำเป็นที่จะต้องขยายความต้องการภายในประเทศของเค้าให้ขยายฐาน และ เพิ่มจำนวนแรงงานให้เพียงพอต่อการสร้างงานสร้างบริการให้กันเองในอนาคต สัญญาณนึงที่สำคัญและจะเป็นกลไกผลักดันให้จีนบรรลุเป้าหมายนี้ที่ต้องการคือ การเกิดและการเจริญเติบโตของ Alibaba ธุรกิจ E Commerce ของจีนที่กำลังผลักดันการค้าขาย การผลิต การซื้อของกันเองในประเทศให้เฟื่องฟู

เรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงค่าเงินดอลล่าร์ และ อื่นๆอีกมากมายไปทั้งโลกครับ หวังว่าบทความนี้จะเป็นพื้นฐานให้ท่านนำไปต่อยอดขยายผลเรื่องอื่นต่อไปนะครับ

เพลงสรรเสริญพระบารมี ประวัติและที่มา

ทำนองเพลงสรรเสริญพระบารมีที่เราฟังกันทุกวันนี้แต่งโดย กวีชาวรัสเซีย ในปี พ.ศ.2431 รัชสมัยของพระปิยะมหาราช

Pyotr Schurovsky เพลงสรรเสริญพระบารมี ทำนองโดยนักประพันธ์ ชาวรัสเซีย

Pyotr Schurovsky
เพลงสรรเสริญพระบารมี ทำนองโดยนักประพันธ์ ชาวรัสเซีย

โดยผู้ประพันธ์คำร้องคือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

ก่อนหน้าที่พระองค์จะขึ้นครองราชย์ ไทยเราเริ่มเสียดินแดนให้ฝรั่งเศส และเสียเรื่อยๆมาจนลาว จนดินแดนในเขมรปัจจุบัน พระองค์ทรงขอความช่วยเหลือจากอังกฤษว่าให้ช่วยไทยหน่อย แต่อังกฤษไม่อยากมีปัญหากับฝรั่งเศสเพื่อไทย แถมอังกฤษยังเอา กะลันตัน ปะลิต ตรังกานู และ เคด้าห์ ไปเป็นของมาเลเซียในปัจจุบันเสียอีก

พระองค์จึงทรงแก้เกมด้วยการสร้างสัมพันธ์ไมตรีกับรัสเซีย ไปมาหาสู่กันในระดับสูง ในวาระที่กรุงเทพครบรอบ 100 ปี รัสเซียก็(หาเรื่อง)ส่งกองเรือรบมาเยี่ยมประเทศไทย และในปี 2431 วันที่กรุงเทพครบ 106 ปี กวีชาวรัสเซียชื่อ P.Schurovskiy ก็นิพนธ์เพลงสรรเสริญพระบารมีและเราก็ใช้เป็นเพลงชาติมาจนถึงปี 2476 ก่อนที่เราจะมีเพลงชาติที่เราร้องกันทุกเช้า (ข้อมูลผู้ประพันธ์เพลง : เวปไซต์สถานทูตรัสเซีย)

ในยุคนั้นกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็เสด็จไปเยี่ยมเมืองไครเมีย (ประเทศที่นายปูตินไปเอากลับมารวมกับรัสเซียด้วยความสมัครใจของประชาชนชาวรัสเซียเมื่อปีที่แล้วน่ะครับ)

เมื่อเราได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี เราก็จะนึกถึงพระราชกรณียกิจของในหลวงของเรา เมื่อทราบดังนี้ก็อยากขอให้รำลึกถึงพระปิยะมหาราชที่ทรงทำทุกอย่างเพื่อรักษาความเป็นเอกราชให้เรามีกันในวันนี้ตั้งแต่เมื่อ 127 ปีก่อน ด้วยนะครับ

ในภาพนี้เป็นภาพของพระเจ้า Tsar Nicholas II ของรัสเซียนะครับ

วันปิยะมหาราช 23 ตุลาคม 2558

ปูตินพูดถึงโอบาม่าและสหรัฐอเมริกาว่าอย่างไร

นายปูตินพูดถึงโอบาม่าและสหรัฐอเมริกาในงาน The World Order : New Rules or No Rules ในปี 2014 ที่เมือง Sochi ประเทศรัสเซีย https://www.youtube.com/watch?v=OQuceU3x2Ww อ่านคำแปลได้ที่นี่ครับ

Putin talked about Obama

ประเด็นแรกผมไม่เคยพูดว่า อเมริกาเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัสเซียประธานาธิบดีโอบาม่า อย่างที่พวกท่านพูด กลับมองรัสเซียในฐานะภัยคุกคาม แต่ ผมไม่เคยมองอเมริกาแบบนั้นเลย

สิ่งที่ผมคิดคือ การเมืองของพวกที่อยู่ในกลุ่มอำนาจ ถ้าผมจะขอใช้คำว่า การเมืองของกลุ่มคนที่มีอำนาจในอเมริกาเป็นสิ่งที่ผิดพลาดอย่างมหันต์มันไม่เพียงแค่ ขัดแย้งกับแนวคิดของประเทศของเรามันกลับทำร้ายความไว้วางใจที่เราเคยมีกับสหรัฐอเมริกาเสียด้วยและในสิ่งเดียวกันนั้น มันไม่เพียงสร้างความเสียหายให้คนอื่น มันก็ทำร้ายอเมริกาเองด้วยทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจ ด้วยความเข้าใจว่า ข้านี้คือผู้นำของโลก ในด้านการเมืองและด้านเศรษฐกิจจะให้ผมอยู่นิ่งๆในหลายๆเรื่องผมก็ทำได้นะเหมือนอย่างที่ผมพูดอยู่เสมอๆ และ โดมินิคก็เพิ่งกล่าวถึงการคิดทำอะไรอยู่ฝ่ายเดียว เพื่อที่จะสร้างแนวร่วมและความร่วมมือ ในสิ่งที่คิด กำหนด ระบุเอาไว้ล่วงหน้า (แบบไม่ปรึกษาใคร)แบบนี้มันไม่ใช้วิธีการที่แสวงหาการพูดจา การตกลงร่วมกัน เพื่อประโยชน์และความเข้าใจของทั้งสองฝ่ายที่ผ่านมามันเป็น การคิดเองเออเอง มาตลอดสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นตลอดเวลาเลยสุดท้าย การคิดเองเออเอง ก็นำโลกเข้าสู่วิกฤติการณ์มากมายหลายครั้ง

Putin talked about Obama

ผมเคยพูดมาหลายครั้งแล้วภัยคุกคามที่ท่านประธานาธิบดีโอบาม่าพูดว่ามันคือ ISIS นั้นเอ่อ ใครเหรอ ที่ติดอาวุธให้พวกเค้า (ISIS)ใครล่ะ ที่ติดอาวุธให้กับกองกำลังกบฎซีเรียให้ไปต่อสู้กับประธานาธิบดี Assad ของซีเรียใครล่ะ ที่สร้างบรรยากาศทางการเมือง สร้างบรรยากาศทางข่าวสารข้อมูลที่ส่งเสริมให้เกิดสถานการณ์แบบนี้(ความวุ่นวายในซีเรีย : อเมริกาสนับสนุนกองกำลังจากภายนอกให้โค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของซีเรีย)ใครที่เป็นคนจัดหาอาวุธและจัดส่งให้ถึงพื้นที่ความขัดแย้งถามจริงๆ พวกคุณไม่รู้จริงๆเหรอว่า ใครกำลังรบกับใครในซีเรีย

putin talked about obama

บอกให้ก็ได้ พวกนี้คือ นักรบรับจ้างครับเกือบท้งหมดเลย คุณเข้าใจไหม ว่าพวกนี้ได้รับค่าจ้างในการรบ พวกนักรบรับจ้าง คือ พวกที่รบให้ใครก็ได้ที่ยินดีจ่ายแพงกว่าอีกฝ่ายนึง ดังนั้น พวกเค้า(ผู้จ้าง)จึงจัดหาอาวุธและจ่ายเงินตามที่ตกลงให้กับนักรบรับจ้างผมยังรู้เลยด้วยซ้ำ ว่าค่าจ้างมันเป็นเงินเท่าไหร่ พวกนักรับจ้างก็รบไปตามหน้าที่ อาวุธพร้อมมือ และพอเลิกงานกันก็ไม่สามารถขอเอาอาวุธคืนมาด้วย พอนักรบพวกนี้ไปได้งานที่อื่น ก็เอาอาวุธที่ได้มาก่อนหน้านี้ไปสู้รบต่อไป จากนั้นทำอะไร พวกเค้าก็ยึดบ่อน้ำมันครับ ไม่ว่าจะเป็นที่ในอิรัค ในซีเรีย การขุดเจาะน้ำมันก็เริ่มขึ้น แล้วน้ำมันที่ได้มาก็มีใครบางคนมาซื้อไป(เมื่อน้ำมันที่ได้มามันมาโดยผิดๆแบบนี้) มีใครไหมที่ต่อต้านไอ้พวกที่มาซื้อน้ำมันนี้คุณเชื่อเหรอว่า อเมริกาไม่รู้ว่า ใครเป็นคนซื้อน้ำมันที่ได้มาแบบนี้น่ะ คนพวกนี้ก็คือ พรรคพวกของเค้านั่นแหละ ที่มาซื้อน้ำมันจาก ISIS แล้วคุณไม่คิดเหรอว่า อันที่จริงแล้วอเมริกามีอำนาจที่จะสั่งซ้ายสั่งขวาพรรคพวกของเค้าได้ (แต่อเมริกาไม่ทำ) หรือ มันมีปมอื่นที่อเมริกาเลือกที่จะไม่ออกมาทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

แล้วไปบอมบ์พวก ISIS ทำไม?

Putin talked about Obama

 พื้นที่ไหนที่เริ่มขุดเจาะน้ำมันได้ ก็จะจ่ายนักรบรับจ้างแพงๆได้ที่นั่น กองกำลังกบฎของซีเรียก็จะไปเข้าแก๊งค์กันกับ ISIS ทันที เพราะ พวกเค้าจะได้รับค่าจ้างที่มากกว่าผมมองว่า นี่เป็นระบบการเมืองที่ไม่มืออาชีพเอาเสียเลยมันเป็นการเมืองที่ไม่ยืนอยู่บนพื้นฐานแห่งความเป็นจริง ของโลกที่แท้จริง สิ่งที่เราควรทำคือ เราควรให้การสนับสนุนการต่อสู้ของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลด้วยวิธีการทางประชาธิปไตย สิ่งที่เราควรทำคือ เราควรให้การสนับสนุนการต่อสู้ของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลด้วยวิธีการทางประชาธิปไตยเค้าคิดไม่ออกเหรอว่า เอาอาวุธไปให้แล้วหลังจากนั้นก่อปัญหาอะไรตามมา  เรารัสเซียทนไม่ได้กับวิธีการทางการเมืองแบบนี้ของสหรัฐอเมริกา เรามองว่า มันเป็นสิ่งผิด มันเป็นการทำร้ายทุกฝ่าย รวมทั้งอเมริกาเองด้วย

Putin Talke About Obama

ผมนี่มีความปรารถนาที่จะเห็นพวกคุณ นักข่าวทั้งหลายที่ตั้งคำถามถึงผม วันนึงพวกคุณจะเป็นผู้นำรัฐบาลของพวกคุณเอง บางทีวันนึง เราคงจะสามารถหาสักวิธีมาแก้ไขสถานการณ์ได้แต่ถ้าความปรารถนาของผมไม่มีวันเป็นไปได้ ผมก็อยากจะขอว่า อย่างน้อยพวกคุณช่วยเอาสิ่งที่ผมพูดวันนี้ไปบอกรัฐบาลของพวกคุณเอาไปบอกประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา รองประธานาธิบดี และ ใครก็ได้ที่เกี่ยวข้อง เอาไปบอกพวกเค้าว่า เราไม่ได้ต้องการ เราไม่ได้แสวงหา ความขัดแย้งหรือการเผชิญหน้าแม้แต่น้อย เมื่อคุณพิจารณาผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้งในการกำหนดการกระทำ ความคิดที่ขัดแย้งที่เราอาจจะมีกันนั้นจะค่อยๆปรับตัวเองให้ลดลงและหายไป นี่คือสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่แค่เอาแต่พูดถึงมัน คุณต้องพิจารณาถึงคนอื่น ผลประโยชน์ของคนอื่นและเคารพคนอื่นด้วย คุณไม่ใช่จะเอาแต่ บีบเค้นคนอื่น แล้วคิดถึงแค่ประโยชน์ที่คุณต้องการจากระบบเศรษฐกิจ จากกิจกรรมทางการทหาร จากทุกๆอย่าง 

Putin talked about Obama

ดูตัวอย่างจากอิรัคได้ ว่าสถานการณ์มันย่ำแย่ขนาดไหน ดูสิ่งที่เกิดในลีเบีย ดูว่าคุณทำอะไรลงไปจนกระทั่ง ท่านทูตของคุณต้องถูกสังหาร มันใช่เรารัสเซียไหม ที่ลงมือเนี่ย พวกคุณถึงกับมี สภาความมั่นคง ตัดสินใจทุกเรื่อง ตัดสินใจให้มีพื้นที่ “ห้ามบิน” มีพื้นที่ห้ามบิน “เพื่ออะไร” มันเป็นมุก เพื่อไม่ให้กองทัพอากาศของกัดดาฟี่บินไปถล่มพวกฝ่ายกบฎนี่ไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดเลย แต่ทว่าสิ่งที่พวกคุณทำกันคืออะไรเหรอ ? พวกคุณขึ้นบินถล่มลิเบียเสียเองไง การบินถล่มเค้าเสียเองนี่มันขัดกับสิ่งที่สภาความมั่นคงกำหนดไว้อย่างแจ่มแจ้ง มันเป็นความผิดต่อประเทศๆนึงอย่างแรง มันใช่ทางผมไหมที่ทำสิ่งนี้ พวกคุณทำทั้งหมดด้วยน้ำมือของพวกคุณทั้งนั้น แล้วมันก็จบลงที่การสังหาร ท่านทูตของคุณ จะโทษใครละกับเรื่องๆนี้ ก็โทษพวกคุณไง มันเป็นเรื่องที่ดีเหรอที่ท่านทูตจะต้องมาถูกสังหารแบบนี้ มันแย่มากๆเลยต่างหาก 

Putin talked about Obama

และ ไม่ต้องมองไปรอบๆเพื่อหาใครสักคนที่จะโบ้ยความผิดนี้ไปให้เค้านะ ถ้ารู้ตัวว่าทำผิดไปแล้ว คุณต้องทำสิ่งที่ตรงกันข้ามจากเดิม จงแยกตัวเองให้ห่างจากจิตใจที่ปรารถนาที่จะครอบงำ ต้องหยุดการกระทำที่มาจากความกระหายอำนาจแบบจักรวรรดินิยม อย่าหลอนให้คนนับล้านๆคิดไปว่า ทางแก้ไขปัญหาของโลกเรานี้มันไม่มีทางอื่นนอกจาก การใช้สงคราม 

Putin and Obama

รัสเซียจะไม่มีวันลืมความสัมพันธ์ของเราเมื่อครั้งที่รัสเซียสนับสนุนอเมริกาในสงครามเพื่อความอิสระ เราจะไม่มีวันลืมว่า เราเคยเป็นสหายร่วมรบกันในสงครามโลกทั้งสองครั้งที่ผ่านมา ส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่า ความสำคัญของภูมิยุทธศาสตร์ของทั้งรัสเซียและอเมริกา คงไม่ได้มีความแตกต่างกันแต่อย่างใด เราต้องเน้นความสัมพันธ์นี้ให้แนบแน่นตลอดไป

คลิกอ่าน >>> ชีวประวัติประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน และ อ่าน ปัญหาในซีเรียใครเป็นใคร คลิก

Petrodollar คืออะไร ทำไมจึงเป็นต้นเหตุของความวุ่นวายของโลกได้

petrodollar คืออะไร

Petrodollar เป็นคอนเซ็ปท์ที่ผู้คนยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว Petrodollar นี่แหละคือต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งมวลบนโลกในรอบ 70 กว่าปีที่ผ่านมา เพราะสหรัฐอเมริกายืนอยู่บนระบบ Petrodollar เมื่อ Petro = น้ำมัน Dollar = ค่าเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา คำว่า Petrodollar จึงมีความหมายว่า ค่าเงินของประเทศสหรัฐอเมริกาขึ้นอยู่กับเรื่องราวของน้ำมัน เงิน Dollar จะแข็งหรือจะอ่อนก็เกิดจากเรื่องของน้ำมัน

เอาล่ะสิ เริ่มเห็นภาพไหมครับว่า ทำไมสหรัฐอเมริกาถึงวุ่นวายอะไรนักหนากับตะวันออกกลางในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา เรามาเริ่มทำความเข้าใจกันทีละขั้นนะครับ เรื่องนี้อาจจะต้องใช้ความเข้าใจเรื่องเศรษฐศาสตร์บ้างพอสมควร

ย้อนกลับไปสัก 70 กว่าปีก่อน โลกเราไม่ได้อิงเงิน dollar ในการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยน แต่ในปี 1945 มีการตกลงกันว่าโลกเราจะเอาค่าเงิน dollar ของสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก และ จะอิงกับค่าของทองคำคือ เงิน dollar 35 $ จะแลกทองคำได้ 1 ออนซ์ ดังนั้นสหรัฐอเมริกาจะต้องมีทองคำหนุนหลังอยู่เพื่อให้ “กระดาษ”ธรรมดาๆมีความหมายทางค่าเงิน

ยกตัวอย่างเช่น บ้านหลังหนึ่งสมมติว่ามีทองคำก้อนอยู่มูลค่า 100 บาท แทนที่จะเอาทองคำนั้นออกมาใช้มันลำบากเพราะแบ่งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไม่ได้ บ้านหลังนั้นก็สามารถเขียนเช็คกระดาษออกมาได้ 100 ใบ ใบละ 1 บาท เพื่อซื้อของ 1 บาทได้โดยไม่ต้องหักทองคำออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ แต่บ้านหลังนั้น ไม่สามารถเขียนเช็คกระดาษออกมาได้มากกว่านั้น เพราะในบ้านมีเงินอยู่แค่ 100 บาทเท่านั้น

petrodollar คืออะไร สงครามเวียตนาม

สงครามเวียตนามที่สหรัฐอเมริกาใช้เงินมหาศาล แต่ แพ้

ต่อมาสหรัฐอเมริกา เข้าสู่สงครามทั้งสงครามเกาหลี สงครามเวียตนาม เริ่มต้องใช้เงินมากขึ้น เค้าไม่รู้จะทำอย่างไรดีเค้าเลย”พิมพ์”เงินขึ้นมาใช้ใหม่ เหมือนกับบ้านหลังนั้น เขียนเช็คออกมาเพิ่มอีก 20 ใบ เพื่อให้มีเงิน 120 บาท ทั้งๆที่ทองคำหนุนหลังมีเพียง 100 บาท เมื่อเป็นเช่นนั้น เช็คแต่ละใบที่มีค่า 1 บาท ชาวบ้านก็ไม่ยอมรับสิครับ ออกมา 120 ใบ แต่มีเงินหนุนหลังเพียง 100 บาท ดังนั้น ค่าเงินของเช็คนั้นจึงมีค่าแค่เพียง 100/120 หรือเพียง 0.833 บาท พูดง่ายๆคือ ค่าเงินตกลงหรืออ่อนค่าลง 17% โดยประมาณ

การที่ค่าเงินตกต่ำลงมีความหมายว่าอย่างไร มีความหมายว่า ข้าวของเครื่องใช้ที่ซื้อหาในตลาดจะมีราคาแพงขึ้น เกิดภาวะเงินเฟ้อ คือเงินเยอะแต่ไม่มีค่า คนก็จะตกงาน ภาวะเศรษฐกิจก็ลำบาก

เอาล่ะสิทำไงดี

petrodollar คืออะไร นิกสัน กับกษัตริย์ซาอุ

ประธานาธิบดีนิกสันกับกษัตริย์แห่งซาอุดิอาระเบีย จุดเริ่มต้นของ Petrodollar

ต่อมาพวกอเมริกันหัวใสครับ เค้าเกิดคิดขึ้นมาได้ว่า แม้ทองสำรองจะมีน้อยแต่ถ้าเงิน dollar มีความต้องการซื้อในตลาด (เหมือนเช็คของบ้านหลังนั้นมีคนคอยประมูลซื้ออยู่ตลอดเวลา ค่าเงินก็จะมีมูลค่ามากกว่าตัวเลขบนหน้าเช็ค)  ดังนั้นในปี 1973 ประธานาธิบดีนิกสันก็เดินทางไปตกลงกับกษัตริย์ซาอุดิอาระเบียว่า ขอให้ซาอุดิอาระเบีย ขายน้ำมันให้ใครต้องรับเป็นเงิน dollar เท่านั้น ห้ามรับเป็นค่าเงินสกุลอื่น เรื่องนี้ประเทศที่ขายน้ำมันในตะวันออกกลางโอเคเห็นด้วย เพราะอเมริกาบอกว่า ถ้ายอมรับข้อตกลงนี้ อเมริกาจะปกป้องจะสนับสนุนความมั่นคงทางการทหารให้กับประเทศผู้ค้าน้ำมันเหล่านี้

เมื่อข้อตกลงนี้เกิดขึ้น หมายความว่าอย่างไร มันหมายความว่า ทุกประเทศที่ต้องการซื้อน้ำมันดิบ เช่นไทยเรา ก็ต้องไปหาทางให้ประเทศเรามีเงิน dollar มาเก็บไว้ในประเทศตลอดเวลา เพราะ เราจะเอาเงินบาทไปซื้อน้ำมันเค้าก็ไม่ขาย เอาเงินอะไรไปซื้อ เอาทองคำไปให้ เค้าก็ไม่ยอมขาย (เราก็ไม่มีทองคำอยู่ดี) งั้นประเทศที่ไม่ได้มีเงิน dollar จะทำอย่างไร

  1. ต้องเอาเงินบาท หรือ เงินสกุลที่มีในประเทศ ไปแลกมาเป็นเงิน dollar แล้วเอามาเก็บไว้ในประเทศ เราต้องมีรายได้มากมายเพื่อที่จะเอามาซื้อน้ำมัน
  2. ต้องค้าขายส่งออกไปให้สหรัฐอเมริกา เช่น เราต้องขายข้าว หรือต้องผลิตสินค้าที่อเมริกาต้องการไปให้อเมริกาเพื่ออเมริกาจะได้จ่ายเงินเรามาเป็นเงิน dollar เพื่อเอามาซื้อน้ำมันอีกที เห็นไหมครับ อยู่ดีๆเราต้องมากลายเป็นทาสอเมริกัน เราต้องเอาอกเอาใจอเมริกาด้วยการหาของที่เค้าอยากซื้อไปขายเค้า เพื่อให้เราได้เงิน dollar มา
petrodollar คืออะไร ส่งออกข้าว

ประเทศต่างๆต้องทำงานสายตัวแทบขาดเพื่อหาเงินดอลล่าร์ไปซื้อน้ำมัน

เมื่อทุกประเทศในโลกนี้ต้องทำแบบนี้ จะเกิดอะไรขึ้นครับ เงิน dollar ก็จะกลายเป็นที่ต้องการตลอดเวลาจากทั่วทุกมุมโลก อะไรที่เป็นที่ต้องการมันก็จะไม่มีการราคาตก เมื่อเป็นเช่นนั้น อเมริกาก็จึงสามารถ “พิมพ์”แบงค์ dollar อออกมาใช้ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เพราะ มันแทบจะไม่มีโอกาสค่าเงินตกต่ำเลย ไอ้ Concept นี้แหละครับ ที่เค้าเรียกกันว่า Petrodollar คือ เงิน Dollar ที่อิงอยู่กับอะไรบางอย่างของ Petro นี่เอง

แล้วไอ้เจ้า Petrodollar มันสร้างความวุ่นวายให้กับโลกนี้ได้อย่างไร วิธีมองเราต้องมาเข้าใจภาพในทางย้อนกลับของเรื่องนี้ก่อนครับ คือ ถ้าวันนี้โลกเรามีหลายประเทศที่ไม่อยากอยู่ในระบบที่จะซื้อน้ำมันด้วยเงิน dollar  อเมริกาจะเป็นอย่างไร เมื่อไม่ต้องใช้เงิน dollar ในการซื้อน้ำมัน ก็จะไม่มีใครต้องการเงิน dollar แน่นอนครับค่าเงินของอเมริกาจะตกต่ำ เพราะ อเมริกาในรอบหลายปีที่ผ่านมาแกเล่นพิมพ์เงินออกมาใช้อย่างสนุกสนานโดยไม่ต้องมีอะไรหนุนหลังแบบหลักการที่มันควรจะเป็น วันนี้สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีหนี้สินสูงกว่า GDP มากมาย ปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีหนี้สิน 18 ล้านล้าน dollar  คิดเป็น 102% ของ GDP คือรายได้ทั้งประเทศยังไม่พอใช้หนี้เลยครับ เพราะ อเมริกาเอาเงินต่อเงินและใช้เงินไปในทางการทหารมากที่สุด คือ เอาเงินทางการทหารของโลกมารวมกัน ยังไม่เท่าอเมริกาใช้เพียงคนเดียว หนี้บานเบอะครับ อัตราส่วนหนี้ต่อ GDP เยอะกว่าไทยมากมาย เข้าใจง่ายๆคือ เป็นคนที่มีหนี้บัตรเครดิตเท่าเงินเดือนที่แต่ละเดือนก็ไม่มีเงินเหลืออยู่แล้ว

petrodollar คืออะไร เงินการสงคราม

การใช้เงินทางการทหารของสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างอำนาจในการสั่งให้ประเทศต่างๆหันซ้ายหันขวา

ที่นี้ถ้าเงิน dollar ตกต่ำ หนี้ที่เคยมีก็จะบวมขึ้นตามค่าเงิน เช่น ถ้าสหรัฐอเมริกาเป็นหนี้คนไทย 30 บาท เดิมต้องใช้หนี้ด้วยเงิน 1 dollar ถ้าค่าเงินตก หมายความว่า หนี้ 30 บาทเค้าต้องใช้เงินถึง 2 dollar มาใช้หนี้เรา เอาล่ะสิถ้ามันเป็นอย่างนั้นประเทศสหรัฐอเมริกาต้องล่มจมแน่ๆ เพราะอะไร ก็เพราะไม่มีเงินมาใช้หนี้น่ะสิครับ ประเทศจะพังพินาศ ไม่มีเงินมาซื้อของจำเป็นในประเทศเพื่อการอยู่รอดต่อไป ดังนั้นอเมริกายอมไม่ได้เด็ดขาด คิดดูครับเปรียบเทียบว่า ถ้าเป็นคนที่มีหนี้บัตรเครดิตเท่าเงินเดือนแล้วจะต้องตกงาน อะไรจะเกิดขึ้น

petrodollar oil field

นายปูตินกล่าวว่า สหรัฐอเมริกาสร้าง ISIS ขึ้นมาแล้วให้ ISIS ยึดครองบ่อน้ำมันแล้วขายน้ำมันนั้น

ดังนั้นสหรัฐอเมริกาจึงต้องสร้างแสนยานุภาพทางการทหารไว้ครับ ไม่มีเงินสร้างอาวุธก็ต้องปั๊มเงินมันขึ้นมา (ยิ่งพิมพ์เงินขึ้นมาก็ยิ่งมีปัญหาทับถมไปอีก) เพราะถ้าหากว่าใครเกิดหือกับพี่ใหญ่ของโลก หรือเกิดอยากออกจากระบบนี้ อเมริกาก็จะหาเรื่องให้เค้าเพื่อเข้าไปถล่มประเทศเค้าครับ เช่น ในปี 2003 อิรัคประกาศจะไม่ซื้อขายน้ำมันด้วยเงิน dollar แต่จะใช้เงินยูโรแทน อีกไม่นานครับ สหรัฐอเมริกาก็ใช้การใส่ร้ายว่ามีอาวุธเคมีหาเรื่องเข้าไปถล่มเค้าแล้วคุมการค้าน้ำมันให้อยู่ในระบบ dollar ต่อมาก็อิหร่าน ก็หาว่าเค้ามีอาวุธนิวเคลียร์ไปถล่มเค้าแต่ก็หาอาวุธนิวเคลียร์ไม่เจอ ต่อมาก็ลิเบีย เล่นกันจนกัดดาฟี่ตาย ประเทศเหล่านี้อเมริกาสร้างมูลเหตุต่างๆนานา ล่าสุดก็ซีเรียเพราะซีเรียมีแหล่งน้ำมัน

การที่ต้องติดอยู่กับเงิน dollar ในการซื้อสิ่งที่จำเป็นที่สุดของการบริหารประเทศ มันมีค่าเท่ากับทุกคนต้องเป็นทาสสหรัฐอเมริกา ต้องหาทางมีเงิน dollar ในคลังไว้ให้เพียงพอ ต้องทำงานสร้างรายได้สายตัวแทบขาดเพื่อเอารายได้ไปแลกเงิน dollar เพื่อซื้อน้ำมัน และ การทำเช่นนี้ทำให้สหรัฐอเมริกาเสมือนกับร่ำรวยตลอดเวลาและเอาเงินที่ได้จากความได้เปรียบอัตราแลกเปลี่ยนนี้ ไปสร้างแสนยานุภาพทางการทหารไว้ทุบชาวบ้านชาวช่องต่อๆไป

petrodollar putin and chinese president

ใครกับใคร ไม่ต้องบอกเลยครับ

เรื่องนี้เฮียใหญ่ชาวจีนทนมาสักพักแล้วเริ่มจะไม่อยากทน เฮียปูตินก็ไม่อยากทน เพราะยิ่งอยู่ระบบนี้ไปอีก อเมริกาก็จะใหญ่ขึ้นๆไปเรื่อยๆ พวกเค้าเริ่มที่จะหาทางออกจากระบบเงิน dollar กันแล้ว เมื่อจีนที่มีขนาดทางเศรษฐกิจเป็นรองแค่สหรัฐอเมริกาและอาจจะแซงในไม่กี่วันนี้แถมยังมีประชากรมากกว่าสหรัฐอเมริกาถึง 4 เท่า เริ่มพูดเรื่องนี้ โลกทั้งใบก็ให้ความสนใจแน่นอนครับ อยู่ดีๆเฮียใหญ่มาบอกว่าจะพาพวกเราออกจากระบบทาส Petrodollar ใครล่ะจะไม่สนใจ แต่อเมริกาจะยอมเหรอ

petrodollar คืออะไร AIIB

อเมริกาคงไม่ยอมครับ เพราะถ้ายอมระบบของประเทศอเมริกาจะล่มสลายทันทีด้วยเหตุผลของหนี้สินที่ผมได้เล่าไว้ข้างต้น อเมริกาพยายามสร้างระบบ TPP Trans Pacific Partnership เพื่อมาเพิ่มอำนาจต่อรอง อเมริกาไม่อยากให้จีนเปิดระบบกู้ยืมแบบระบบ AIIB Asian Infrastructure Investment Bank ระบบธนาคารที่จีนเสนอเพื่อให้เงินกู้กับประเทศในแถบ Asia Pacific กู้เพื่อเอาไปพัฒนาประเทศ ถ้าหากระบบนี้เกิดขึ้น ความต้องการเงิน dollar ก็จะลดลงไปอีก

มาถึงจุดนี้ท่านคงเริ่มเห็นภาพนะครับว่า เหตุใดสหรัฐอเมริกาจะต้องหาทางปกครองประเทศตะวันออกกลางให้ได้ เข้าไปยึดครองเองไม่ได้ก็สร้าง ISIS ขึ้นมายึดครองแล้วค้าขายน้ำมัน ทำไมจะต้องกั๊กไม่ให้จีนเติบโตจนมีอำนาจต่อรองมากกว่านี้ ทำไมสหรัฐอเมริกาจะต้องมีแสนยานุภาพทางการทหาร และ ทำไมรัสเซียจึงต้องเข้ามาสร้างความสมดุลย์

Petrodollar เป็นความผิดพลาดที่หาจุดย้อนกลับแทบไม่ได้ หรือ อาจจะได้แต่คงต้องใช้เวลาอีกนาน เมื่อความอยู่รอดของประเทศอเมริกาขึ้นกับอะไรหลายๆอย่างของประเทศอื่น ที่ประเทศอื่นๆไม่อยากเป็นแบบที่สหรัฐอเมริกาอยากให้เป็น ความสงบสุขของโลกมันจะมีได้เหรอครับ

เฮ้อ

สนใจประวัติของนายปูติน อ่านได้ที่นี่ครับ คลิก ประวัตินายปูตินตอนที่ 1 

ประวัติของนายปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย : กับอนาคตของโลก ตอนที่ 5

ความเดิมตอนที่แล้ว คลิก นายปูตินกำลังมีมุมคิดอยู่สามด้านครับ หนึ่งด้านคนที่รักเค้าเพราะเค้าสร้างความรุ่งเรื่องให้ประชาชน ด้านที่สองคือ คนเริ่มกังขาในความคิดของเค้าว่ากำลังทำอะไรจะเป็นประธานาธิบดีกันไปทำไมให้มันหลายสมัยเหลือเกิน และ ด้านที่สามคือ ความคิดของตัวเค้าเอง อันนี้สิครับที่สำคัญ 

บล็อกที่ 5 นี้ผมหวังว่าผู้อ่านจะไปคิดเอาเองว่า ด้านที่ 3 นี้มันเกี่ยวกับอะไรนะครับ 

หลังจากที่นายปูตินได้แสดงออกให้ผู้นำโลกตะวันตกได้รู้ว่า อย่ามาหวังว่าคนอย่างผมจะเดินตามเส้นทางที่พวกคุณขีดไว้ ระบอบประชาธิปไตยแบบของคุณมันไม่ใช่ทางของผมหรอก ถ้าอ่านมาตั้งแต่ต้นจะทราบว่าปรัชญาชีวิตของนายปูตินคือ นำความยิ่งใหญ่กลับมาให้รัสเซียอีกครั้ง เค้ารักความยิ่งใหญ่ของความเป็นสหภาพโซเวียตมาก รักการเป็น KGB มาก ต่อมาเมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายและเค้าได้เข้ามาทำสิ่งที่เค้าฝัน เค้าจึงเดินหน้าอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม (ก็แหงล่ะครับ เค้าไม่ได้นับถือพราหมณ์) 

เมื่อเค้าได้ขึ้นตำแหน่งประธานาธิบดีแทนนายเยลต์ซินต์ สิ่งที่เค้าตอบแทนนายเก่าก็คือ ทำนิรโทษกรรมทุกอย่างให้กับนายเยลต์ซินทั้งหมดเพื่อให้สมกับที่ได้รับการคาดหวัง หลังจากนั้นก็ดำเนินนโยบายสร้างเศรษฐกิจที่ดีให้กับประเทศของเค้าประชาชนของเค้าห้วงแรกๆทางโลกยุโรปและอเมริกาก็มองเค้าในทางที่ไว้วางใจ 

นายปูตินส่งสายตาให้จอร์จ บุช เกิดความไว้วางใจ

นายปูตินส่งสายตาให้จอร์จ บุช เกิดความไว้วางใจ

ในปี 2001 ในการประชุมสุดยอดที่ Slovania ประธานาธิบดีจอร์ช บุช ถึงกับประกาศความไว้วางใจในตัวปูตินให้โลกรู้ว่า เป็นคนที่ไว้ใจได้ เค้าบอกว่าเค้ามองเข้าไปในตาของปูตินแล้วเค้าพบความน่าไว้วางใจ  “I looked the man in the eye. I found him to be very straight forward and trustworthy and we had a very good dialogue. I was able to get a sense of his soul. He’s a man deeply committed to his country and the best interests of his country and I appreciate very much the frank dialogue and that’s the beginning of a very constructive relationship,” Bush said.

นักวิจารณ์บอกว่า จอร์จ บุช ตกหลุมของนายปูตินเสียแล้ว เพราะนายปูตินถูกฝึกให้เป็นสายลับ เค้าสามารถแสดงสายตาได้หลายแบบเพื่อที่จะหลอกศัตรู วันนั้นเค้าแสดงสายตายที่ทำให้โลกตายใจในสิ่งที่เค้าเป็น และ สิ่งที่เค้าจะทำ นายปูตินทำให้อเมริกาคิดว่า สงครามเย็นจบลงแล้วและเป็นหน้าที่ของอเมริกาและรัสเซียที่จะรักษาสันติภาพของโลก

 แต่หลังจากนั้นอีกไม่นานในยุคสมัยของนายจอร์จ บุชนั้นเอง พวกเค้าเริ่มรู้สึกว่า ไม่ใช่แล้ว นายปูตินไม่ใช่คนอย่างที่เค้าคิดไว้ จากตอนแรกที่นายปูตินพยายามที่จะทำให้ผู้นำยุโรปต่างๆเห็นว่ารัสเซียอยากที่จะเป็นส่วนนึงของยุโรป เมื่อเรื่องราวกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือว่านายปูตินไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

วิกฤติการณ์ในยูเครน เป็นสิ่งที่สะท้อนความคิดของนายปูตินที่จะสร้างความย่ิงใหญ่ให้กับรัสเซียอีกครั้ง และ อเมริกาก็ไม่รอช้าที่จะเอาเหตุการณ์ในยูเครนมาสร้างภาพความเป็น”ผู้ร้าย”ให้กับนายปูตินทันทีครับ

ยูเครนอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซียเป็นสะพานไปสู่ยุโรป

ยูเครนอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซียเป็นสะพานไปสู่ยุโรป

เรื่องราวก็คือ เมื่อยุโรปเริ่มรู้ว่านายปูตินไม่ได้อยากจะเป็นส่วนนึงของยุโรปแล้ว สิ่งที่พวกเค้าร่วมกันทำคือลดความแข็งแกร่งของรัสเซียลงให้ได้ ด้วยการที่จะดึงยูเครนมาเป็นฝ่ายของยุโรปและลดอิทธิพลของนายปูตินในยูเครนลงให้ได้เพราะยูเครนคือสะพานที่เชื่อมรัสเซียกับยุโรปทั้งหมด

ทางอียูเสนอที่จะให้เงินกู้กับทางยูเครน แต่ประธานาธิบดี Viktor Yunikovych ที่มาจากสายรัสเซียไม่เอา(เพราะรัสเซียไม่ให้เอา) ประชาชนในยูเครนก็ลุกฮือขึ้นขับไล่ประธานาธิบดี นาย Yunikovych หนีออกจากประเทศ ชนชาวยูเครนเลยตั้งรัฐบาลขึ้นมาใหม่ และรัสเซียไม่ยอมรับรัฐบาลชุดนี้ แต่ในยูเครนก็ยังมีคนส่วนมากอีกส่วนนึงที่เป็นสายรัสเซีย ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันเลยเกิดวิกฤติการณ์ในยูเครนขึ้น รัสเซียแอบส่งทหารและอาวุธเข้าไปรบกับทหารของรัฐบาลที่ตั้งขึ้นหลังจากนาย Yunikovych บินหนีออกมา เกิดความวุ่นวายไปทั่วยูเครน

Euromaidan panoramic view taken from the top of the Revolution Christmas tree. December 8, 2013.

Euromaidan panoramic view taken from the top of the Revolution Christmas tree. December 8, 2013.

คราวนี้อเมริกาได้ที ก็เอาเรื่องนี้ประโคมไปทั่วโลกว่า นายปูตินรุกรานประเทศเพื่อนบ้านหวังให้พวกยุโรปคว่ำบาตรการค้ากับรัสเซีย ซึ่งพวกยุโรปต้องซื้อแก็ซธรรมชาติจากรัสเซีย พวกยุโรปก็ลังเลๆเพราะอากาศมันหนาว (555555555555 เลยทำเป็นเฉยๆไปก่อน) แต่ อเมริกาจะปล่อยให้ยุโรปทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ได้ เพราะเท่ากับว่า รัสเซียจะมีเงินจากการขายพลังงานเอามาต่อกรกับอเมริกาและทำศึกในยูเครนต่อไป เรื่องนี้อเมริกายอมไม่ได้เด็ดขาด จนกระทั่ง…………….

MH17 ตกลงในยูเครน ใครยิง?

MH17 ตกลงในยูเครน ใครยิง?

สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ MH17 ถูกยิงตกในยูเครน ทันทีที่เครื่องบินตกข่าวสารจากโลกตะวันตกก็ออกมาทันทีว่า ทหารฝ่ายต่อต้านรัฐบาลยูเครนที่รัสเซียหนุนหลังเป็นคนยิง ข่าวคราวที่ออกมาเป็นแรงกดดันให้ยุโรปจะทำทองไม่รู้ร้อนไม่ได้แล้ว พวกยุโรปเลยต้องตัดสินใจคว่ำบาตรการค้ากับรัสเซีย (สังเกตุได้ว่า นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่มาเมืองไทยหายไปทันทีกว่า 50% เพราะค่าเงินรูเบิลตกรูดลงมา 50% ออกมาเที่ยวกันไม่ไหว) แต่เรื่องนี้เป็นที่น่าสังเกตุว่า การที่เครื่องบินตกครั้งนี้ใครได้ประโยชน์ รัสเซียไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือ อเมริกาที่พยายามป้ายสีให้กับนายปูติน อันนี้จนวันนี้ก็ไม่มีใครออกมาพิสูจน์ว่า ใครเป็นคนยิงเครื่องบิน MH17 ลำนั้น แต่มีข่าวลือออกมาว่ามีภาพดาวเทียมที่รู้ว่า ใครเป็นคนยิงแล้ว อนิจจา คนพวกนี้เค้าเอาชีวิตคนมาต่อรองกันแบบนี้เลยหรือนี่

จากเหตุการณ์ในยูเครน โลกเริ่มสงสัยตัวนายปูตินขึ้นมา โลกเริ่มกลับมาใช้คำว่า สงครามเย็นกันอีกครั้ง อเมริกา และ รัสเซียกำลังกลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้รัสเซียไม่ได้มามือเปล่าดันมีเพื่อนซี้จากจีนที่พร้อมที่จะก้าวไปด้วยกัน เพราะจีนก็ถูกอเมริกากดดันไม่ให้มีอำนาจมากเกินไป หนทางที่จะสกัดจีนได้คือการสกัดเส้นทางน้ำมันที่จะวิ่งจากตะวันออกกลางไปยังจีน แต่ การที่รัสเซียมีแหล่งพลังงานเหลือเฟือ จีนจึงเห็นทางรอดของอนาคต อีกทั้งการร่วมมือกับรัสเซีย เท่ากับเป็นการกดดันอเมริกาได้ดีที่สุด

คู่ซี้ที่อเมริกากังวลใจ

คู่ซี้ที่อเมริกากังวลใจ

ขณะเดียวกันนายปูตินก็รู้ดีว่าเค้าต้องรักษา Popularity ไว้ให้ได้ทั้งภายในและภายนอกประเทศ การกดดันให้เศรษฐกิจของรัสเซียพังพินาศเป็นสูตรเก่าเล่ายี่ห้อของอเมริกาที่จะหวังสร้างให้เกิดการวุ่นวายในประเทศรัสเซียเพื่อยืมมือผู้คนในประเทศออกมาเดินต่อต้านนายปูติน แล้วอเมริกาก็จะเข้าไปทำเก๊กหล่อในประเทศรัสเซียอีกที แต่นายปูตินไม่ได้โง่ นายปูตินเริ่มแผนโปรยสเน่ห์ผู้นำรุ่นใหม่ หนุ่ม หล่อ แข็งแรง เพื่อสร้างความนิยมในตัวเองให้แตกต่างจากผู้นำที่ผ่านมาของสหภาพโซเวียต และเริ่มสร้างภาพว่า ที่รัสเซียแย่ทุกวันนี้ก็เพราะไอ้พวกยุโรปนี่แหละ ความนิยมในตัวเค้าในประเทศรัสเซียกับความโหดของเค้าในการจัดการกับฝ่ายตรงข้ามสยบสถานการณ์ได้ระดับนึงเลยทีเดียว

ผู้นำหนุ่ม แข็งแรง

ผู้นำหนุ่ม แข็งแรง

 นอกจากความนิยมภายในประเทศ เค้ายังต้องการมิตรประเทศอีกมากมายที่จะร่วมเป็นกลุ่มพลังต่อรองกับอเมริกา เค้ามองไปทั่วๆแล้วพบว่า ห้วงเวลาที่รัสเซียอ่อนแอ อเมริกาก็วางตัวเป็นตำรวจของโลกเข้าจุ้นกับกิจการภายในประเทศต่างๆทั่วโลกจนคนเริ่มเอือมระอา แต่ว่า ประเทศเหล่านั้นทำอะไรไม่ได้ ประเทศที่กำลังเซ็งๆกับอเมริกาเหล่านี้แหละ คือพันธมิตรชั้นดีของปูติน 

แสนยานุภาพของรัสเซียที่โลกตะลึง

แสนยานุภาพของรัสเซียที่โลกตะลึง

เมื่ออเมริกาหวังครองแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางแต่เพียงผู้เดียวด้วยการสร้าง ISIS ขึ้นมาเพื่อสร้างความวุ่นวายไปทั่วตะวันออกกลาง ถึงจุดๆนี้เป็นจุดที่ลงตัวพอดีเมื่อ ISIS ก้าวเข้าไปในซีเรีย นายปูตินมองเห็นโอกาส กระสุนนัดเดียวได้นก 4 ตัวคือ

  1. ได้ใจชาวตะวันออกกลางและชาวโลกที่เอือมระอาต่อพฤติกรรมของ ISIS เต็มทน
  2. ได้ใจคนทั่วโลกที่จะมีใครสักคนมาปราบตำรวจเถื่อนของโลกเสียที
  3. ซีเรียที่ติดกับทะเลเมดิเตอเรเนียน เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาก การได้ซีเรียมาเป็นพวกเท่ากับเค้าจะมีท่าเรือในทะเลเมดิเตอเรเนียนไว้กดดันพวกนาโต้ได้อย่าง”เนียนๆ”
  4. สุดท้ายคือ การแสดงแสนยานุภาพของกองทัพรัสเซีย ที่ทำให้โลกเชื่อว่า รัสเซียไม่เป็นสองรองใคร ยิ่งการยิงขีปนาวุธจากเรือทะเลสาปแคสเปี้ยน บินๆเลี้ยวลัดเลาะเข้าถล่มรัง ISIS ในซีเรียที่ห่างออกไปถึง 1400 กิโลเมตร สร้างความซี้ดซ้าดให้กับผู้ที่ติดตามความทันสมัยของแสนยานุภาพของรัสเซียเป็นอย่างมากว่า ทำได้อย่างไร ไกลขนาดนี้และแม่นราวกับจับวาง (อเมริกาโดย CNN พยายามปล่อยข่าวว่า มีขีปนาวุธไปตกในอิหร่านมีคนล้มตาย แต่ ไม่มีหลักฐานเป็นภาพออกมา แถมอิหร่านก็ปฏิเสธข่าวด้วย หน้าที่ CNN เค้าหละครับ )
ปูตินถล่ม ISIS ในซีเรียด้วยขีปนาวุธจาก Caspian Sea

ปูตินถล่ม ISIS ในซีเรียด้วยขีปนาวุธจาก Caspian Sea

ศึกถล่ม ISIS ในซีเรียครั้งนี้ถึงใจพระเดชพระคุณผู้คนไปทั่วโลก รวมทั้งหลายๆคนในประเทศไทยไปด้วยเลย ถ้าวัดความนิยมในตัวของนายปูตินแล้วเชื่อว่า คะแนนความนิยมพุ่งกระฉูดไม่ว่าทางอเมริกาจะพยายามที่จะลดคะแนนลงด้วยแผนอะไรอย่างไรก็ตาม

ข่าวคราวที่น่าเชื่อถือว่า นายปูติน มีส่วนกับการคอรัปชั่น การกำจัดฝ่ายต่อต้านอย่างเหี้ยมโหด การรู้เห็นเป็นใจกับแก๊งอาชญากรรม และอื่นๆอีกมากมายหลายคดีพอจะมีมูล ทำให้เค้าต้องหาทางอยู่ในตำแหน่งไปอีกสักพักนึง ซึ่งเชื่อว่าเค้าคงจะเป็นไปจนถึงปี 2024 เป็นอย่างน้อย ระหว่างนี้เค้าคงต้องหาทางลงจากตำแหน่งอย่างสวยสดงดงามและที่สำคัญ รัสเซียจะต้องกลับมายิ่งใหญ่ให้ได้อีกครั้งในยุคของเค้า จนกว่าจะมีลูกน้องคนโปรดที่จะมาแทนและปกป้องเค้าจากการเช็คบิลย้อนหลังให้ได้สักคน ซึ่งตอนนี้ยังมองไม่เห็นใครสักที เค้าคงต้องอยู่ไปอีกนานพอควร

ปูตินกับการรักษาตำแหน่ง

เส้นทางการปกครองรัสเซียของนายปูตินมองไปข้างหน้าแล้วคงจะไม่ราบรื่น เพราะอเมริกาเองคงไม่อยากเห็นว่ามีใครสักคนที่แข็งแรงพอที่จะมาขวางทาง แถมจีนเองก็เข้าเป็นพวกกับรัสเซียในย่านตะวันออกนี้อย่างเด่นชัด หลายปีก่อนที่รัสเซียอ่อนแอ อเมริกาก็เข้าไปวุ่นวายสร้างกลุ่มหัวรุนแรงในอัฟกานิสถานเป็นกันชนไม่ให้รัสเซียแผ่อิทธิพลลงมาทางตะวันออกกลาง จากนี้ไปความคิดความอ่านของอเมริกาจะเปลี่ยนไป การถล่ม ISIS เด็กในคาถาของอเมริกาเป็นสิ่งบอกเหตุให้อเมริการู้ว่า รัสเซียจะไม่ทนอีกต่อไปนะจ๊ะ อย่ามาใช้มุกเดิมๆอีกขอร้อง

ด้วยความคาดหวังของนายปูตินเองเลยที่จะนำรัสเซียกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เค้าจึงบริหารจัดการประเทศมาถึงจุดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าชายคนนึงที่ตกงานกลับบ้านเกิดจะกลายมาเป็นคนที่กำลังเปลี่ยนสมดุลย์ของโลกได้ในวันนี้ 

ขอจบบทความ 5 ตอนไว้เพียงเท่านี้ครับ ผมหวังว่า ความเข้าใจแนวคิดของนายปูติน จะทำให้ท่านพอมองเห็นเหตุการณ์ของโลกในอนาคตได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ 

ขอบคุณมากครับ 

อ่าน ปัญหาในซีเรียใครเป็นใคร คลิก

ย้อนอ่าน

ตอนที่ 1

ตอนที่ 2

ตอนที่ 3

ตอนที่ 4

%d bloggers like this: