Karakoram Highway กับยุทธศาสตร์ของจีน

ข่าวที่น่าจับตามมองที่สุดข่าวนึงเลยครับ

เมื่อไม่กี่วันก่อนประธานาธิบดีของจีนได้ไปเยือนเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับประเทศ “ปากีสถาน” ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาเกือบ 60 ปีแล้ว ความสัมพันธ์เริ่มเมื่อปี 1959 จีนเข้าไปร่วมสร้างถนนชื่อ Karakoram Highway ความยาวนับพันกิโลเมตร ตอนนั้นเองจีนก็เพิ่งเป็นคอมมิวนิสต์มาเพียง 9 ปี และก็จนแสนจน แต่ก็มีใจไปช่วยปากีสถานสร้างถนนสายนี้ที่สร้างยากเพราะอยู่บนภูเขาสูง คนงานของจีนตายหลายร้อยคนเลย

ปากีสถานก็รักจีนมาก ถึงขั้นกล่าวในพิธีต้อนรับประธานาธิบดีของจีนว่า “มิตรภาพจีน-ปากีสถานนั้น สูงยิ่งกว่าภูเขาหิมาลัย ลึกยิ่งกว่ามหาสมุทร หวานเสียยิ่งกว่าน้ำผึ้ง” (อื้อหือ เลี่ยนจริงๆ ผมไม่ได้เขียนเองนะครับ เค้าว่ากันแบบนี้จริงๆ)

วันนี้ปากีสถานยังจนอยู่มาก แต่ เพื่อนรักอย่างจีนก็รวยจนแทบจะทะลุฟ้าอยู่แล้ว วันนี้เพื่อนรักกลับมาพบกันใหม่อีกครั้งนึงหลังจากห่างหายกันไปนานแสนนาน จีนมาพร้อมกับวงเงินช่วยเหลือประเทศปากีสถาน 4.6 หมื่นล้านดอลล่าร์ หรือ 1.38 ล้านล้านบาท ปากีสถานก็แสนดีใจถ้าจีนไปขอน้องจริงๆ เอ๊ยไม่ใช่ครับ เงินก้อนนี้ไม่เกี่ยวกับการทหารอะไรเลย เอามาพัฒนาประเทศปากีสถานล้วนๆ

เมื่อเทียบกับเงินที่ปากีสถานเคยได้มาจาก เพื่อนรัก(หักเหลี่ยมโหด)อย่างอเมริกาที่ให้เงินมากว่า 70% เพื่อเป็นอาวุธและเอาปากีสถานเป็นฐานทัพไปถล่มอัฟกานิสถาน นอกจากอเมริกาจะให้มาน้อยกว่าแล้ว ประชาชนเองก็แทบจะไม่ได้อะไรเลยจากการที่อเมริกาเอาเงินมาให้

เพื่อนซี้อย่างจีนก็ดูจะใจดีกว่ามาก อันที่จริงแล้วจีนคงจะมองการณ์ไกลมากว่าวันนึง ภาคตะวันตกของตนจะยากจนมาก เพราะไม่มีทางออกทะเล เลยคบค้าสมาคมกับเพื่อนด้านที่มีทางออกทะเลทางด้านตะวันตกไว้ จีนคุยกับปากีสถานครั้งนี้เพื่อที่จะขยายถนนเส้นที่ผมวาดไว้ในแผนที่ที่จะไปออกทะเลของปากีสถาน ตรงนั้นจะเป็นเสมือน”ฮ่องกง”เลยทีเดียว เรื่องนี้จะมีผลต่อสภาวะทางการเมือง เศรษฐกิจ และการค้าในย่านนี้มากๆเพราะ

1. จีนสามารถแผ่อิทธิพลเข้าไปใกล้แหล่งน้ำมันของโลกคือ ตะวันออกกลางเข้าไปทุกที
2. เส้นทางขนส่งน้ำมันไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกา ไม่ต้องผ่านโซนที่ญี่ปุ่น น้องชายคนเล็กของอเมริกาคุมเส้นทางอยู่
3. ดินแดนด้านตะวันตกของจีนที่วันนี้ยังจนมากเพราะไม่มีใครอยากไปตั้งโรงงานเพราะไม่ติดทะเลก็จะ ลืมตาอ้าปากได้ เพราะถนนเส้นนี้นำออกสู่ทะเล
4. จีนจะสามารถขยายตัวไปทำการค้าขายกับย่านนี้ได้อีกมากมาย โรงงานทางภาคตะวันตกจะมีตลาดส่งออกที่มีกำลังซื้อคือ ตะวันออกกลาง

ในอีก 20 ปีข้างหน้า จีนจะยังคงเติบโตไม่หยุดยั้ง การส่งออกของถูกจะไม่ใช่หนทางรวยของจีนอีกต่อไป ความเจริญจะขยายไปทางตะวันตกของประเทศ ความต้องการน้ำมันจำนวนมากจะถูกส่งเข้าไปทางปากีสถาน แล้วต่อท่อหรือขนด้วยรถที่เร็วกว่าอ้อมเรือผ่านสิงคโปร์ เวียตนาม ผ่านญี่ปุ่นอีกมากมาย ไม่นับอิทธิพลที่จีนกำลังโอบล้อมประชาชนทั้งเอเชียไว้เกือบหมดแล้ว

อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป ผมหวังว่าผมจะมีชีวิตรอดูความเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นอันนี้ครับ

เทคนิคการบริการลูกค้าในร้านอาหาร แชร์ประสบการณ์ตรง

เมื่อสัก 10 ปีก่อน ผมทำร้านอาหารแถวซอยอารี พหลโยธิน เป็นร้านเล็กๆแต่ก็มีลูกค้าได้แน่นอยู่บางที

ผมมีแนวคิดบางอย่างมาเล่าครับ

1. เวลาลูกค้าตามอาหารว่ามาช้า
ผมจะตอบว่าไปตามเดี๋ยวนี้เลยครับ แล้ว ก็จะวิ่ง เน้นว่า วิ่งจริงๆ การวิ่งจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า เราจริงจังกับการตามอาหารที่มาช้า แม้มันจะไม่ได้ช่วยให้อาหารมาเร็วขึ้น แต่ มันทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า อารมณ์ของเค้าสำคัญกับเรา เค้าจะไม่โกรธเลย

2. ถ้าลูกค้ามีเด็กเล็กมาด้วย
ขนมกรุบกรอบ มาวางก่อนเลย ไม่ต้องสั่ง เพราะ ถ้าอาหารช้าแต่เด็กไม่โยเย พ่อแม่จะทนได้ อย่าให้เด็กบ่นว่าหิวเด็ดขาด

3. ห้องน้ำต้องสะอาดที่สุด
ลูกค้าไม่มีใครเดินไปเข้าครัวของร้าน แต่เค้าจะเข้าห้องน้ำ การที่ห้องน้ำของร้านสะอาดลูกค้าจะรู้สึกว่า เจ้าของร้านใส่ใจความสะอาด ห้องครัวคงจะสะอาดด้วย ผมลงมือถูห้องน้ำเองเสมอ

4. ลูกค้าไม่ชอบไปยืนรอหน้าห้องน้ำ
การไปยืนเก้ๆกังๆหน้าห้องน้ำ มันทำให้ลูกค้าเสียลุค ผมเลยเอาแนวคิดมาจากเครื่องบิน คือ ถ้าห้องน้ำไม่ว่าง จะมีไฟสีแดงติด ผมเลยเอาโคมไฟมาอันนึงใส่หลอดไฟสีแดงไว้ในร้าน แล้วเชื่อมสายไฟกับในห้องน้ำ ถ้าลูกค้าเข้าห้องน้ำจะต้องเปิดไฟ โคมไฟสีแดงในร้านจะสว่างด้วย ลูกค้าที่จะคอยก็จะรู้ว่าห้องน้ำไม่ว่าง และจะไปห้องน้ำตอนที่ไฟดับ ง่ายๆเลย

5. ถ้าลูกค้าร้องเพลงตามเพลงที่เปิดในร้าน
แสดงว่า ลูกค้าอารมณ์ดี ให้วนเพลงนั้นกลับมาเปิดอีกรอบนึง และ หาเพลงแนวๆเดียวกันเปิดตามๆกันการที่คนฮัมเพลงตาม เป็นการแสดงออกว่า เค้ากำลังมีความสุข เราต้องยืดเวลาความสุขนั้นออกไปให้ยาว เค้าจะชอบร้านเราโดยไม่รู้ตัว

6. ถ้าเมนูมีอาหารไม่มาก
ให้เขียนเรื่องราวแรงบันดาลใจของการทำร้านอาหาร ที่มา ตำนาน ลูกค้าจะอ่านและรู้สึกว่ามีเรื่องราว

7. ฤดูฝนต้องเตรียมร่มใหญ่ๆไว้
บางทีลูกค้ามากินอาหารแล้วฝนตก เค้าก็ต้องกลับไปที่รถ ยิ่งลูกค้าที่มีเด็ก เค้าจะยิ่งกังวล การเตรียมร่มใหญ่ๆไว้แล้วเจ้าของร้านกางร่มให้ลูกค้า จะเป็นการสร้างความประทับใจที่ง่ายมาก แค่ แลกกับเสื้อเปียกเท่านั้นเอง แต่เราเปลี่ยนได้เพราะ เราเตรียมเสื้อไว้เปลี่ยนได้

8. ถ้าอาหารช้ามากๆหรือผิดพลาด
ขอโทษอย่างจริงใจและจริงใจ แล้วลดราคา 50% หรือไม่เก็บเงินเลย ลูกค้าจะรู้สึกถึงความสำคัญที่เราให้กับความรู้สึกของเค้า อย่าเสียดายเงิน ลูกน้องในครัวโกงร้านยังมากกว่านี้อีก

9. ทำให้ลูกค้ารู้ระดับราคาของอาหารโดยไม่ต้องเข้าร้าน
ตอนเปิดร้านใหม่ๆ บางทีลูกค้าไม่แน่ใจว่า ร้านเราระดับราคาขนาดไหน เค้าจะไม่กล้าเข้า วิธีการคือ เขียนราคาอาหารให้เห็นที่ป้ายนอกร้าน

10. ทำให้ลูกค้านั่งดื่มนานขึ้นด้วยเพลงถูกใจ
ข้อนี้ต้องดูว่าลูกค้าไม่ได้ขับรถมาเองนะครับ คนเรามักจะเกิดอยากดื่มอีกหน่อย เมื่ออยู่ดีๆเพลงโปรดจี๊ดใจดันเปิดขึ้นมาในขณะที่กำลังจะเรียกเก็บเงิน กลายเป็นเรียกมาสั่งเพิ่มอีกขวดนึง เราต้องสังเกตุว่า ระหว่างนั้นเค้าชอบเพลงไหน คุยเรื่องอะไร แล้วเลือกเพลงให้โดนใจ บางทีอยู่ต่อยาวมากครับ

11. ติดตามชาร์ทอันดับเพลงประจำสัปดาห์ แล้วจัดหามาด่วน อันนี้ เข้าใจได้ง่ายๆ ข้อดีตามแนวคิดข้างบน

11 ข้อเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมทำเมื่อ 10-11ปีก่อน เฟซบุคยังไม่มี การโปรโมทออนไลน์ไม่ง่ายแบบนี้ หนทางในการบริการจึงเป็นหัวใจ

ปัจจุบันเทคนิคมันคงเปลี่ยนไปหาวิธีการทำให้ลูกค้า ถ่ายรูปอาหารลงโซเชี่ยล มีมุมสวยๆถ่ายรูป หาคนดังมารีวิว ก็ทำให้ร้านดังกันได้เยอะเลยสมัยนี้

คิดแล้วอยากกลับไปทำร้านอาหารอีกจังครับ

เทคนิคการบริการลูกค้าในร้านอาหาร

เทคนิคการบริการลูกค้าในร้านอาหาร

ความท้าทายของนักโฆษณา

ความท้าทายของนักโฆษณา

ราว 30 ปีกว่าก่อน โฆษณาทางโทรทัศน์ไม่น่าดูเลย น่าเบื่อมากคนต้องทนดูๆไป ผลทางการตลาดก็ราบรื่นไปตามเรื่อง เพราะไม่มีรีโมท ขี้เกียจลุกไปเปลี่ยนช่อง

พอเข้าถึงยุคทีวีมีรีโมท พอตัดเข้าโฆษณา คนก็กดรีโมทไปช่องอื่น ดูอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่โฆษณา แบบนี้งบโฆษณาก็สูญเปล่า เพราะคนไม่เห็น คู่แข่งตัวฉกาจคือ รีโมททีวี

วงการโฆษณาก็สู้สุดฤทธิ์ ไม่ยอมแพ้ไอ้รีโมทหน้าแฉล้ม วงการโฆษณาเกิดความคิดขึ้นมาว่า ถ้าเราทำโฆษณาให้สวย สนุก ดูดี เพลงเพราะ(ยุคนั้นยังไม่มีกฏหมายลิขสิทธิ์เพลง เพลงฝรั่งสามารถฟังได้ทางทีวีนี่แหละ แถมมีภาพสวยๆอีก) คนคงอยากดูมั้ง

ได้ผลครับ ไปๆมาๆ หนังโฆษณาบ้านเราถ่ายทำดี ตัวแสดงดูมีเสน่ห์ ถ่ายเมืองไทยตัดต่อฮ่องกง วงการโฆษณากลับมาบูม คนชอบดูโฆษณามากกว่าหนังหรือละคร เพราะคุณภาพต่างกันลิบลับ

คนไทยชอบโฆษณามาก คืนไหนมีโฆษณาใหม่ๆออกมาที่สนุกๆ ตื่นเช้าจะรีบไปบอกไปคุยกับเพื่อนว่า เห็นรึยังๆ ถ้ายัง คืนนี้ให้รีบกลับไปดู นั่งรอโฆษณาตัวโปรด ราวกับเป็นหนังสั้น วันๆนั่งรอดูอยากดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า วงการตลาดชอบใจ ถือว่าได้ Frequency การเห็นซ้ำสูง

วงการโฆษณาไทยเก่ง โด่งดัง ต่างชาติต้องมาจ้างไปถ่ายให้ที่บ้านเค้า โปรดักชั่นเฮ้าส์เกิดเป็นดอกเห็ด หนังโฆษณาไทยไปได้รางวัลเมืองคานส์ เมืองที่นักโฆษณาอยากได้รางวัลแต่ไม่อยากขึ้นคานส์

วันเวลาหมุนไป อินเตอร์เน็ตเข้ามามีอิทธิพล นักการตลาดก็เอาหนังโฆษณาที่ฉายทางทีวีเอาไปใส่ในออนไลน์ ใส่ในยูทูปด้วย หวังเพิ่มโอกาสการเห็นหนังโฆษณา นอกจากเห็นแล้ว ถ้าชอบ ก็แชร์

อินเตอร์เน็ตเข้ามาสร้างความท้าทายให้นักโฆษณาอีกครั้ง เมื่อ หนังที่เหมือนอันที่ออกในทีวี คนจะไม่ชอบแชร์ เพราะ มันมีให้ดูในทีวีแล้ว วงการโฆษณาเลยต้อง สร้างหนังโฆษณาที่ออกฉายเฉพาะทางออนไลน์เท่านั้น สร้างยาวได้ไม่ต้อง 15 วินาที 30 วินาที 45 วินาที ยิ่งยาวยิ่งสนุก คนยิ่งชอบ

ปัญหาไม่จบง่ายๆ เมื่อ คนไทยเปลี่ยนนิสัยอีกครั้ง คือ ดูทีวีน้อยลง แถม โฆษณาทางออนไลน์ก็ดูแค่ 1-2 ครั้ง ถ้าชอบมาก อาจดู 3 ครั้ง ถ้ามาอีกก็จะไม่ดูแล้ว ถ้าเห็นทางทีวี ก็ไม่ดูซ้ำแบบยุคเก่า ไม่ดูโฆษณาก้มหน้าเล่นมือถือดีกว่า

ผลคือ Frequency ของการเห็นตกลง คือ คนดูซ้ำน้อยลง พอดูซ้ำน้อยลง ก็จำจุดขายไม่ได้ จำสโลแกนไม่ได้ จำหน้าตาแพคเกจจิ้งไม่ได้ คราวนี้ปัญหาหนักเลย พฤติกรรมการรับสื่อเปลี่ยนแปลงหนัก

ยัง!!! แต่นี้ยังไม่สะใจ ต้องเจอดอกนี้ที่หนักเลยคือ เฟซบุค ส่งเสริมคลิปวิดีโอทางบ้านและการไลฟ์สด ผนวกกับ ทุกคนในสังคมมีกล้องวิดีโอในมือทุกคนตลอดเวลา แค่นั้นยังไม่พอ ซื้อกล้องมาติดหน้ารถ ให้มีเรื่องดราม่ามาออกเฟซบุคได้ทุกวัน ไม่นับสาวสวยยอมพลีชีพฉายเรือนร่างแบบวิดีโอเรียกยอดไลค์กันอีก

คลิปวิดีโอมากมายออกมาแย่งความสนใจจากหนังโฆษณา

หนังโฆษณาคราวนี้ ต่อให้ถ่ายดี สนุกแค่ไหน สวยแค่ไหน ก็ไม่น่าดูเท่าคลิปดราม่าที่สังคมกำลังพูดถึง นี่ยังไม่นับเรื่องราวที่น่าดู น่าด่า และเรื่องของเพื่อนๆในออนไลน์อีก หนังโฆษณาดังๆ ก็ดังไม่เกิน 2 วัน ก็เลิกดูแล้ว

ความท้าทายครั้งนี้ หนักหนานัก ล่าสุด แม้กระทั่งเจ้าพ่อวงการชาเขียว ที่ออกแคมเปญแก้หนี้แจกเงิน ยังต้านกระแสไม่ไหว เงียบสนิท

นักโฆษณาเจอโจทย์ใหม่ยากกว่าเก่าเยอะ ผลการโฆษณาตกลงอย่างรูดกระทูด นักการตลาดก็พลอยมึนตึ้บไปด้วย ทำอย่างไร แผนการตลาดจะถูกส่งต่อไปถึงผู้บริโภคในยุคนี้ได้

ผมเองก็มีไอเดียของผมที่จะสู้กับสถานการณ์แบบนี้

ส่วนวงการโฆษณาก็คงมีแนวทางของเค้าไป ลุงโฆษณาเก่าอย่างผมก็อยากตามเรียนรู้น้องๆหลานๆรุ่นใหม่ครับ

เรียนรู้กันไม่หยุด เพราะ โลกมันไม่หยุดเปลี่ยนแปลง

แนวทางการประยุกต์นำ Digital Transformation ให้เกิดภายในองค์กร

เคยสงสัยไหมครับว่า ธุรกิจของเราจะปรับเอา Digital Technology เข้ามาประยุกต์ใช้อย่างไร

หลายท่านหลายเจ้าของกิจการ อ่าน ฟัง ดู เรื่องราว เช่น “10 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก” , “20 กระแสออนไลน์ไม่เปลี่ยนไม่ได้” คำศัพท์ใหม่ๆ Ai, Internet of Thing, Big Data, Deep Learning, Blockchain สารพัดคำศัพท์ที่หลั่งไหลเข้ามาเต็มสมอง เค้าบอกว่าสำคัญ ต้องรีบนำมาใช้

แต่ ไม่รู้จะใช้มันอย่างไร

ผมมีคำแนะนำครับ

– ถ้าได้ยินหลายครั้ง แต่ไม่เข้าใจ จงรีบเข้าใจโดยด่วน ถ้าได้ยินบ่อยๆแปลว่า เค้าพูดกันหนาหูแล้ว เรายังไม่รู้เรื่อง เราจะตกหลุมรักเอ๊ย (Ai มันเลือกคำให้ผม) ตกขบวน หาอ่าน หาสัมมนาไปเข้าด่วน

– ถ้าศึกษาแล้วไม่เข้าใจ อย่าตกใจ อย่าคิดไปว่า ถ้ากูไม่เข้าใจคนอื่นก็ไม่เข้าใจหรอก หยุด!! ไม่จริงมันมีคนที่เข้าใจแล้ว แต่เค้าไม่บอกคุณ

– ถ้ามันยากเกินเข้าใจ อย่ากังวล ถ้าเรื่องแบบนี้มันคิดขึ้นมาได้ง่ายๆ คงมีคนคิดไปนานแล้ว จงคิดว่า บางทีเราอาจเริ่มก่อนคู่แข่ง เราจะได้ก้าวหน้าไปก่อนหนึ่งก้าว

– ถ้ามันเข้าใจยาก จ้างคนที่เข้าใจเรื่องนั้นๆมาทันที ขั้นต้นจ้างมาเป็นที่ปรึกษาก่อน เราต้องเริ่มทดลองก่อน การทดลองทำก่อนทำให้เราเจอปัญหาก่อน และ จะเจอทางแก้ไขปัญหาก่อน ถ้าเจอแล้วอย่าบอกใคร เพราะ อาจมีคนเจอทางแก้ปัญหาก่อนเราเค้าก็ไม่บอกเราเหมือนกัน การเริ่มก่อน เท่ากับ นำหน้าคู่แข่ง

– อีกทางนึงที่ง่ายๆคือ ธุรกิจของเราต้องมี คนที่ขายของให้เรา และ คนที่มาซื้อของจากเรา สิ่งที่เราต้องทำคือ ดูว่าคนที่ขายของให้เรา/คนที่ซื้อของๆเรานั้น เค้าริเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองเข้าหาเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างไร การปรับตัวของเค้า อาจทำให้เราทำงานกับเค้ายากขึ้น เค้าจะไม่อยากร่วมงานกับเราอีก ดังนั้นหากเค้าปรับอย่างไรก็ปรับตัวตามแนวเค้าเลย ยิ่งหากเค้าเป็น Supplier หรือ ลูกค้าที่เก่งๆ เราปรับกระบวนการตามเขาเลย

– อีกแบบที่ง่ายๆคือ ศึกษาวิธีการของบริษัทแนวเดียวกับธุรกิจของเราในเมืองนอกว่า เค้าใช้อย่างไร ไม่ต้องคิดต่อต้าน เทคโนโลยีมันเกิดมาเพื่อเปลี่ยนโลก เราเล็กกว่าโลก ถ้าโลกยังโดนมันเปลี่ยน มันก็เปลี่ยนเราได้สบายๆ

– ขั้นสุดท้ายคือ รับเทคโนโลยีนั้นมาทำเลย อย่ากังวลว่าจะลงทุนเร็วไปแล้วจะขาดทุน จงคิดว่า การให้คู่แข่งทำไปก่อนคือการขาดทุน ยิ่งถ้าคุณทำสำเร็จก่อนคู่แข่ง แม้มันจะต้องใช้เงินมากกว่า แต่ คุณจะบลัฟคู่แข่งได้ตลอดชีวิต ขาดทุนคือกำไร

ทั้งหมดนี้ คือ เบื้องหลังของคำว่า Digital Transformation เรื่องยากๆที่ทำง่ายๆ แค่ คิดจะทำ

ขอให้ทุกนักรบธุรกิจประสบชัยชนะในสมรภูมิธุรกิจยุคดิจิตอลทุกท่านครับ

11 เหตุผลที่การสนับสนุนนักกีฬาเป็นเหตุผลที่ดีมากๆสำหรับการตลาด

11 เหตุผลที่การสนับสนุนนักกีฬาเป็นเหตุผลที่ดีมากๆสำหรับการตลาด

1. นักกีฬาจะใส่เสื้อที่มีแบรนด์ของคุณได้บ่อยๆ แต่ ดารา โนเวย์

2. วันที่นักกีฬานำชัยชนะมา เค้าคือความภูมิใจของคนทั้งประเทศ ดารา……

3. นักกีฬาเก่งๆ เป็นนักกีฬาที่เก่งได้ “ส่วนมาก” เพราะมีวินัย ไม่ใช่แค่ ถ่ายรูปขึ้น ดังนั้นเราจึงมักวางใจได้ว่า เค้าจะไม่ทำให้แบรนด์เสียหาย

4. นักกีฬา มักมีรูปร่างดี เวลาสวมเสื้อผ้าที่มีแบรนด์ ทำให้แบรนด์ดูดีมาก คนจะอยากใส่ตาม

5. ดาราอาจมีหนังและละครปีละ 1-2 เรื่อง แต่ นักกีฬามีเหตุให้ออกสื่อบ่อยมาก โลโก้เราจะถูกเห็นบ่อยๆ

6. พ่อแม่ มักจะสอนลูกให้ทำตัวตามแบบนักกีฬามากกว่า ทำตัวตามดารา สินค้าของคุณจะเข้าไปในใจของเด็ก รอวันที่เด็กจะโตเป็นผู้ใหญ่

7. นักกีฬาดังๆ มักมีตำแหน่งทางกีฬา เช่น มือวางอันดับ 1 นักกีฬาเหรียญทอง แชมป์หญิงเดี่ยว แชมป์ชายคู่ ทำให้แบรนด์มีภาพพจน์เชิงระดับดีไปด้วย

8. นักกีฬา เป็นเครื่องวัดระดับความเจริญทางจิตใจ สินค้าที่สนับสนุนกีฬา มักเป็นแบรนด์ที่ใจกว้าง

9. นักกีฬา ใช้เวลานานกว่าจะเป็นแชมป์ สินค้าที่สนับสนุนนักกีฬาตั้งแต่ยังไม่ดัง คนจะเชื่อว่า เป็นสินค้าเป็นนักบริหารที่มองการไกล

10. การที่นักกีฬา มีแบรนด์ของคุณบนเสื้อ คนจะรักแบรนด์คุณโดยไม่รู้ตัว

11. การสนับสนุนนักกีฬา เป็นการสนับสนุนวงการกีฬา คือการสร้างให้คนรู้จักดีใจเมื่อชนะ และ ทำใจเมื่อต้องแพ้ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคน สร้างสังคม

#มาสนับสนุนวงการกีฬากันสิครับ

AI หรือ Artificial Intelligence น่ากลัวจริงๆเหรอ

คิดล้ำหน้ายุค Ai ด้วยการคิดย้อนหลัง

-หลายพันปีก่อน มนุษย์รวมตัวกันทำเกษตรกรรม

-ห้าร้อยปีก่อน มนุษย์ย้ายงานจากภาคเกษตรกรรมมาทำอุตสาหกรรมไม่หนัก ทำเสื้อผ้า ถ้วยชาม เครื่องมือ มีด ดาบ ใช้คนจำนวนมาก

-สองร้อยปีก่อน เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม เครื่องจักรไอน้ำถูกนำเข้ามาใช้ทดแทนแรงงาน ผู้คนหวั่นวิตกว่าจะต้องตกงานกันเพราะเครื่องจักรทำงานเร็วกว่า แต่ กลับกลายเป็นว่า การปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ๆมากมาย รถไฟ อุตสาหกรรมเหล็ก เคมีภัณฑ์ ผู้คนจำนวนมากมีงานทำเพิ่ม มากกว่าที่ตำแหน่งงานที่โดนทดแทน

-30 ปีกว่าก่อน ตู้เอทีเอ็มถูกนำเข้ามาริเริ่มใช้ในประเทศไทย คนคิดว่า อีกหน่อยพนักงานธนาคารจะตกงาน แต่ ตู้เอทีเอ็มช่วยให้เศรษฐกิจยุคก่อนดิจิตอลส่งเงินจากกรุงเทพไปได้ทั่วประเทศ สร้างการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เกิดร้านรวงมากมาย ธนาคารกลับขยายสาขามากมาย จ้างคนมหาศาล แค่พนักงานเติมเงิน ดูแลระบบ บำรุงรักษาตู้เอทีเอ็ม ก็เยอะแยะแล้ว

-ต่อมา 25 ปีก่อน เป็นยุคคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเริ่มบูม ผู้คนกังวลว่า อีกหน่อยเสมียน พนักงานพิมพ์ดีด นักบัญชี จะต้องตกงาน แต่ ที่ไหนได้ เกิดความต้องการคนเพิ่มจำนวนมาก บริษัทลดพนักงานพิมพ์ดีดลง แต่ ต้องจ้างทีมงาน IT ที่มีจำนวนมากกว่าตำแหน่งงานที่โดนทดแทน

-ตอนอีเมล์เฟื่องฟู ผู้คนคิดว่า ไปรษณีย์ไทยจะต้องปลดพนักงาน รายได้จากแสตมป์จะต้องหดไป ระบบ SMS เข้ามาทำให้หน่วยโทรเลขของไปรษณีย์ไทยต้องปิดตัวลง แต่ อินเตอร์เนทกลับนำระบบการสั่งซื้อของออนไลน์ที่ต้องการคนจัดส่งมากมาย มากจนไปรษณีย์ไทยทำงานไม่ทัน บริษัทต่างๆแย่งกันเข้ามาเปิดธุรกิจ จ้างงานตำแหน่งบุรุษไปรษณีย์ แต่เรียกให้โก้ว่า delivery man

วันนี้ ผู้คนยังกังวลกับคำถามเดิมๆ ว่า Ai จะทำให้คนตกงานมากมาย แต่ถ้าเรามองบทเรียนในอดีต เราจะพบว่า สิ่งใหม่ๆที่เข้ามา มักจะล้างของเก่าบางอย่างออกไป แล้ว เติมของใหม่ที่มากกว่า มีคุณค่ามากกว่าเข้ามาทดแทนเสมอ

Ai เข้ามาทดแทนคนแน่ๆ แต่ Ai จะนำสิ่งใหม่ๆเข้ามาสร้างความต้องการในแรงงานแรงสมองของคนมากกว่าเดิมอีก ว่าแต่ว่า สิ่งใหม่ที่ว่านั้นมันจะเป็นอะไรเท่านั้น ไม่มีใครต้องตกงานเพราะ Ai แต่เราจะย้ายไปทำสิ่งอื่น

มนุษย์เคยทำงานไม่มีวันหยุดในภาคเกษตรกรรม แต่ต่อมา 40 ปีก่อนบริษัทเอกชนจำนวนมากทำงานจันทร์-เสาร์ และ 30 ปีต่อมา มีแบบทำงาน 6 (วันจันทร์-เสาร์) กับแบบ 5 (จันทร์-ศุกร์) สลับสัปดาห์กัน และ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีบริษัทน้อยนักที่จะทำงานวันเสาร์

จากการทำงาน 7 วัน เหลือ 6 วัน เหลือ 5 วัน

ว่ากันว่า เราจะลดเวลาทำงานเหลือ 4 วัน ถ้าดูตามเทรนด์นี้ มันก็เป็นไปได้เหมือนกัน การหยุด 3 วันต่อสัปดาห์ จะทำให้เราท่องเที่ยวมากขึ้น ทำงานอดิเรกมากขึ้น มีกิจการเล็กๆที่พอใจ ของเล่น ที่ท่องเที่ยว จะบูม ซึ่งจะขยายเศรษฐกิจออกไปอีก

แค่คิดว่า ทุกสัปดาห์มี Long Weekend ก็น่าตื่นเต้นแล้ว

โลกเราน่าสนุกดี

วิธีการใช้รถบ้าน RV เพื่อการท่องเที่ยว จากประสบการณ์ตรง

ข่าวคราวการนำรถบ้านหรือที่เรียกว่า RV หรือ Recreational Vehicle จากเมืองจีนเข้ามาขับท่องเที่ยวในเมืองไทย ทำให้ผมอยากเล่าประสบการณ์การใช้รถบ้านในอเมริกาอยู่เกือบสิบวันเพื่อให้ท่านๆได้ทราบและจะได้เห็นมุมมองว่า เพราะเหตุใดประเทศไทยเราจึงยังไม่พร้อมและไม่ควรให้รถพวกนี้เข้ามาในบ้านเราโดยเด็ดขาด

ความสดวกสบายบนรถ RV ที่เหมือนบ้านขนาดเล็กหลังนึง

ความสดวกสบายบนรถ RV ที่เหมือนบ้านขนาดเล็กหลังนึง

ผมจะเล่าว่า

รถบ้าน RV สดวกสบายอย่างไร

รถบ้าน RVลำบากอย่างไร

ใช้งานรถบ้าน RV อย่างไร

ระบบรองรับรถบ้าน RV ของสถานที่ท่องเที่ยวจะต้องเป็นอย่างไร

เรามาดูกันเลยครับ

รถบ้าน RV สดวกสบายอย่างไร

นี่คือรถบ้านครับ สังเกตุความยาว

นี่คือรถบ้านครับ สังเกตุความยาว ท้ายรถคือห้องนอน

เมื่อมองจากช่วงกลางของรถ

เมื่อมองจากช่วงกลางของรถ

โต๊ะนั่งเล่น กินข้าว เล่นคอม

โต๊ะนั่งเล่น กินข้าว เล่นคอม

ห้องครัว และที่ล้างจาน มองไปเห็นห้องน้ำมีที่ทำน้ำร้อน

ห้องครัว และที่ล้างจาน มองไปเห็นห้องน้ำมีที่ทำน้ำร้อน

ห้องสุขา เต็มรูปแบบ

ห้องสุขา เต็มรูปแบบ

นั่งกินอาหารเช้า กลางวัน เย็น ณจุดที่อยากจอด (ตามกฏจราจร)

นั่งกินอาหารเช้า กลางวัน เย็น ณจุดที่อยากจอด (ตามกฏจราจร)

ล้างจาน ทำกับข้าว เหมือนบ้านเล็กๆ

ล้างจาน ทำกับข้าว เหมือนบ้านเล็กๆ

การใช้รถบ้านก็เหมือนกับการเอาห้องพักแบบสตูดิโอไปไหนมาไหนกับเราด้วย มีที่นั่งเล่น มีห้องน้ำ มีครัว มีห้องสุขา มีห้องนอน เรียงกันตามความยาวของรถ แถมในรถก็มีที่เก็บน้ำ มีที่ปั่นไฟ มีถังแก็ซ  ทำให้เราสามารถเที่ยวไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องเช่าโรงแรม และ เปลี่ยนที่นอนได้ตามใจชอบโดยไม่ต้องขนกระเป๋าหนักๆไปมาตลอดเวลา

รถบ้าน RVลำบากอย่างไร

รถที่มีความยาวเกือบเท่ารถเมล์ทำให้ขับยาก แถมพวงมาลัยซ้ายเสียอีก

รถที่มีความยาวเกือบเท่ารถเมล์ทำให้ขับยาก แถมพวงมาลัยซ้ายเสียอีก

การหาที่จอด ต้องจอดตามสถานที่ที่กำหนดเท่านั้น เพราะความจำเป็นและความปลอดภัย

การหาที่จอด ต้องจอดตามสถานที่ที่กำหนดเท่านั้น เพราะความจำเป็นและความปลอดภัย

จุดสำคัญของการจอดคือ การเติมน้ำใช้ นำ้ดื่ม และ ระบายของเสียจากร่างกายอย่างมีสุขอนามัย

จุดสำคัญของการจอดคือ การเติมน้ำใช้ นำ้ดื่ม และ ระบายของเสียจากร่างกายอย่างมีสุขอนามัย

จุดระบายมูลฝอย

แม้ว่าการไปไหนมาไหนกับรถบ้าน RV จะมีความสดวก แต่มีสองสามสิ่งที่ต้องพิจารณาในการจอดค้างอ้างแรม นั่นคือ ความปลอดภัย การมีสาธารณูปโภครองรับ (เดี๋ยวจะเล่าต่อ) และ กฏหมาย ดังนั้นจึงเกิดมีธุรกิจที่เรียกว่า  RV Park & Range เกิดขึ้น ที่เราจะต้องไปเช่าที่จอดรถ เพราะเค้าจะมีสาธารณูปโภครองรับความต้องการของเราและรถ RV เป็นอย่างดี

แต่ด้วยความที่จุดจอดรถหรือ RV Park & Range มีเยอะ แต่ ก็มีความต้องการในที่จอดรถเช่นกัน เราต้องโทรไปจองไว้ก่อน และ ราคาจะแตกต่างกัน เช่น มีที่ให้ระบายมูลฝอย มีไฟฟ้าให้เสียบใช้ มีน้ำสะอาดให้เติม และ ค่าจอด ทั้งหมดจะมีความแตกต่างกัน บางจุดจอดมีไม่ครบ ต้องไปจอดต่อคิวเพื่อใช้ที่ระบายของเสียเป็นต้น ดังนั้นผู้ที่จะหาที่จอดต้องติดต่อไว้ล่วงหน้า

ส่วนหากอยากจะหาที่จอดฟรี เช่น Wallmart จะอนุญาตให้เราเข้าไปจอดรถได้ แต่จะไม่มีสาธารณูปโภคให้ใช้ แต่ ก็ปลอดภัย เมื่อเราใช้น้ำในรถหมด หรือ เริ่มมีของเสียเต็ม เราก็ต้องไปหาที่เพื่อระบายออกอยู่ดี

ใช้งานรถบ้าน RV อย่างไร

หากเราเน้นการทำอาหาร และ หากใช้รถ RV ในฤดูหนาว เราต้องใช้แก็ซเพื่อความอุ่นในรถช่วงกลางคืน

หากเราเน้นการทำอาหาร และ หากใช้รถ RV ในฤดูหนาว เราต้องใช้แก็ซเพื่อความอุ่นในรถช่วงกลางคืน

ต้องเติมน้ำสะอาดสำหรับอาบน้ำ ล้างมือ ล้างจานในรถ

ต้องเติมน้ำสะอาดสำหรับอาบน้ำ ล้างมือ ล้างจานในรถ

จุดเติมน้ำสะอาดเข้ารถ

จุดเติมน้ำสะอาดเข้ารถ

ที่สำคัญคือ เราต้องมีที่ดูดส้วม เราต้องทำเองครับ ด้วยการต่อท่อเพื่อเอาสิ่งที่เราขับถ่าย อาบน้ำ ล้างจาน ทิ้งออกจากรถ

ที่สำคัญคือ เราต้องมีที่ดูดส้วม เราต้องทำเองครับ ด้วยการต่อท่อเพื่อเอาสิ่งที่เราขับถ่าย อาบน้ำ ล้างจาน ทิ้งออกจากรถด้วย ท่อยางที่เค้าให้มา

จุดสำคัญของการจอดคือ การเติมน้ำใช้ นำ้ดื่ม และ ระบายของเสียจากร่างกายอย่างมีสุขอนามัย

จุดสำคัญของการจอดคือ การเติมน้ำใช้ นำ้ดื่ม และ ระบายของเสียจากร่างกายอย่างมีสุขอนามัย

อันนี้เป็นจุดจอดรถแบบที่มีปลั๊กไฟฟ้าให้เสียบ แท่นเขียวๆ และ มีน้ำสะอาดให้เติม แต่ ไม่มีที่ระบายมูลและน้ำเสีย

อันนี้เป็นจุดจอดรถแบบที่มีปลั๊กไฟฟ้าให้เสียบ แท่นเขียวๆ และ มีน้ำสะอาดให้เติม แต่ ไม่มีที่ระบายมูลและน้ำเสีย

เครื่องปั่นไฟสำหรับชาร์จเข้าแบตเตอรี่สำรอง แต่ ตอนนอนเค้าไม่ให้เปิด ให้เราต้องเสียบไฟจากที่จอดเข้าไปใช้เท่านั้นเพือความเงียบสงบ

เครื่องปั่นไฟสำหรับชาร์จเข้าแบตเตอรี่สำรอง แต่ ตอนนอนเค้าไม่ให้เปิด ให้เราต้องเสียบไฟจากที่จอดเข้าไปใช้เท่านั้นเพือความเงียบสงบ

ในการใช้รถบ้าน เราจึงจำเป็นต้องเติมสิ่งเหล่านี้คือ นำมันเชื่อเพลิง น้ำดื่ม น้ำอาบน้ำใช้  และเราก็ต้องมีที่กักเก็บน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากการอาบ ล้างจาน และของเสียจากร่างกาย ที่จะต้องหาที่ระบายอย่างถูกต้อง การระบายของเสียเหล่านี้ผิดที่จะเป็นความผิดทางกฏหมายที่ร้ายแรงของอเมริกา จะมีป้ายเตือนอยู่ตลอดเวลา

อีกประการนึงคือ เราต้องเลือกที่จอดให้ดี หากที่ที่ไปจอดไม่มีที่ระบาย เราต้องเตรียมดูว่า ที่เก็บของเสียใกล้จะเต็มหรือยัง หากเต็มเราก็จะใช้ไม่ได้เพราะมันจะไม่มีที่ลง อีกประการนึงคือ หากที่ไปจอดไม่มีไฟฟ้าให้เสียบแต่เราต้องการใช้ไฟฟ้า เราต้องเก็บไฟเข้าแบตสำรองเอาไว้ให้ดี หรือ ต้องเปิดเครื่องปั่นไฟฟ้า ซึ่งจะส่งเสียงรบกวนเพื่อนบ้าน

เพื่อนบ้านก็จะจอดเรียงๆกันไป บางทีก็ได้เพื่อนใหม่ แบ่งของกันกิน บางทีก็ส่งเสียงดังรบกวนกัน

เพื่อนบ้านก็จะจอดเรียงๆกันไป บางทีก็ได้เพื่อนใหม่ แบ่งของกันกิน บางทีก็ส่งเสียงดังรบกวนกัน

ระบบรองรับรถบ้าน RV ของสถานที่ท่องเที่ยวจะต้องเป็นอย่างไร

 เมื่อเปรียบเทียบว่า รถบ้าน RV คือบ้านเล็กๆหลังนึง การไปหาที่จอดจึงเหมือนกับการที่เราจะสร้างบ้านสักที่นึง จะสร้างแยกหรือจะสร้างรวมเป็นหมู่บ้านก็ต้องการระบบสาธารณูปโภครองรับ ทั้งน้ำ ไฟฟ้า เครื่องทำความอุ่น ระบบท่อระบายน้ำและการขจัดขยะมูลฝอย ประเทศที่มีรถ RV เยอะๆจึงต้องกำหนดกฏกติกามารยาทและระบบรองรับและระบบลงโทษสำหรับผู้ที่ทำผิด

ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจากจีน เอารถบ้านหรือ RV เข้ามาใช้กัน แต่ว่า เรายังไม่มีทั้งกฏหมาย ระบบรองรับ และ ระบบลงโทษให้พร้อม ดังนั้นการนำรถ RV เข้ามาใช้ในภาวะที่เรายังไม่พร้อมจะก่อให้เกิดปัญหาหลากหลาย ตั้งแต่ความปลอดภัย อาชญากรรม สาธารณสุข และอื่นๆอีกมากมาย

วิวสวยๆของจุดจอดรถบ้าน

วิวสวยๆของจุดจอดรถบ้าน

หวังว่าบล็อกเรื่องนี้จะทำให้ท่านที่ไม่เคยมีประสบการณ์การใช้รถบ้าน ได้เกิดจินตนาการและความเข้าใจไม่มากก็น้อยครับ

อเมริกากับแผนการยึด 7 ประเทศตะวันออกกลาง

อเมริกามีแผนที่จะยึด 7 ประเทศในตะวันออกกลางมาแล้ว จากปากคำของนายพลระดับสูง 4-star U.S. Army general ของกองทัพสหรัฐอเมริกาออกมาพูดเอง ดูในคลิปตั้งแต่ที่นาทีที่ 1:06 เป็นต้นไปครับ

บางทีการสร้าง ISIS ขึ้นมาก็เพื่อการสนับสนุนแผนการอันนี้ ด้วยการยกให้ ISIS ทำหน้าที่ในการยึดดินแดนในตะวันออกกลางให้มากที่สุดแล้วอเมริกาก็เข้าไปปราบ ISIS อีกทีนึง และสถาปนาการปกครองใหม่ในตะวันออกกลาง

บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุที่รัสเซียต้องเข้ามาสกัดการเจริญเติบโตของ ISIS และต้องหาพวกคือ อิรัค อิหร่าน และ ซีเรีย เพื่อล็อคเป้าหมายไม่ให้แผนการครั้งนี้ของอเมริกาประสบความสำเร็จ

จริงเท็จประการใด ฟังคลิปได้ครับ

I knew why, because I had been through the Pentagon right after 9/11. About ten days after 9/11, I went through the Pentagon and I saw Secretary Rumsfeld and Deputy Secretary Wolfowitz. I went downstairs just to say hello to some of the people on the Joint Staff who used to work for me, and one of the generals called me in. He said, “Sir, you’ve got to come in and talk to me a second.” I said, “Well, you’re too busy.” He said, “No, no.” He says, “We’ve made the decision we’re going to war with Iraq.” This was on or about the 20th of September. I said, “We’re going to war with Iraq? Why?” He said, “I don’t know.” He said, “I guess they don’t know what else to do.” So I said, “Well, did they find some information connecting Saddam to al-Qaeda?” He said, “No, no.” He says, “There’s nothing new that way. They just made the decision to go to war with Iraq.” He said, “I guess it’s like we don’t know what to do about terrorists, but we’ve got a good military and we can take down governments.” And he said, “I guess if the only tool you have is a hammer, every problem has to look like a nail.”

So I came back to see him a few weeks later, and by that time we were bombing in Afghanistan. I said, “Are we still going to war with Iraq?” And he said, “Oh, it’s worse than that.” He reached over on his desk. He picked up a piece of paper. And he said, “I just got this down from upstairs” — meaning the Secretary of Defense’s office — “today.” And he said, “This is a memo that describes how we’re going to take out seven countries in five years, starting with Iraq, and then Syria, Lebanon, Libya, Somalia, Sudan and, finishing off, Iran.” I said, “Is it classified?” He said, “Yes, sir.” I said, “Well, don’t show it to me.” And I saw him a year or so ago, and I said, “You remember that?” He said, “Sir, I didn’t show you that memo! I didn’t show it to you!”

ใครเป็นใครในปัญหาซีเรีย สรุปย่อสั้นๆ

ปัญหาในซีเรียยืดเยื้อกันมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว และไม่มีแนวโน้มไปในทางที่ดีขึ้น แถมยังเป็นที่สงสัยกันว่าจะนำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 เสียด้วยหรือเปล่า เพราะตอนนี้มหาอำนาจของโลกเข้าไปวุ่นวายกันเต็มไปหมด

Syria ความวุ่นวายของทศวรรษกับเพื่อนบ้านจอมจุ้น

Syria ความวุ่นวายของทศวรรษกับเพื่อนบ้านจอมจุ้น

แถมเวลาฟังข่าว ก็มีฝ่ายโน้นฝ่ายนี้เข้ามาเกี่ยวข้องเต็มไปหมด ผมเลยไปศึกษามา(ไม่ได้รู้เองหรอกครับ)แล้วเอามาย่อให้ฟังคร่าวๆแบบนี้ครับ เวลาฟังข่าวจะได้ติดตามสถานการณ์ได้สนุกหน่อย

นักแสดงและตัวประกอบหลักๆของปัญหาซีเรีย

นักแสดงและตัวประกอบหลักๆของปัญหาซีเรีย

ก่อนที่จะเข้าใจปัญหาของซีเรีย เรามาเข้าใจทีมงานเอ๊ยการแบ่งแต่ละฝ่ายออกมาเป็นกลุ่มเป็นก้อนก่อนนะครับ

จัดออกมาให้เป็นกลุ่มก้อนจะได้เข้าใจง่ายๆนะครับ

จัดออกมาให้เป็นกลุ่มก้อนจะได้เข้าใจง่ายๆนะครับ

เอาล่ะเรามาเริ่มกันที่ประเทศซีเรีย จากวันที่ปัญหามันยังไม่มี

  1. ประธานาธิบดี บาร์ชา อัล อัสซาด ของซีเรียปกครองซีเรียมาตั้งแต่ปี 2000 ต่อมาจากพ่อของเค้า ฮาเฟส อัล อัสซาดที่เป็นประธานาธิบดีตั้งแต่ปี 1971-2000 จากนี้จะขอเรียกประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาดว่า นายอัสซาด เพื่อความง่ายครับ
ครอบครัวประธานาธิบดีซีเรีย

ครอบครัวประธานาธิบดีซีเรีย

2. ต่อมาเกิดปรากฏการณ์ Arab Spring ผู้คนลุกขึ้นมาต่อต้านผู้ปกครองของตน และลามมาถึงซีเรียด้วย ประชาชนออกมาเรียกร้องให้นายอัสซาดลาออก ด้วยสันติ แต่ นายอัสซาดไม่ยอม ก็แหงแหละครับใครจะไปลาออก เกิดการประท้วงไปทั่วและเกิดการยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ เอาแล้วไง ไอ้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นเสมอๆ เราต้องดูเป็นตัวอย่างครับ

3. พอประชาชนเกิดการสูญเสีย คราวนี้เลยกลายมาเป็นชนวนให้เกิดเป็นกลุ่มต่อต้านรัฐบาลนายอัสซาดอย่างจริงจัง จากนี้ไปจะเรียกกลุ่มนี้ว่ากลุ่มกบฎ Rebel ครับ

4. ทหารบางส่วนของนายอัสซาด ก็แยกตัวออกมาเพราะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายอัสซาด เกิดเป็นกลุ่มที่เราคุ้นหูว่า FSA หรือ Free Syrian Army คราวนี้ทั้งกลุ่มกบฎและกลุ่ม FSA ก็เริ่มต่อสู้กันเองกับทหารของนายนายอัสซาด กลายเป็นสงครามกลางเมืองที่พังพินาศกันไปทั่ว แต่ ยังพังไม่พอหรอกครับ นี่มันแค่เริ่มต้น

5. ต่อมาพวกกลุ่มหัวรุนแรง Jihadists รอบๆประเทศซีเรียก็เข้ามาสมทบอีก ไม่จบแค่นั้นกลุ่มอัลไกด้าห์ก็เข้ามาตั้งสาขา (อื้อหือ กะเอาจริงเอาจังกันมากครับ) เพื่อสมทบกับกลุ่ม Rebel เพื่อร่วมกันรบกับนายอัสซาด สรุปคือตอนนี้มี Rebel, FSA, Jihadists, Al Qaeda เข้ามาเป็นศัตรูกับนายอัสซาด

6. ต่อมากลุ่ม Kurds มิตรของอเมริกาแต่เป็นศัตรูของตุรกีเข้ามาช่วยอัสซาด นายอัสซาดเริ่มมีพวกกะเค้าบ้างแล้วล่ะครับ

Kurds เป็นชาติพันธุ์โบราณที่กระจายตัวกันอยู่ในตุรกี อิหร่าน อิรัค และ ซีเรีย

Kurds เป็นชาติพันธุ์โบราณที่กระจายตัวกันอยู่ในตุรกี อิหร่าน อิรัค และ ซีเรีย

7. อันที่จริงแล้วนายอัสซาดหรือซีเรียก็ไม่ได้โดดเดี่ยวอะไรขนาดนั้นหรอกครับ เค้ามีพวกที่สนิทๆกันก็คือ อิหร่านและรัสเซีย ไม่รู้ว่าไปสนิทกันตอนไหนเอาเป็นว่าสนิทแล้วกัน แน่นอนครับเมื่อสนิทกับอิหร่านและรัสเซีย ก็เลยต้องไม่ถูกกับอเมริกา ซาอุดิอารเบียและกาตาร์ไปด้วย

ใครเป็นพวกใครดูกันครับ

ใครเป็นพวกใครดูกันครับ

8. เมื่อเป็นแบบนี้เกิดอะไรขึ้นต่อ นั่นก็คือซาอุดิอารเบียก็ส่งเงินให้กับตุรกีเอาไปสนับสนุนการก่อการของกบฎในซีเรีย อิหร่านก็ส่งเงินบ้างเพราะอิหร่านก็ไม่ค่อยชอบซาอุอยู่แล้ว และเมื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้น อิหร่านจะเข้าไปรบก็ไม่สดวกเลยชวนพวก Hezbollah ที่เป็นกองกำลังในการสนับสนุนของตนในเลบานอนให้เข้าไปช่วยนายอัสซาดหน่อย

9. พอซาอุดิอาระเบียรู้ว่าทางอิหร่านเข้าไปช่วย ก็ส่งเงินเข้าไปเพิ่ม คราวนี้ผ่านทางจอร์แดน ใครพวกใครกันบ้างเริ่มมึนไหมล่ะครับ กลับไปดูภาพกันใหม่

นักแสดงและตัวประกอบหลักๆของปัญหาซีเรีย

นักแสดงและตัวประกอบหลักๆของปัญหาซีเรีย

10. ต่อมาโอบาม่า ที่ในความเป็นจริงแล้วก็รู้เรื่องมานานแล้ว ก็สั่งซีไอเอให้เข้าไปฝึกการรบให้พวกกบฎที่ต่อสู้กับนายอัสซาดและก็ขอให้พวกอาหรับเลิกส่งเงินไปช่วยพวกกบฎด้วย แต่ไม่มีใครสน ยังคงส่งเงินกันต่อไปรบกันเข้าไปไม่รู้ใครจะฟังใครกันแล้ว

11. กันยายน 2013 ต่อมามีข่าวว่า อัสซาดใช้อาวุธเคมีฆ่าประชาชน คราวนี้อเมริกาได้ทีเลยที่จะสร้างบทบาทของตัวเองโดยอ้างว่านายอัสซาดทำผิดกับประชาชนของตัวเอง อเมริกาจะต้องเข้าไปปราบนายอัสซาดอย่างจริงจังและเป็นหน้าที่ของฉัน​ (เหรอ?)

12. ต่อมาเกิดกลุ่มที่โด่งดังที่สุด ที่มีรากจากการเป็นพวกของอัลไกดาห์ในอิรัค ขอแยกตัวไม่เป็นพวกอัลไกดาห์แล้วเพราะมีมุมมองใหม่ที่แตกต่างจากอัลไกดาห์ (จำได้ใช่ไหมครับ ว่าอัลไกดาห์มาตั้งสาขาในซีเรียเพื่อรบกับนายอัสซาด) กลุ่มนี้เดิมทีเรียกตัวเองว่า Islamic State of Iraq หรือ ISI ต่อมาขยายอิทธิพลข้ามชายแดนเข้าไปในซีเรีย เลยเรียกตัวเองใหม่ว่า Islamic State of Iraq and Syria หรือคือที่มาของคำว่า ISIS นั่นเอง พวก ISIS ไม่ได้เข้าไปสู้กับใคร แต่เข้าไปต่อสู้กับ Kurds เสียมากกว่า เพราะพวกเค้าอยากสร้างดินแดนของรัฐตัวเองและมีชื่อเรียกเรียบร้อยแล้วว่า Caliphate ซึ่งเป็นชื่อเรียกดินแดนของชาวมุสลิม ซึ่งมีความหมายว่า ไม่มีอะไรที่จะแบ่งแยกชาวมุสลิมออกเป็นประเทศๆ แต่ต้องรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ระบบเดียว เศรษฐกิจเดียว พูดง่ายๆว่ารัฐอิสลาม Islamic State นั่นเอง

caliph_gif

13. พอกลุ่ม ISIS มีข่าวความโหดร้ายออกมาทาง Social Media เยอะๆเข้า นาย Obama ก็ออกมาประกาศสู้กับ ISIS และส่งคนไปสอนพวกกบฎของซีเรียให้ไปสู้กับ ISIS ที่ไม่ได้เป็นศัตรูกับอัสซาด ไปๆมาๆ อเมริกาเริ่มไม่สนใจที่จะปราบอัสซาดเสียแล้ว อยากปราบ ISIS เสียมากกว่า (สังเกตุไหมครับว่า ตั้งแต่ที่ ISIS เริ่มเป็นที่รู้จัก ก็เริ่มไม่มีข่าวโหดๆออกมาอีก หรือที่ผ่านมาเป็นการสร้างชื่อเท่านั้น)

cb2a319f-442e-460c-bb22-6351eaa7d740_500

14. ต่อมาตุรกีที่เป็นพวกอเมริกาก็ไปบอมบ์พวก Kurds ที่ก็เป็นพวกของอเมริกาเหมือนกัน โดยเข้าไปบอมบ์ในอิรัคและในซีเรียแต่ตุรกีไม่บอมบ์ ISIS ที่เป็นศัตรูกับอเมริกา จนพวก Kurds ก็งงว่า อเมริกาอยู่ข้างไหนกันแน่ อย่าว่าแต่ Kurds เลยครับ ใครๆก็เริ่มงงว่าใครเป็นพวกใครกันแน่ ตอนนี้ Syria กลายเป็นสมรภูมิให้คนอื่นเข้ามาทะเลาะกันวุ่นวายไปหมด จนกลายมาเป็นที่มาของผู้อพยพชาวซีเรียและเป็นปัญหาไปทั่วยุโรป

15. มาถึงตอนนี้อัสซาดเริ่มเสียการควบคุมพื้นที่ต่างๆในประเทศซีเรียให้กับพวกกบฎ และ ISIS จนแทบไม่มีอะไรเหลือแล้ว กันยายน 2015 รัสเซียเริ่มเข้ามาช่วยอัสซาดตามคำขอของนายอัสซาด  การเข้าไปถล่มพวกต่อต้านนายอัสซาดของรัสเซียถือเป็นการเข้าไปอย่างถูกต้องเพราะมีคำร้องขออย่างเป็นทางการ รัสเซียประกาศว่าจะบอมบ์พวก ISIS แต่ก็ไปบอมบ์พวกกบฏของอัสซาดด้วย ล่าสุดตุรกีก็กลายมาเป็นศัตรูของรัสเซียไปด้วยเพราะ ดันไปยิงเครื่องบินของรัสเซียตก คราวนี้วงกลมของการทะเลาะกันเริ่มจะครบวงแล้วล่ะครับ

ภาพล้อเลียนการเข้าไปถล่มในซีเรียของรัสเซีย มีใครกันบ้างดูเลยครับ

ภาพล้อเลียนการเข้าไปถล่มในซีเรียของรัสเซีย มีใครกันบ้างดูเลยครับ

16. มาถึงตอนนี้ ซีเรียก็ยังวุ่นวายไม่เลิกเพราะไม่รู้จะจบกันอย่างไร แต่ทว่าปัญหาทั้งหมดกลายเป็นโอกาสใหม่ของรัสเซีย เพราะตอนนี้ทั้งอิรัคและอิหร่านต่างก็เปิดรับให้รัสเซียเข้ามาช่วยถล่มพวก ISIS หน่อยเถอะ การ Exercise อำนาจครั้งนี้ของรัสเซียเริ่มออกดอกออกผลให้กับรัสเซียที่ต้องการกลับมาเป็นผู้นำอำนาจของโลก แต่ทำให้อเมริกาเสียแผนไปมาก เพราะรัสเซียได้แผ่อำนาจเข้ามาในตะวันออกกลางอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ส่วนแผนการของอเมริกาเป็นอย่างไร บล็อกหน้าจะมาเล่าให้ฟังนะครับ

หวังว่าบล็อกนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านได้ติดตามเรื่องราวในซีเรียได้อย่างเข้าใจมากขึ้นครับ

หากสนใจประวัตินายปูติน คลิก เลยครับ 

หากอยากฟังรายละเอียดของ Syria สามารถดูจาก Youtube คลิกเลยครับ

Who’s fighting whom in Syria? Explained in 90 seconds

Recommended Thai food shop near Oun Hotel , Yothin Patana 3

If you stay in Oun Hotel in Soi Yothin Patana 3 or nearby , there is a recommended Thai food serving common food that Thai people usually have in their daily lifestyle. If you look out from your hotel, the shop will be slightly on your right hand side opposite the small road.

Beside from normal food, this place is famous for a kind of food call “Guay Tiew Paak More” or “Noodle from steam pot” (ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ) which is a very rare kind of food that rarely found in Bangkok as it is originated from a small town 80 KM away from Bangkok. The owner is a local peole from the town so you can ask from her. Her name is Kop ( means frog).

ต.ท่าเกวียน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ต้นกำเนิดของก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ

ต.ท่าเกวียน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ต้นกำเนิดของก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ 80 KM from Bangkok lies a small town called Phanom Sarakham the birth place of  “Guay Tiew Paak More”

Please see the photo of the food below :

ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อพนมสารคามในกรุงเทพ

ปรุงน้ำก๋วยเตี่ยวเพื่อรอก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ

This is soup part which will be added with special kind of noodle. It does not look like noodle at all, it does look more like dumpling. But the inside was not the same as dumpling. Check this photo

หรือจะทานก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบแห้งๆก็อร่อยดี

หรือจะทานก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบแห้งๆก็อร่อยดี

So, you eat it by putting each piece of dumpling into the soup and eat it as if you were eating dumpling

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อในกรุงเทพ

ทางร้านจะเสิร์ฟให้เป็นชิ้นๆคำๆสดๆร้อนๆกันเลย

You can alter the taste of the soup to suite your taste bud with dried chilli, sugar, fish sauce and vinegar.  More over , if you prefer to eat it the way local people of the town 80 KM away from Bangkok does, you need to sit around the cooking station and have each dumpling freshly cooked one by one so you will feel the heat of each dumpling and smell of the inside.

12250102_10208323904082079_766475118866701153_n

ชุดไส้ ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อจะถูกนำไปวางบนแผ่นแป้งที่จะสุกจากไอน้ำเดือด

ชุดไส้ ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อจะถูกนำไปวางบนแผ่นแป้งที่จะสุกจากไอน้ำเดือด

Each dumpling will be served to you one by one. This is the genuine way of experience this kind of food.

There are many kind of dumpling for you to choose. But I would recommend you to try it first for the first round and the you can specify which one you prefer to have and which ones that you do not wish to have.

ไส้ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อ แบบต่างๆ

ไส้ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อ เช่น ผัดกุ้ยช่าย ผัดถั่วฝักยาว ผัดหน่อไม้กุ้งแห้ง ผัดกระหล่ำปลี ไส้หวาน เป็นต้น

Not only this food. There are many more delicious menu. The food has been tried and liked by foreign guests of the Oun Hotel for example :

12274353_1214445315236747_8868760981293613848_n

Guay Jub : Big Flat White noodle in Pork Stock Soup with Egg.

12235007_1214445295236749_8737948127719133788_n

Yen Ta Four : Thai noodle with light pork soup with Tofu sauce and grounded peanut

11953045_1639101416362031_2170709542733576703_n

Khao Kha Moo : Pot-Stewed Pork with rice

Give it a try to experience what common Thai people does. The most important is that it is high value for money. With the price of each menu compared with the amount they are serving, there is no such kind of value for money in Bangkok anymore.

Hope you enjoy the food.

%d bloggers like this: