รีวิว ร้านข้าวมันไก่ไทยในโอซาก้า อร่อย อิ่ม ใกล้สถานีรถไฟ Osaka Station

ร้านอาหารข้าวมันไก่ไทยในโอซาก้า ผมก็ไม่รู้ว่าร้านข้าวมันไก่มันไปเริ่มเป็นที่รู้จักหรือเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็เห็นร้านข้าวมันไก่ในญี่ปุ่นในเมืองใหญ่ๆกันแล้ว ร้านอาหารไทยในญี่ปุ่นหรือโอซาก้าก็จะมีกันอยู่แล้ว แต่ร้านข้าวมันไก่แบบนี้ยังใหม่อยู่

บล็อกนี้คงไม่ต้องรีวิวอะไรมาก มันคงมีหน้าที่ในการพาท่านที่อยากจะลองชิมไปให้เจอ ก็คงประมาณนั้นครับ เรามาดูกันเลยว่า ร้านข้าวมันไก่ในโอซาก้าอยู่ตรงไหน ร้านนี้ชื่อ อร่อย ข้าวมันไก่ หรือ Aroi Khao Man Gai นะครับ

แผนที่ร้านข้าวมันไก่ในโอซาก้า ใกล้สถานีโอซาก้า เดินมาได้ง่ายๆครับ

แผนที่ร้านข้าวมันไก่ในโอซาก้า ใกล้สถานีโอซาก้า เดินมาได้ง่ายๆครับ

วิธีเดินมาหาร้านข้าวมันไก่โอซาก้าแห่งนี้ก็ง่ายมากครับ ตั้งต้นจากสถานีโอซาก้า แล้วเดินมาทางโรงแรม Hiton Osaka เดินผ่านโรงแรมไปเรื่อยๆนับไป 3 ไฟแดงแล้วเข้าซอยเล็กๆด้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของฮิลตัน ร้าน อร่อย ข้าวมันไก่ หรือ Aroi Khao Man Gai จะอยู่ทางซ้ายของซอย ร้านนี้เปิด 11:30 น.ครับ ไปก่อนก็ไม่ให้เข้าไปให้คอยอยู่หน้าร้าน

หน้าร้าน อร่อย ข้าวมันไก่ หรือ Aroi Khao Man Gai

หน้าร้าน อร่อย ข้าวมันไก่ หรือ Aroi Khao Man Gai

คนหั่นไก่อยู่หน้าร้านเลย ขอถ่ายรูปได้ตามสบายครับ

คนหั่นไก่อยู่หน้าร้านเลย ขอถ่ายรูปได้ตามสบายครับ

อร่อย ข้าวมันไก่ หรือ Aroi Khao Man Gai ก็ไม่ต่างจากร้านอาหารอื่น ไม่ต้องทำเมนู กดตู้เอาคูปองไปให้เค้าทำอาหารอย่างเดียว

อร่อย ข้าวมันไก่ หรือ Aroi Khao Man Gai ก็ไม่ต่างจากร้านอาหารอื่น ไม่ต้องทำเมนู กดตู้เอาคูปองไปให้เค้าทำอาหารอย่างเดียว

ในเมนูมีอะไรให้เลือกบ้าง เอาหลักๆนะครับ สามป้ายบนคือ ข้าวมันไก่ ข้าวมันไก่ทอด และแบบผสม สามป้ายแดงแถวที่สองคือ จานใหญ่ ของ 3 เมนูแดงแถวบน สีเขียวแถวที่สามคือ ผักชี สามอันต่อมาเป็นเรื่องของซอสครับ บรรทัดที่ 4 คือ เบียร์สิงห์ โค้ก จิงเจอร์เอล น้ำส้ม บรรทัดสุดท้ายคือ ชาอูล่ง และ ชาจัสมิน เอาหละ หยอดเงินแล้วยื่นให้เค้าแล้วเข้าไปในร้านกันดีกว่าครับ

บรรยากาศในร้านก็ทันสมัย ง่ายๆครับ

บรรยากาศในร้านก็ทันสมัย ง่ายๆครับ

มองออกไปทางด้านหน้าร้าน

มองออกไปทางด้านหน้าร้าน

พนักงานญี่ปุ่นร้านนี้คุยเก่ง เสียงดังเลย เหมือนคนไทย ฮ่าๆ

พนักงานญี่ปุ่นร้านนี้คุยเก่ง เสียงดังเลย เหมือนคนไทย ฮ่าๆ

ช้อนวางอย่างเป็นระเบียบดูสะอาดน่าใช้

ช้อนวางอย่างเป็นระเบียบดูสะอาดน่าใช้

ผ้าเช็ดมือ มีให้เลือกสามสี แต่ข้างในสีขาวเหมือนกัน

ผ้าเช็ดมือ มีให้เลือกสามสี แต่ข้างในสีขาวเหมือนกัน

ชุดถาดข้าวมันไก่จานใหญ่

ชุดถาดข้าวมันไก่จานใหญ่

มาแล้วครับ ข้าวมันไก่ไทยในโอซาก้า แปลกประหลาดอย่างเดียวตรงที่มีมะเขือเทศด้วย บ้านเราข้าวมันไก่ไม่มีมะเขือเทศเนอะ มาดูกันใกล้ๆครับว่า อะไรเป็นอย่างไร

ไก่หน้าชิ้นใหญ่มาก หนังบาง ไม่มีการทุบแบบบ้านเรา

ไก่หน้าชิ้นใหญ่มาก หนังบาง ไม่มีการทุบแบบบ้านเรา

น้ำซุปอร่อยครับ

น้ำซุปอร่อยครับ

ข้าวมันไก่ มีเปลือกกะเทียมติดมาด้วยเพิ่มความหอม จานนี้แฉะไปนิดนึง

ข้าวมันไก่ มีเปลือกกะเทียมติดมาด้วยเพิ่มความหอม จานนี้แฉะไปนิดนึง

น้ำจิ้มแบบหวาน อันนี้น่าจะสำหรับไก่ทอดมากกว่านะน้อง

น้ำจิ้มแบบหวาน อันนี้น่าจะสำหรับไก่ทอดมากกว่านะน้อง

แบบนี้ น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสำหรับไก่ต้ม

แบบนี้ น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสำหรับไก่ต้ม

ขอบอกว่า ด้วยความที่ไก่ของเค้าหนังบาง หั่นมาหนามาก เนื้อหนา ทำให้ได้รสชาติไก่ที่ต่างจากเรานิดนึงแต่พออภัยได้ การขาดรสชาติของหนังไก่ทำให้รู้สึกขาดอะไรไปพอสมควร ผักชีก็รสชาติไม่เหมือนบ้านเราครับ น้ำจิ้มรสชาติพอได้ แต่ถ้านับความอิ่มแล้ว บอกเลยว่าอิ่มมากกับราคา 1050 เยนหรือสามร้อยกว่าบาทสำหรับข้าวมันไก่จานนี้ ถูกแพงอันนี้แล้วแต่งบประมาณนะครับ

แผ่นโฆษณาร้าน

แผ่นโฆษณาร้าน

สำหรับผู้ที่ไปญี่ปุ่น ไปแถบโอซาก้า แล้วเกิดคิดถึงอาหารไทย หรือ คิดถึงข้าวมันไก่ ก็แนะนะร้านนี้ไว้ไปชิมกันครับ จะให้อร่อยแบบบ้านเราในที่ต่างบ้านต่างเมืองอย่างญี่ปุ่นคงไม่ได้ แต่ก็แก้คิดถึงอาหารไทยได้ระดับนึงเลยครับ

นโยบายเศรษฐกิจใหม่ของจีน กับผลกระทบไปทั่วโลก (อีกแล้ว)

ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมาประเทศจีนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของโลกขยายตัว แม้หลายๆประเทศจะสูญเสียภาคการส่งออกไปให้กับจีน แต่โดยรวมๆแล้ว โลกก็ได้ประโยชน์มากจากการที่จีนเจริญเติบโตขึ้นมาอย่างมาก แต่ การเจริญเติบโตที่ทำให้จีนก้าวมาเป็นยักษ์ทางเศรษฐกิจของโลกเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกา ไม่ได้ทำให้ผู้นำของจีนมีความสุข เค้ามองเห็นเค้าลางของปัญหาในอนาคต เค้าต้องเปลี่ยนและจะไม่เดินอยู่บนเส้นทางที่นำความสำเร็จมาถึงวันนี้

China-economy-infographic

เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงคำสอนของผู้บริหารสูงสุดของสิงห์ ที่บอกว่า “สิ่งที่นำความสำเร็จมาให้เราในวันนี้ อาจไม่ได้พาเราไปสู่ความสำเร็จในวันหน้า” เรามาดูกันครับว่าทำไม

ในรอบหลายปีที่ผ่านมา โลกเราเจริญขึ้นเพราะจีนอย่างไร

บริษัทต่างๆทั่วโลกสร้างกำไรให้กับตนเองเพิ่มขึ้น ด้วยการหาทางเพิ่มกำไรด้วยการลดต้นทุนค่าแรง ด้วยการเอาไปให้คนจีนที่มีค่าแรงต่ำผลิต ผลิตเสร็จก็จ่ายค่าแรงนิดๆหน่อยๆให้คนจีน แต่ เอาสินค้าที่ตนคิดค้นนั้นไปขายทั่วโลกและได้กำไรมากกว่าที่ประเทศจีนได้เสียอีก เมื่อข้าวของถูกลงคนทั้งโลกก็ตื่นเต้นซื้อของกันใหญ่ เช่น ทีวีจอแบนวันนี้ ราคาถูกกว่าทีวียุคเก่าๆ เครื่องไฟฟ้าที่เคยมีราคาแพงก็ถูกลง ทำให้ความต้องการขยายไปทั่วโลกอีกหลายเท่า

china-factory-workers.gi.top

 

อีกทั้งประเทศที่ขายวัตถุดิบเช่น ออสเตรเลีย รัสเซีย บราซิล อินเดีย อัฟริกา ก็ได้ขายทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นวัตถุดิบไปให้กับจีนเพื่อเอาไปทำสินค้าขายไปทั่วโลก คนจีนได้ค่าแรง บริษัทได้ตลาดที่ขยายตัวมหาศาลและได้กำไรบานเบอะ ประเทศที่ค้าขายวัตถุดิบก็ร่ำรวยจากการขายทรัพยากร

จีนเปิดประเทศให้คน 1400 ล้านคนกลายเป็นตลาดแรงงานของโลก โลกทั้งใบดูเหมือนจะมีความสุข แล้วมันมีปัญหาอย่างไรล่ะ

รัฐบาลจีนเริ่มคิดแล้วว่า แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

  • มันไม่น่าจะดีนะที่เงินทองของประเทศขึ้นอยู่กับ “ความต้องการของสินค้าของคนประเทศอื่นๆ
  • มันไม่น่าจะดีนะที่เศรษฐกิจของประเทศเกิดจากการที่ “คนจีนได้ค่าแรงต่ำๆ
  • มันไม่น่าจะดีนะที่เศรษฐกิจของประเทศต้องแลกมาด้วย “สภาวะสิ่งแวดล้อมที่มีแต่โรงงานอุตสาหกรรมไปทั่ว
  • มันไม่น่าจะดีนะที่เศรษฐกิจของประเทศต้องมาจากการ “ผลิตของที่คนอื่นคิดมาไปวันๆ

รัฐบาลจีนเริ่มคิดอะไร ก่อนที่จะเข้าใจว่ารัฐบาลจีนคิดอย่างไร ผมอยากให้เข้าใจพื้นฐานของคำว่า GDP ก่อนนะครับ

GDP คือค่ามวลรวมประชาชาติ คือค่าที่เราใช้วัดการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ค่า GDP เกิดจากการนำเอามูลค่ารวมของ การจับจ่ายใช้สอยของคนในประเทศ มารวมกับมูลค่าการลงทุน มารวมกับงบใช้จ่ายจากภาครัฐบาล มารวมกับยอดการส่งออก แล้วหักยอดการนำเข้าออกไป ดูตามสมการข้างล่างนี้ก็ได้นะครับ

(Consumption goods and services (C) + Gross Investments (I) + Government Purchases (G) + (Exports (X) – Imports (M)) GDP = C + I + G + (X-M)

gdp-picture

ทีนี้ ที่ผ่านมาเนี่ย ประเทศจีนมี GDP ที่มีสัดส่วนมาจาก I และ X เป็นจำนวนมาก และมีสัดส่วน GDP มาจากตัว C หรือการจับจ่ายใช้สอยของคนในประเทศเพียงนิดเดียวเอง ยกตัวอย่างปัจจุบันจีนมี GDP จากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนเพียงราว 35% หากเทียบกับประเทศอเมริกา GDP ของเค้ามีอัตราส่วนจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนถึง 70% นั่นหมายความว่า จีนพึ่งพาการส่งออกให้คนอื่นมีเงินมีทองมากเกินกว่าที่จะทำให้คนในประเทศจีนมีเงินมีทองเสียเอง ในขณะที่อเมริกาหาทางให้คนในประเทศมีเงินจับจ่ายใช้สอย

Factory workers in China

อ้าวแบบนี้มันไม่ใช่แล้ว วันๆฉันจะมานั่งเสียสละสร้างความสุขให้คนทั้งโลกโดยเอาคนในประเทศของฉันมาเหนื่อยแบบนี้ แถมถ้าหากวันหนึ่งวันใดพวกประเทศต่างๆจะมารวมหัวกดดันจีนก็แค่ทำ Sanction ไม่ซื้อสินค้าจากจีน จีนก็จะลำบาก อย่ากระนั้นเลยเปลี่ยนรูปแบบเศรษฐกิจดีกว่า

ก่อนที่จะไปไกลตัว ก็อยากจะเล่าว่า ประเทศไทยของเรา GDP ก็ขึ้นอยู่กับการส่งออกมาก ดังนั้นเมื่อไหร่ที่ค่าเงินดอลล่าร์ตก ประเทศเราก็ย่ำแย่ไปด้วย เมื่อไหร่ที่เศรษฐกิจโลกตกต่ำไม่มีใครสั่งสินค้าของเรา ไทยเราก็แย่ไปด้วย แต่มันไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดอะไร เพราะก่อนหน้านั้นเราเองต้องยชขยายเศรษฐกิจของเรา เราต้องการเงินลงทุนจากต่างชาติมาสร้างงานในประเทศของเรา เราอยากหนีจากการพึ่งพาภาคเกษตรกรรมไปสู่ภาคอุตสาหกรรม เราจึงต้องส่งออก ตอนนี้เราก็กำลังอยู่ในสภาวะเดียวกับจีนเลยครับ

ทีนี้ เมื่อจีนเปลี่ยนนโยบายให้กลายมาเป็นรูปแบบที่เรียกว่า Consumer-Drive Economy หน้าตามันจะเป็นยังไง หน้าตามันจะเป็นอย่างนี้ครับ คนจีนจะต้องมีเงินมีทองมากขึ้นด้วยการผลิตและบริการกันเอง ปัจจุบันคนรวยของจีนมาจากการเป็นเจ้าของโรงงานส่งสินค้าออก แต่ต่อไป คนจีนจะต้องรวยจากการ เปิดโรงหนัง เปิดร้านอาหาร เปิดศูนย์การค้า ผลิตข้าวของ เสื้อผ้า ขายเครื่องไฟฟ้าของจีนให้คนจีนด้วยกัน (เงินทองต้องมีพร้อมให้คนจีนลงทุน และ เกิดการจ้างงาน และ เกิดการซื้อสินค้าและบริการ ซื้อกันเองขายกันเอง เงินหมุนเวียนอยู่ในประเทศ)

loreal_de-jeunes-asiatiques-font-du-shopping_294

ตอนนี้จีนมีเงินเก็บในประเทศมหาศาล มีทองคำมหาศาล มีเงินเก็บในรูปตราสารหนี้ในสหรัฐอเมริกาอย่างมหาศาล เค้าพร้อมที่จะเอามาปล่อยกู้ให้คนในประเทศ (เหมือนคนไทยสร้างรีสอร์ท เปิดร้านอาหาร ให้คนไทยมาเที่ยวกันเอง เงินหมุนเวียนในประเทศมากๆ) เมื่อเป็นแบบนี้ ประเทศจีนจะพอใจมาก แต่ทว่า ประเทศอื่นๆคงไม่ชอบล่ะครับ ทำไมเค้าจะไม่ชอบล่ะ

  • สินค้าที่เคยมีคนงานแรงงานถูกให้ทำ ก็จะไม่มีแล้ว ต้องไปหาที่ใหม่ๆ บริษัทห้างร้านทั่วโลกจะต้องปรับตัวหาที่ทำโรงงานใหม่
  • ประเทศที่เคยส่งทรัพยากรธรรมชาติไปให้จีน ก็ไม่รู้จะส่งไปไหนแล้วเพราะจีนไม่ต้องนำเข้าเพื่อการผลิตแบบที่เคยเป็น

แบบนี้วุ่นวายไปทั่วโลกสิครับ

20131202_600

นี่คือสาเหตุนึงที่ประเทศจีนเริ่มประกาศว่า ให้ครอบครัวมีลูกมากกว่า 1  คนได้แล้ว เพราะเค้าจำเป็นที่จะต้องขยายความต้องการภายในประเทศของเค้าให้ขยายฐาน และ เพิ่มจำนวนแรงงานให้เพียงพอต่อการสร้างงานสร้างบริการให้กันเองในอนาคต สัญญาณนึงที่สำคัญและจะเป็นกลไกผลักดันให้จีนบรรลุเป้าหมายนี้ที่ต้องการคือ การเกิดและการเจริญเติบโตของ Alibaba ธุรกิจ E Commerce ของจีนที่กำลังผลักดันการค้าขาย การผลิต การซื้อของกันเองในประเทศให้เฟื่องฟู

เรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงค่าเงินดอลล่าร์ และ อื่นๆอีกมากมายไปทั้งโลกครับ หวังว่าบทความนี้จะเป็นพื้นฐานให้ท่านนำไปต่อยอดขยายผลเรื่องอื่นต่อไปนะครับ

เพลงสรรเสริญพระบารมี ประวัติและที่มา

ทำนองเพลงสรรเสริญพระบารมีที่เราฟังกันทุกวันนี้แต่งโดย กวีชาวรัสเซีย ในปี พ.ศ.2431 รัชสมัยของพระปิยะมหาราช

Pyotr Schurovsky เพลงสรรเสริญพระบารมี ทำนองโดยนักประพันธ์ ชาวรัสเซีย

Pyotr Schurovsky
เพลงสรรเสริญพระบารมี ทำนองโดยนักประพันธ์ ชาวรัสเซีย

โดยผู้ประพันธ์คำร้องคือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

ก่อนหน้าที่พระองค์จะขึ้นครองราชย์ ไทยเราเริ่มเสียดินแดนให้ฝรั่งเศส และเสียเรื่อยๆมาจนลาว จนดินแดนในเขมรปัจจุบัน พระองค์ทรงขอความช่วยเหลือจากอังกฤษว่าให้ช่วยไทยหน่อย แต่อังกฤษไม่อยากมีปัญหากับฝรั่งเศสเพื่อไทย แถมอังกฤษยังเอา กะลันตัน ปะลิต ตรังกานู และ เคด้าห์ ไปเป็นของมาเลเซียในปัจจุบันเสียอีก

พระองค์จึงทรงแก้เกมด้วยการสร้างสัมพันธ์ไมตรีกับรัสเซีย ไปมาหาสู่กันในระดับสูง ในวาระที่กรุงเทพครบรอบ 100 ปี รัสเซียก็(หาเรื่อง)ส่งกองเรือรบมาเยี่ยมประเทศไทย และในปี 2431 วันที่กรุงเทพครบ 106 ปี กวีชาวรัสเซียชื่อ P.Schurovskiy ก็นิพนธ์เพลงสรรเสริญพระบารมีและเราก็ใช้เป็นเพลงชาติมาจนถึงปี 2476 ก่อนที่เราจะมีเพลงชาติที่เราร้องกันทุกเช้า (ข้อมูลผู้ประพันธ์เพลง : เวปไซต์สถานทูตรัสเซีย)

ในยุคนั้นกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็เสด็จไปเยี่ยมเมืองไครเมีย (ประเทศที่นายปูตินไปเอากลับมารวมกับรัสเซียด้วยความสมัครใจของประชาชนชาวรัสเซียเมื่อปีที่แล้วน่ะครับ)

เมื่อเราได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี เราก็จะนึกถึงพระราชกรณียกิจของในหลวงของเรา เมื่อทราบดังนี้ก็อยากขอให้รำลึกถึงพระปิยะมหาราชที่ทรงทำทุกอย่างเพื่อรักษาความเป็นเอกราชให้เรามีกันในวันนี้ตั้งแต่เมื่อ 127 ปีก่อน ด้วยนะครับ

ในภาพนี้เป็นภาพของพระเจ้า Tsar Nicholas II ของรัสเซียนะครับ

วันปิยะมหาราช 23 ตุลาคม 2558

ปูตินพูดถึงโอบาม่าและสหรัฐอเมริกาว่าอย่างไร

นายปูตินพูดถึงโอบาม่าและสหรัฐอเมริกาในงาน The World Order : New Rules or No Rules ในปี 2014 ที่เมือง Sochi ประเทศรัสเซีย https://www.youtube.com/watch?v=OQuceU3x2Ww อ่านคำแปลได้ที่นี่ครับ

Putin talked about Obama

ประเด็นแรกผมไม่เคยพูดว่า อเมริกาเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัสเซียประธานาธิบดีโอบาม่า อย่างที่พวกท่านพูด กลับมองรัสเซียในฐานะภัยคุกคาม แต่ ผมไม่เคยมองอเมริกาแบบนั้นเลย

สิ่งที่ผมคิดคือ การเมืองของพวกที่อยู่ในกลุ่มอำนาจ ถ้าผมจะขอใช้คำว่า การเมืองของกลุ่มคนที่มีอำนาจในอเมริกาเป็นสิ่งที่ผิดพลาดอย่างมหันต์มันไม่เพียงแค่ ขัดแย้งกับแนวคิดของประเทศของเรามันกลับทำร้ายความไว้วางใจที่เราเคยมีกับสหรัฐอเมริกาเสียด้วยและในสิ่งเดียวกันนั้น มันไม่เพียงสร้างความเสียหายให้คนอื่น มันก็ทำร้ายอเมริกาเองด้วยทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจ ด้วยความเข้าใจว่า ข้านี้คือผู้นำของโลก ในด้านการเมืองและด้านเศรษฐกิจจะให้ผมอยู่นิ่งๆในหลายๆเรื่องผมก็ทำได้นะเหมือนอย่างที่ผมพูดอยู่เสมอๆ และ โดมินิคก็เพิ่งกล่าวถึงการคิดทำอะไรอยู่ฝ่ายเดียว เพื่อที่จะสร้างแนวร่วมและความร่วมมือ ในสิ่งที่คิด กำหนด ระบุเอาไว้ล่วงหน้า (แบบไม่ปรึกษาใคร)แบบนี้มันไม่ใช้วิธีการที่แสวงหาการพูดจา การตกลงร่วมกัน เพื่อประโยชน์และความเข้าใจของทั้งสองฝ่ายที่ผ่านมามันเป็น การคิดเองเออเอง มาตลอดสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นตลอดเวลาเลยสุดท้าย การคิดเองเออเอง ก็นำโลกเข้าสู่วิกฤติการณ์มากมายหลายครั้ง

Putin talked about Obama

ผมเคยพูดมาหลายครั้งแล้วภัยคุกคามที่ท่านประธานาธิบดีโอบาม่าพูดว่ามันคือ ISIS นั้นเอ่อ ใครเหรอ ที่ติดอาวุธให้พวกเค้า (ISIS)ใครล่ะ ที่ติดอาวุธให้กับกองกำลังกบฎซีเรียให้ไปต่อสู้กับประธานาธิบดี Assad ของซีเรียใครล่ะ ที่สร้างบรรยากาศทางการเมือง สร้างบรรยากาศทางข่าวสารข้อมูลที่ส่งเสริมให้เกิดสถานการณ์แบบนี้(ความวุ่นวายในซีเรีย : อเมริกาสนับสนุนกองกำลังจากภายนอกให้โค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของซีเรีย)ใครที่เป็นคนจัดหาอาวุธและจัดส่งให้ถึงพื้นที่ความขัดแย้งถามจริงๆ พวกคุณไม่รู้จริงๆเหรอว่า ใครกำลังรบกับใครในซีเรีย

putin talked about obama

บอกให้ก็ได้ พวกนี้คือ นักรบรับจ้างครับเกือบท้งหมดเลย คุณเข้าใจไหม ว่าพวกนี้ได้รับค่าจ้างในการรบ พวกนักรบรับจ้าง คือ พวกที่รบให้ใครก็ได้ที่ยินดีจ่ายแพงกว่าอีกฝ่ายนึง ดังนั้น พวกเค้า(ผู้จ้าง)จึงจัดหาอาวุธและจ่ายเงินตามที่ตกลงให้กับนักรบรับจ้างผมยังรู้เลยด้วยซ้ำ ว่าค่าจ้างมันเป็นเงินเท่าไหร่ พวกนักรับจ้างก็รบไปตามหน้าที่ อาวุธพร้อมมือ และพอเลิกงานกันก็ไม่สามารถขอเอาอาวุธคืนมาด้วย พอนักรบพวกนี้ไปได้งานที่อื่น ก็เอาอาวุธที่ได้มาก่อนหน้านี้ไปสู้รบต่อไป จากนั้นทำอะไร พวกเค้าก็ยึดบ่อน้ำมันครับ ไม่ว่าจะเป็นที่ในอิรัค ในซีเรีย การขุดเจาะน้ำมันก็เริ่มขึ้น แล้วน้ำมันที่ได้มาก็มีใครบางคนมาซื้อไป(เมื่อน้ำมันที่ได้มามันมาโดยผิดๆแบบนี้) มีใครไหมที่ต่อต้านไอ้พวกที่มาซื้อน้ำมันนี้คุณเชื่อเหรอว่า อเมริกาไม่รู้ว่า ใครเป็นคนซื้อน้ำมันที่ได้มาแบบนี้น่ะ คนพวกนี้ก็คือ พรรคพวกของเค้านั่นแหละ ที่มาซื้อน้ำมันจาก ISIS แล้วคุณไม่คิดเหรอว่า อันที่จริงแล้วอเมริกามีอำนาจที่จะสั่งซ้ายสั่งขวาพรรคพวกของเค้าได้ (แต่อเมริกาไม่ทำ) หรือ มันมีปมอื่นที่อเมริกาเลือกที่จะไม่ออกมาทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

แล้วไปบอมบ์พวก ISIS ทำไม?

Putin talked about Obama

 พื้นที่ไหนที่เริ่มขุดเจาะน้ำมันได้ ก็จะจ่ายนักรบรับจ้างแพงๆได้ที่นั่น กองกำลังกบฎของซีเรียก็จะไปเข้าแก๊งค์กันกับ ISIS ทันที เพราะ พวกเค้าจะได้รับค่าจ้างที่มากกว่าผมมองว่า นี่เป็นระบบการเมืองที่ไม่มืออาชีพเอาเสียเลยมันเป็นการเมืองที่ไม่ยืนอยู่บนพื้นฐานแห่งความเป็นจริง ของโลกที่แท้จริง สิ่งที่เราควรทำคือ เราควรให้การสนับสนุนการต่อสู้ของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลด้วยวิธีการทางประชาธิปไตย สิ่งที่เราควรทำคือ เราควรให้การสนับสนุนการต่อสู้ของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลด้วยวิธีการทางประชาธิปไตยเค้าคิดไม่ออกเหรอว่า เอาอาวุธไปให้แล้วหลังจากนั้นก่อปัญหาอะไรตามมา  เรารัสเซียทนไม่ได้กับวิธีการทางการเมืองแบบนี้ของสหรัฐอเมริกา เรามองว่า มันเป็นสิ่งผิด มันเป็นการทำร้ายทุกฝ่าย รวมทั้งอเมริกาเองด้วย

Putin Talke About Obama

ผมนี่มีความปรารถนาที่จะเห็นพวกคุณ นักข่าวทั้งหลายที่ตั้งคำถามถึงผม วันนึงพวกคุณจะเป็นผู้นำรัฐบาลของพวกคุณเอง บางทีวันนึง เราคงจะสามารถหาสักวิธีมาแก้ไขสถานการณ์ได้แต่ถ้าความปรารถนาของผมไม่มีวันเป็นไปได้ ผมก็อยากจะขอว่า อย่างน้อยพวกคุณช่วยเอาสิ่งที่ผมพูดวันนี้ไปบอกรัฐบาลของพวกคุณเอาไปบอกประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา รองประธานาธิบดี และ ใครก็ได้ที่เกี่ยวข้อง เอาไปบอกพวกเค้าว่า เราไม่ได้ต้องการ เราไม่ได้แสวงหา ความขัดแย้งหรือการเผชิญหน้าแม้แต่น้อย เมื่อคุณพิจารณาผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้งในการกำหนดการกระทำ ความคิดที่ขัดแย้งที่เราอาจจะมีกันนั้นจะค่อยๆปรับตัวเองให้ลดลงและหายไป นี่คือสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่แค่เอาแต่พูดถึงมัน คุณต้องพิจารณาถึงคนอื่น ผลประโยชน์ของคนอื่นและเคารพคนอื่นด้วย คุณไม่ใช่จะเอาแต่ บีบเค้นคนอื่น แล้วคิดถึงแค่ประโยชน์ที่คุณต้องการจากระบบเศรษฐกิจ จากกิจกรรมทางการทหาร จากทุกๆอย่าง 

Putin talked about Obama

ดูตัวอย่างจากอิรัคได้ ว่าสถานการณ์มันย่ำแย่ขนาดไหน ดูสิ่งที่เกิดในลีเบีย ดูว่าคุณทำอะไรลงไปจนกระทั่ง ท่านทูตของคุณต้องถูกสังหาร มันใช่เรารัสเซียไหม ที่ลงมือเนี่ย พวกคุณถึงกับมี สภาความมั่นคง ตัดสินใจทุกเรื่อง ตัดสินใจให้มีพื้นที่ “ห้ามบิน” มีพื้นที่ห้ามบิน “เพื่ออะไร” มันเป็นมุก เพื่อไม่ให้กองทัพอากาศของกัดดาฟี่บินไปถล่มพวกฝ่ายกบฎนี่ไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดเลย แต่ทว่าสิ่งที่พวกคุณทำกันคืออะไรเหรอ ? พวกคุณขึ้นบินถล่มลิเบียเสียเองไง การบินถล่มเค้าเสียเองนี่มันขัดกับสิ่งที่สภาความมั่นคงกำหนดไว้อย่างแจ่มแจ้ง มันเป็นความผิดต่อประเทศๆนึงอย่างแรง มันใช่ทางผมไหมที่ทำสิ่งนี้ พวกคุณทำทั้งหมดด้วยน้ำมือของพวกคุณทั้งนั้น แล้วมันก็จบลงที่การสังหาร ท่านทูตของคุณ จะโทษใครละกับเรื่องๆนี้ ก็โทษพวกคุณไง มันเป็นเรื่องที่ดีเหรอที่ท่านทูตจะต้องมาถูกสังหารแบบนี้ มันแย่มากๆเลยต่างหาก 

Putin talked about Obama

และ ไม่ต้องมองไปรอบๆเพื่อหาใครสักคนที่จะโบ้ยความผิดนี้ไปให้เค้านะ ถ้ารู้ตัวว่าทำผิดไปแล้ว คุณต้องทำสิ่งที่ตรงกันข้ามจากเดิม จงแยกตัวเองให้ห่างจากจิตใจที่ปรารถนาที่จะครอบงำ ต้องหยุดการกระทำที่มาจากความกระหายอำนาจแบบจักรวรรดินิยม อย่าหลอนให้คนนับล้านๆคิดไปว่า ทางแก้ไขปัญหาของโลกเรานี้มันไม่มีทางอื่นนอกจาก การใช้สงคราม 

Putin and Obama

รัสเซียจะไม่มีวันลืมความสัมพันธ์ของเราเมื่อครั้งที่รัสเซียสนับสนุนอเมริกาในสงครามเพื่อความอิสระ เราจะไม่มีวันลืมว่า เราเคยเป็นสหายร่วมรบกันในสงครามโลกทั้งสองครั้งที่ผ่านมา ส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่า ความสำคัญของภูมิยุทธศาสตร์ของทั้งรัสเซียและอเมริกา คงไม่ได้มีความแตกต่างกันแต่อย่างใด เราต้องเน้นความสัมพันธ์นี้ให้แนบแน่นตลอดไป

คลิกอ่าน >>> ชีวประวัติประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน และ อ่าน ปัญหาในซีเรียใครเป็นใคร คลิก

Petrodollar คืออะไร ทำไมจึงเป็นต้นเหตุของความวุ่นวายของโลกได้

petrodollar คืออะไร

Petrodollar เป็นคอนเซ็ปท์ที่ผู้คนยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว Petrodollar นี่แหละคือต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งมวลบนโลกในรอบ 70 กว่าปีที่ผ่านมา เพราะสหรัฐอเมริกายืนอยู่บนระบบ Petrodollar เมื่อ Petro = น้ำมัน Dollar = ค่าเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา คำว่า Petrodollar จึงมีความหมายว่า ค่าเงินของประเทศสหรัฐอเมริกาขึ้นอยู่กับเรื่องราวของน้ำมัน เงิน Dollar จะแข็งหรือจะอ่อนก็เกิดจากเรื่องของน้ำมัน

เอาล่ะสิ เริ่มเห็นภาพไหมครับว่า ทำไมสหรัฐอเมริกาถึงวุ่นวายอะไรนักหนากับตะวันออกกลางในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา เรามาเริ่มทำความเข้าใจกันทีละขั้นนะครับ เรื่องนี้อาจจะต้องใช้ความเข้าใจเรื่องเศรษฐศาสตร์บ้างพอสมควร

ย้อนกลับไปสัก 70 กว่าปีก่อน โลกเราไม่ได้อิงเงิน dollar ในการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยน แต่ในปี 1945 มีการตกลงกันว่าโลกเราจะเอาค่าเงิน dollar ของสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก และ จะอิงกับค่าของทองคำคือ เงิน dollar 35 $ จะแลกทองคำได้ 1 ออนซ์ ดังนั้นสหรัฐอเมริกาจะต้องมีทองคำหนุนหลังอยู่เพื่อให้ “กระดาษ”ธรรมดาๆมีความหมายทางค่าเงิน

ยกตัวอย่างเช่น บ้านหลังหนึ่งสมมติว่ามีทองคำก้อนอยู่มูลค่า 100 บาท แทนที่จะเอาทองคำนั้นออกมาใช้มันลำบากเพราะแบ่งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไม่ได้ บ้านหลังนั้นก็สามารถเขียนเช็คกระดาษออกมาได้ 100 ใบ ใบละ 1 บาท เพื่อซื้อของ 1 บาทได้โดยไม่ต้องหักทองคำออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ แต่บ้านหลังนั้น ไม่สามารถเขียนเช็คกระดาษออกมาได้มากกว่านั้น เพราะในบ้านมีเงินอยู่แค่ 100 บาทเท่านั้น

petrodollar คืออะไร สงครามเวียตนาม

สงครามเวียตนามที่สหรัฐอเมริกาใช้เงินมหาศาล แต่ แพ้

ต่อมาสหรัฐอเมริกา เข้าสู่สงครามทั้งสงครามเกาหลี สงครามเวียตนาม เริ่มต้องใช้เงินมากขึ้น เค้าไม่รู้จะทำอย่างไรดีเค้าเลย”พิมพ์”เงินขึ้นมาใช้ใหม่ เหมือนกับบ้านหลังนั้น เขียนเช็คออกมาเพิ่มอีก 20 ใบ เพื่อให้มีเงิน 120 บาท ทั้งๆที่ทองคำหนุนหลังมีเพียง 100 บาท เมื่อเป็นเช่นนั้น เช็คแต่ละใบที่มีค่า 1 บาท ชาวบ้านก็ไม่ยอมรับสิครับ ออกมา 120 ใบ แต่มีเงินหนุนหลังเพียง 100 บาท ดังนั้น ค่าเงินของเช็คนั้นจึงมีค่าแค่เพียง 100/120 หรือเพียง 0.833 บาท พูดง่ายๆคือ ค่าเงินตกลงหรืออ่อนค่าลง 17% โดยประมาณ

การที่ค่าเงินตกต่ำลงมีความหมายว่าอย่างไร มีความหมายว่า ข้าวของเครื่องใช้ที่ซื้อหาในตลาดจะมีราคาแพงขึ้น เกิดภาวะเงินเฟ้อ คือเงินเยอะแต่ไม่มีค่า คนก็จะตกงาน ภาวะเศรษฐกิจก็ลำบาก

เอาล่ะสิทำไงดี

petrodollar คืออะไร นิกสัน กับกษัตริย์ซาอุ

ประธานาธิบดีนิกสันกับกษัตริย์แห่งซาอุดิอาระเบีย จุดเริ่มต้นของ Petrodollar

ต่อมาพวกอเมริกันหัวใสครับ เค้าเกิดคิดขึ้นมาได้ว่า แม้ทองสำรองจะมีน้อยแต่ถ้าเงิน dollar มีความต้องการซื้อในตลาด (เหมือนเช็คของบ้านหลังนั้นมีคนคอยประมูลซื้ออยู่ตลอดเวลา ค่าเงินก็จะมีมูลค่ามากกว่าตัวเลขบนหน้าเช็ค)  ดังนั้นในปี 1973 ประธานาธิบดีนิกสันก็เดินทางไปตกลงกับกษัตริย์ซาอุดิอาระเบียว่า ขอให้ซาอุดิอาระเบีย ขายน้ำมันให้ใครต้องรับเป็นเงิน dollar เท่านั้น ห้ามรับเป็นค่าเงินสกุลอื่น เรื่องนี้ประเทศที่ขายน้ำมันในตะวันออกกลางโอเคเห็นด้วย เพราะอเมริกาบอกว่า ถ้ายอมรับข้อตกลงนี้ อเมริกาจะปกป้องจะสนับสนุนความมั่นคงทางการทหารให้กับประเทศผู้ค้าน้ำมันเหล่านี้

เมื่อข้อตกลงนี้เกิดขึ้น หมายความว่าอย่างไร มันหมายความว่า ทุกประเทศที่ต้องการซื้อน้ำมันดิบ เช่นไทยเรา ก็ต้องไปหาทางให้ประเทศเรามีเงิน dollar มาเก็บไว้ในประเทศตลอดเวลา เพราะ เราจะเอาเงินบาทไปซื้อน้ำมันเค้าก็ไม่ขาย เอาเงินอะไรไปซื้อ เอาทองคำไปให้ เค้าก็ไม่ยอมขาย (เราก็ไม่มีทองคำอยู่ดี) งั้นประเทศที่ไม่ได้มีเงิน dollar จะทำอย่างไร

  1. ต้องเอาเงินบาท หรือ เงินสกุลที่มีในประเทศ ไปแลกมาเป็นเงิน dollar แล้วเอามาเก็บไว้ในประเทศ เราต้องมีรายได้มากมายเพื่อที่จะเอามาซื้อน้ำมัน
  2. ต้องค้าขายส่งออกไปให้สหรัฐอเมริกา เช่น เราต้องขายข้าว หรือต้องผลิตสินค้าที่อเมริกาต้องการไปให้อเมริกาเพื่ออเมริกาจะได้จ่ายเงินเรามาเป็นเงิน dollar เพื่อเอามาซื้อน้ำมันอีกที เห็นไหมครับ อยู่ดีๆเราต้องมากลายเป็นทาสอเมริกัน เราต้องเอาอกเอาใจอเมริกาด้วยการหาของที่เค้าอยากซื้อไปขายเค้า เพื่อให้เราได้เงิน dollar มา
petrodollar คืออะไร ส่งออกข้าว

ประเทศต่างๆต้องทำงานสายตัวแทบขาดเพื่อหาเงินดอลล่าร์ไปซื้อน้ำมัน

เมื่อทุกประเทศในโลกนี้ต้องทำแบบนี้ จะเกิดอะไรขึ้นครับ เงิน dollar ก็จะกลายเป็นที่ต้องการตลอดเวลาจากทั่วทุกมุมโลก อะไรที่เป็นที่ต้องการมันก็จะไม่มีการราคาตก เมื่อเป็นเช่นนั้น อเมริกาก็จึงสามารถ “พิมพ์”แบงค์ dollar อออกมาใช้ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เพราะ มันแทบจะไม่มีโอกาสค่าเงินตกต่ำเลย ไอ้ Concept นี้แหละครับ ที่เค้าเรียกกันว่า Petrodollar คือ เงิน Dollar ที่อิงอยู่กับอะไรบางอย่างของ Petro นี่เอง

แล้วไอ้เจ้า Petrodollar มันสร้างความวุ่นวายให้กับโลกนี้ได้อย่างไร วิธีมองเราต้องมาเข้าใจภาพในทางย้อนกลับของเรื่องนี้ก่อนครับ คือ ถ้าวันนี้โลกเรามีหลายประเทศที่ไม่อยากอยู่ในระบบที่จะซื้อน้ำมันด้วยเงิน dollar  อเมริกาจะเป็นอย่างไร เมื่อไม่ต้องใช้เงิน dollar ในการซื้อน้ำมัน ก็จะไม่มีใครต้องการเงิน dollar แน่นอนครับค่าเงินของอเมริกาจะตกต่ำ เพราะ อเมริกาในรอบหลายปีที่ผ่านมาแกเล่นพิมพ์เงินออกมาใช้อย่างสนุกสนานโดยไม่ต้องมีอะไรหนุนหลังแบบหลักการที่มันควรจะเป็น วันนี้สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีหนี้สินสูงกว่า GDP มากมาย ปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีหนี้สิน 18 ล้านล้าน dollar  คิดเป็น 102% ของ GDP คือรายได้ทั้งประเทศยังไม่พอใช้หนี้เลยครับ เพราะ อเมริกาเอาเงินต่อเงินและใช้เงินไปในทางการทหารมากที่สุด คือ เอาเงินทางการทหารของโลกมารวมกัน ยังไม่เท่าอเมริกาใช้เพียงคนเดียว หนี้บานเบอะครับ อัตราส่วนหนี้ต่อ GDP เยอะกว่าไทยมากมาย เข้าใจง่ายๆคือ เป็นคนที่มีหนี้บัตรเครดิตเท่าเงินเดือนที่แต่ละเดือนก็ไม่มีเงินเหลืออยู่แล้ว

petrodollar คืออะไร เงินการสงคราม

การใช้เงินทางการทหารของสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างอำนาจในการสั่งให้ประเทศต่างๆหันซ้ายหันขวา

ที่นี้ถ้าเงิน dollar ตกต่ำ หนี้ที่เคยมีก็จะบวมขึ้นตามค่าเงิน เช่น ถ้าสหรัฐอเมริกาเป็นหนี้คนไทย 30 บาท เดิมต้องใช้หนี้ด้วยเงิน 1 dollar ถ้าค่าเงินตก หมายความว่า หนี้ 30 บาทเค้าต้องใช้เงินถึง 2 dollar มาใช้หนี้เรา เอาล่ะสิถ้ามันเป็นอย่างนั้นประเทศสหรัฐอเมริกาต้องล่มจมแน่ๆ เพราะอะไร ก็เพราะไม่มีเงินมาใช้หนี้น่ะสิครับ ประเทศจะพังพินาศ ไม่มีเงินมาซื้อของจำเป็นในประเทศเพื่อการอยู่รอดต่อไป ดังนั้นอเมริกายอมไม่ได้เด็ดขาด คิดดูครับเปรียบเทียบว่า ถ้าเป็นคนที่มีหนี้บัตรเครดิตเท่าเงินเดือนแล้วจะต้องตกงาน อะไรจะเกิดขึ้น

petrodollar oil field

นายปูตินกล่าวว่า สหรัฐอเมริกาสร้าง ISIS ขึ้นมาแล้วให้ ISIS ยึดครองบ่อน้ำมันแล้วขายน้ำมันนั้น

ดังนั้นสหรัฐอเมริกาจึงต้องสร้างแสนยานุภาพทางการทหารไว้ครับ ไม่มีเงินสร้างอาวุธก็ต้องปั๊มเงินมันขึ้นมา (ยิ่งพิมพ์เงินขึ้นมาก็ยิ่งมีปัญหาทับถมไปอีก) เพราะถ้าหากว่าใครเกิดหือกับพี่ใหญ่ของโลก หรือเกิดอยากออกจากระบบนี้ อเมริกาก็จะหาเรื่องให้เค้าเพื่อเข้าไปถล่มประเทศเค้าครับ เช่น ในปี 2003 อิรัคประกาศจะไม่ซื้อขายน้ำมันด้วยเงิน dollar แต่จะใช้เงินยูโรแทน อีกไม่นานครับ สหรัฐอเมริกาก็ใช้การใส่ร้ายว่ามีอาวุธเคมีหาเรื่องเข้าไปถล่มเค้าแล้วคุมการค้าน้ำมันให้อยู่ในระบบ dollar ต่อมาก็อิหร่าน ก็หาว่าเค้ามีอาวุธนิวเคลียร์ไปถล่มเค้าแต่ก็หาอาวุธนิวเคลียร์ไม่เจอ ต่อมาก็ลิเบีย เล่นกันจนกัดดาฟี่ตาย ประเทศเหล่านี้อเมริกาสร้างมูลเหตุต่างๆนานา ล่าสุดก็ซีเรียเพราะซีเรียมีแหล่งน้ำมัน

การที่ต้องติดอยู่กับเงิน dollar ในการซื้อสิ่งที่จำเป็นที่สุดของการบริหารประเทศ มันมีค่าเท่ากับทุกคนต้องเป็นทาสสหรัฐอเมริกา ต้องหาทางมีเงิน dollar ในคลังไว้ให้เพียงพอ ต้องทำงานสร้างรายได้สายตัวแทบขาดเพื่อเอารายได้ไปแลกเงิน dollar เพื่อซื้อน้ำมัน และ การทำเช่นนี้ทำให้สหรัฐอเมริกาเสมือนกับร่ำรวยตลอดเวลาและเอาเงินที่ได้จากความได้เปรียบอัตราแลกเปลี่ยนนี้ ไปสร้างแสนยานุภาพทางการทหารไว้ทุบชาวบ้านชาวช่องต่อๆไป

petrodollar putin and chinese president

ใครกับใคร ไม่ต้องบอกเลยครับ

เรื่องนี้เฮียใหญ่ชาวจีนทนมาสักพักแล้วเริ่มจะไม่อยากทน เฮียปูตินก็ไม่อยากทน เพราะยิ่งอยู่ระบบนี้ไปอีก อเมริกาก็จะใหญ่ขึ้นๆไปเรื่อยๆ พวกเค้าเริ่มที่จะหาทางออกจากระบบเงิน dollar กันแล้ว เมื่อจีนที่มีขนาดทางเศรษฐกิจเป็นรองแค่สหรัฐอเมริกาและอาจจะแซงในไม่กี่วันนี้แถมยังมีประชากรมากกว่าสหรัฐอเมริกาถึง 4 เท่า เริ่มพูดเรื่องนี้ โลกทั้งใบก็ให้ความสนใจแน่นอนครับ อยู่ดีๆเฮียใหญ่มาบอกว่าจะพาพวกเราออกจากระบบทาส Petrodollar ใครล่ะจะไม่สนใจ แต่อเมริกาจะยอมเหรอ

petrodollar คืออะไร AIIB

อเมริกาคงไม่ยอมครับ เพราะถ้ายอมระบบของประเทศอเมริกาจะล่มสลายทันทีด้วยเหตุผลของหนี้สินที่ผมได้เล่าไว้ข้างต้น อเมริกาพยายามสร้างระบบ TPP Trans Pacific Partnership เพื่อมาเพิ่มอำนาจต่อรอง อเมริกาไม่อยากให้จีนเปิดระบบกู้ยืมแบบระบบ AIIB Asian Infrastructure Investment Bank ระบบธนาคารที่จีนเสนอเพื่อให้เงินกู้กับประเทศในแถบ Asia Pacific กู้เพื่อเอาไปพัฒนาประเทศ ถ้าหากระบบนี้เกิดขึ้น ความต้องการเงิน dollar ก็จะลดลงไปอีก

มาถึงจุดนี้ท่านคงเริ่มเห็นภาพนะครับว่า เหตุใดสหรัฐอเมริกาจะต้องหาทางปกครองประเทศตะวันออกกลางให้ได้ เข้าไปยึดครองเองไม่ได้ก็สร้าง ISIS ขึ้นมายึดครองแล้วค้าขายน้ำมัน ทำไมจะต้องกั๊กไม่ให้จีนเติบโตจนมีอำนาจต่อรองมากกว่านี้ ทำไมสหรัฐอเมริกาจะต้องมีแสนยานุภาพทางการทหาร และ ทำไมรัสเซียจึงต้องเข้ามาสร้างความสมดุลย์

Petrodollar เป็นความผิดพลาดที่หาจุดย้อนกลับแทบไม่ได้ หรือ อาจจะได้แต่คงต้องใช้เวลาอีกนาน เมื่อความอยู่รอดของประเทศอเมริกาขึ้นกับอะไรหลายๆอย่างของประเทศอื่น ที่ประเทศอื่นๆไม่อยากเป็นแบบที่สหรัฐอเมริกาอยากให้เป็น ความสงบสุขของโลกมันจะมีได้เหรอครับ

เฮ้อ

สนใจประวัติของนายปูติน อ่านได้ที่นี่ครับ คลิก ประวัตินายปูตินตอนที่ 1 

ประวัติของนายปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย : กับอนาคตของโลก ตอนที่ 5

ความเดิมตอนที่แล้ว คลิก นายปูตินกำลังมีมุมคิดอยู่สามด้านครับ หนึ่งด้านคนที่รักเค้าเพราะเค้าสร้างความรุ่งเรื่องให้ประชาชน ด้านที่สองคือ คนเริ่มกังขาในความคิดของเค้าว่ากำลังทำอะไรจะเป็นประธานาธิบดีกันไปทำไมให้มันหลายสมัยเหลือเกิน และ ด้านที่สามคือ ความคิดของตัวเค้าเอง อันนี้สิครับที่สำคัญ 

บล็อกที่ 5 นี้ผมหวังว่าผู้อ่านจะไปคิดเอาเองว่า ด้านที่ 3 นี้มันเกี่ยวกับอะไรนะครับ 

หลังจากที่นายปูตินได้แสดงออกให้ผู้นำโลกตะวันตกได้รู้ว่า อย่ามาหวังว่าคนอย่างผมจะเดินตามเส้นทางที่พวกคุณขีดไว้ ระบอบประชาธิปไตยแบบของคุณมันไม่ใช่ทางของผมหรอก ถ้าอ่านมาตั้งแต่ต้นจะทราบว่าปรัชญาชีวิตของนายปูตินคือ นำความยิ่งใหญ่กลับมาให้รัสเซียอีกครั้ง เค้ารักความยิ่งใหญ่ของความเป็นสหภาพโซเวียตมาก รักการเป็น KGB มาก ต่อมาเมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายและเค้าได้เข้ามาทำสิ่งที่เค้าฝัน เค้าจึงเดินหน้าอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม (ก็แหงล่ะครับ เค้าไม่ได้นับถือพราหมณ์) 

เมื่อเค้าได้ขึ้นตำแหน่งประธานาธิบดีแทนนายเยลต์ซินต์ สิ่งที่เค้าตอบแทนนายเก่าก็คือ ทำนิรโทษกรรมทุกอย่างให้กับนายเยลต์ซินทั้งหมดเพื่อให้สมกับที่ได้รับการคาดหวัง หลังจากนั้นก็ดำเนินนโยบายสร้างเศรษฐกิจที่ดีให้กับประเทศของเค้าประชาชนของเค้าห้วงแรกๆทางโลกยุโรปและอเมริกาก็มองเค้าในทางที่ไว้วางใจ 

นายปูตินส่งสายตาให้จอร์จ บุช เกิดความไว้วางใจ

นายปูตินส่งสายตาให้จอร์จ บุช เกิดความไว้วางใจ

ในปี 2001 ในการประชุมสุดยอดที่ Slovania ประธานาธิบดีจอร์ช บุช ถึงกับประกาศความไว้วางใจในตัวปูตินให้โลกรู้ว่า เป็นคนที่ไว้ใจได้ เค้าบอกว่าเค้ามองเข้าไปในตาของปูตินแล้วเค้าพบความน่าไว้วางใจ  “I looked the man in the eye. I found him to be very straight forward and trustworthy and we had a very good dialogue. I was able to get a sense of his soul. He’s a man deeply committed to his country and the best interests of his country and I appreciate very much the frank dialogue and that’s the beginning of a very constructive relationship,” Bush said.

นักวิจารณ์บอกว่า จอร์จ บุช ตกหลุมของนายปูตินเสียแล้ว เพราะนายปูตินถูกฝึกให้เป็นสายลับ เค้าสามารถแสดงสายตาได้หลายแบบเพื่อที่จะหลอกศัตรู วันนั้นเค้าแสดงสายตายที่ทำให้โลกตายใจในสิ่งที่เค้าเป็น และ สิ่งที่เค้าจะทำ นายปูตินทำให้อเมริกาคิดว่า สงครามเย็นจบลงแล้วและเป็นหน้าที่ของอเมริกาและรัสเซียที่จะรักษาสันติภาพของโลก

 แต่หลังจากนั้นอีกไม่นานในยุคสมัยของนายจอร์จ บุชนั้นเอง พวกเค้าเริ่มรู้สึกว่า ไม่ใช่แล้ว นายปูตินไม่ใช่คนอย่างที่เค้าคิดไว้ จากตอนแรกที่นายปูตินพยายามที่จะทำให้ผู้นำยุโรปต่างๆเห็นว่ารัสเซียอยากที่จะเป็นส่วนนึงของยุโรป เมื่อเรื่องราวกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือว่านายปูตินไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

วิกฤติการณ์ในยูเครน เป็นสิ่งที่สะท้อนความคิดของนายปูตินที่จะสร้างความย่ิงใหญ่ให้กับรัสเซียอีกครั้ง และ อเมริกาก็ไม่รอช้าที่จะเอาเหตุการณ์ในยูเครนมาสร้างภาพความเป็น”ผู้ร้าย”ให้กับนายปูตินทันทีครับ

ยูเครนอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซียเป็นสะพานไปสู่ยุโรป

ยูเครนอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซียเป็นสะพานไปสู่ยุโรป

เรื่องราวก็คือ เมื่อยุโรปเริ่มรู้ว่านายปูตินไม่ได้อยากจะเป็นส่วนนึงของยุโรปแล้ว สิ่งที่พวกเค้าร่วมกันทำคือลดความแข็งแกร่งของรัสเซียลงให้ได้ ด้วยการที่จะดึงยูเครนมาเป็นฝ่ายของยุโรปและลดอิทธิพลของนายปูตินในยูเครนลงให้ได้เพราะยูเครนคือสะพานที่เชื่อมรัสเซียกับยุโรปทั้งหมด

ทางอียูเสนอที่จะให้เงินกู้กับทางยูเครน แต่ประธานาธิบดี Viktor Yunikovych ที่มาจากสายรัสเซียไม่เอา(เพราะรัสเซียไม่ให้เอา) ประชาชนในยูเครนก็ลุกฮือขึ้นขับไล่ประธานาธิบดี นาย Yunikovych หนีออกจากประเทศ ชนชาวยูเครนเลยตั้งรัฐบาลขึ้นมาใหม่ และรัสเซียไม่ยอมรับรัฐบาลชุดนี้ แต่ในยูเครนก็ยังมีคนส่วนมากอีกส่วนนึงที่เป็นสายรัสเซีย ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันเลยเกิดวิกฤติการณ์ในยูเครนขึ้น รัสเซียแอบส่งทหารและอาวุธเข้าไปรบกับทหารของรัฐบาลที่ตั้งขึ้นหลังจากนาย Yunikovych บินหนีออกมา เกิดความวุ่นวายไปทั่วยูเครน

Euromaidan panoramic view taken from the top of the Revolution Christmas tree. December 8, 2013.

Euromaidan panoramic view taken from the top of the Revolution Christmas tree. December 8, 2013.

คราวนี้อเมริกาได้ที ก็เอาเรื่องนี้ประโคมไปทั่วโลกว่า นายปูตินรุกรานประเทศเพื่อนบ้านหวังให้พวกยุโรปคว่ำบาตรการค้ากับรัสเซีย ซึ่งพวกยุโรปต้องซื้อแก็ซธรรมชาติจากรัสเซีย พวกยุโรปก็ลังเลๆเพราะอากาศมันหนาว (555555555555 เลยทำเป็นเฉยๆไปก่อน) แต่ อเมริกาจะปล่อยให้ยุโรปทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ได้ เพราะเท่ากับว่า รัสเซียจะมีเงินจากการขายพลังงานเอามาต่อกรกับอเมริกาและทำศึกในยูเครนต่อไป เรื่องนี้อเมริกายอมไม่ได้เด็ดขาด จนกระทั่ง…………….

MH17 ตกลงในยูเครน ใครยิง?

MH17 ตกลงในยูเครน ใครยิง?

สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ MH17 ถูกยิงตกในยูเครน ทันทีที่เครื่องบินตกข่าวสารจากโลกตะวันตกก็ออกมาทันทีว่า ทหารฝ่ายต่อต้านรัฐบาลยูเครนที่รัสเซียหนุนหลังเป็นคนยิง ข่าวคราวที่ออกมาเป็นแรงกดดันให้ยุโรปจะทำทองไม่รู้ร้อนไม่ได้แล้ว พวกยุโรปเลยต้องตัดสินใจคว่ำบาตรการค้ากับรัสเซีย (สังเกตุได้ว่า นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่มาเมืองไทยหายไปทันทีกว่า 50% เพราะค่าเงินรูเบิลตกรูดลงมา 50% ออกมาเที่ยวกันไม่ไหว) แต่เรื่องนี้เป็นที่น่าสังเกตุว่า การที่เครื่องบินตกครั้งนี้ใครได้ประโยชน์ รัสเซียไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือ อเมริกาที่พยายามป้ายสีให้กับนายปูติน อันนี้จนวันนี้ก็ไม่มีใครออกมาพิสูจน์ว่า ใครเป็นคนยิงเครื่องบิน MH17 ลำนั้น แต่มีข่าวลือออกมาว่ามีภาพดาวเทียมที่รู้ว่า ใครเป็นคนยิงแล้ว อนิจจา คนพวกนี้เค้าเอาชีวิตคนมาต่อรองกันแบบนี้เลยหรือนี่

จากเหตุการณ์ในยูเครน โลกเริ่มสงสัยตัวนายปูตินขึ้นมา โลกเริ่มกลับมาใช้คำว่า สงครามเย็นกันอีกครั้ง อเมริกา และ รัสเซียกำลังกลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้รัสเซียไม่ได้มามือเปล่าดันมีเพื่อนซี้จากจีนที่พร้อมที่จะก้าวไปด้วยกัน เพราะจีนก็ถูกอเมริกากดดันไม่ให้มีอำนาจมากเกินไป หนทางที่จะสกัดจีนได้คือการสกัดเส้นทางน้ำมันที่จะวิ่งจากตะวันออกกลางไปยังจีน แต่ การที่รัสเซียมีแหล่งพลังงานเหลือเฟือ จีนจึงเห็นทางรอดของอนาคต อีกทั้งการร่วมมือกับรัสเซีย เท่ากับเป็นการกดดันอเมริกาได้ดีที่สุด

คู่ซี้ที่อเมริกากังวลใจ

คู่ซี้ที่อเมริกากังวลใจ

ขณะเดียวกันนายปูตินก็รู้ดีว่าเค้าต้องรักษา Popularity ไว้ให้ได้ทั้งภายในและภายนอกประเทศ การกดดันให้เศรษฐกิจของรัสเซียพังพินาศเป็นสูตรเก่าเล่ายี่ห้อของอเมริกาที่จะหวังสร้างให้เกิดการวุ่นวายในประเทศรัสเซียเพื่อยืมมือผู้คนในประเทศออกมาเดินต่อต้านนายปูติน แล้วอเมริกาก็จะเข้าไปทำเก๊กหล่อในประเทศรัสเซียอีกที แต่นายปูตินไม่ได้โง่ นายปูตินเริ่มแผนโปรยสเน่ห์ผู้นำรุ่นใหม่ หนุ่ม หล่อ แข็งแรง เพื่อสร้างความนิยมในตัวเองให้แตกต่างจากผู้นำที่ผ่านมาของสหภาพโซเวียต และเริ่มสร้างภาพว่า ที่รัสเซียแย่ทุกวันนี้ก็เพราะไอ้พวกยุโรปนี่แหละ ความนิยมในตัวเค้าในประเทศรัสเซียกับความโหดของเค้าในการจัดการกับฝ่ายตรงข้ามสยบสถานการณ์ได้ระดับนึงเลยทีเดียว

ผู้นำหนุ่ม แข็งแรง

ผู้นำหนุ่ม แข็งแรง

 นอกจากความนิยมภายในประเทศ เค้ายังต้องการมิตรประเทศอีกมากมายที่จะร่วมเป็นกลุ่มพลังต่อรองกับอเมริกา เค้ามองไปทั่วๆแล้วพบว่า ห้วงเวลาที่รัสเซียอ่อนแอ อเมริกาก็วางตัวเป็นตำรวจของโลกเข้าจุ้นกับกิจการภายในประเทศต่างๆทั่วโลกจนคนเริ่มเอือมระอา แต่ว่า ประเทศเหล่านั้นทำอะไรไม่ได้ ประเทศที่กำลังเซ็งๆกับอเมริกาเหล่านี้แหละ คือพันธมิตรชั้นดีของปูติน 

แสนยานุภาพของรัสเซียที่โลกตะลึง

แสนยานุภาพของรัสเซียที่โลกตะลึง

เมื่ออเมริกาหวังครองแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางแต่เพียงผู้เดียวด้วยการสร้าง ISIS ขึ้นมาเพื่อสร้างความวุ่นวายไปทั่วตะวันออกกลาง ถึงจุดๆนี้เป็นจุดที่ลงตัวพอดีเมื่อ ISIS ก้าวเข้าไปในซีเรีย นายปูตินมองเห็นโอกาส กระสุนนัดเดียวได้นก 4 ตัวคือ

  1. ได้ใจชาวตะวันออกกลางและชาวโลกที่เอือมระอาต่อพฤติกรรมของ ISIS เต็มทน
  2. ได้ใจคนทั่วโลกที่จะมีใครสักคนมาปราบตำรวจเถื่อนของโลกเสียที
  3. ซีเรียที่ติดกับทะเลเมดิเตอเรเนียน เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาก การได้ซีเรียมาเป็นพวกเท่ากับเค้าจะมีท่าเรือในทะเลเมดิเตอเรเนียนไว้กดดันพวกนาโต้ได้อย่าง”เนียนๆ”
  4. สุดท้ายคือ การแสดงแสนยานุภาพของกองทัพรัสเซีย ที่ทำให้โลกเชื่อว่า รัสเซียไม่เป็นสองรองใคร ยิ่งการยิงขีปนาวุธจากเรือทะเลสาปแคสเปี้ยน บินๆเลี้ยวลัดเลาะเข้าถล่มรัง ISIS ในซีเรียที่ห่างออกไปถึง 1400 กิโลเมตร สร้างความซี้ดซ้าดให้กับผู้ที่ติดตามความทันสมัยของแสนยานุภาพของรัสเซียเป็นอย่างมากว่า ทำได้อย่างไร ไกลขนาดนี้และแม่นราวกับจับวาง (อเมริกาโดย CNN พยายามปล่อยข่าวว่า มีขีปนาวุธไปตกในอิหร่านมีคนล้มตาย แต่ ไม่มีหลักฐานเป็นภาพออกมา แถมอิหร่านก็ปฏิเสธข่าวด้วย หน้าที่ CNN เค้าหละครับ )
ปูตินถล่ม ISIS ในซีเรียด้วยขีปนาวุธจาก Caspian Sea

ปูตินถล่ม ISIS ในซีเรียด้วยขีปนาวุธจาก Caspian Sea

ศึกถล่ม ISIS ในซีเรียครั้งนี้ถึงใจพระเดชพระคุณผู้คนไปทั่วโลก รวมทั้งหลายๆคนในประเทศไทยไปด้วยเลย ถ้าวัดความนิยมในตัวของนายปูตินแล้วเชื่อว่า คะแนนความนิยมพุ่งกระฉูดไม่ว่าทางอเมริกาจะพยายามที่จะลดคะแนนลงด้วยแผนอะไรอย่างไรก็ตาม

ข่าวคราวที่น่าเชื่อถือว่า นายปูติน มีส่วนกับการคอรัปชั่น การกำจัดฝ่ายต่อต้านอย่างเหี้ยมโหด การรู้เห็นเป็นใจกับแก๊งอาชญากรรม และอื่นๆอีกมากมายหลายคดีพอจะมีมูล ทำให้เค้าต้องหาทางอยู่ในตำแหน่งไปอีกสักพักนึง ซึ่งเชื่อว่าเค้าคงจะเป็นไปจนถึงปี 2024 เป็นอย่างน้อย ระหว่างนี้เค้าคงต้องหาทางลงจากตำแหน่งอย่างสวยสดงดงามและที่สำคัญ รัสเซียจะต้องกลับมายิ่งใหญ่ให้ได้อีกครั้งในยุคของเค้า จนกว่าจะมีลูกน้องคนโปรดที่จะมาแทนและปกป้องเค้าจากการเช็คบิลย้อนหลังให้ได้สักคน ซึ่งตอนนี้ยังมองไม่เห็นใครสักที เค้าคงต้องอยู่ไปอีกนานพอควร

ปูตินกับการรักษาตำแหน่ง

เส้นทางการปกครองรัสเซียของนายปูตินมองไปข้างหน้าแล้วคงจะไม่ราบรื่น เพราะอเมริกาเองคงไม่อยากเห็นว่ามีใครสักคนที่แข็งแรงพอที่จะมาขวางทาง แถมจีนเองก็เข้าเป็นพวกกับรัสเซียในย่านตะวันออกนี้อย่างเด่นชัด หลายปีก่อนที่รัสเซียอ่อนแอ อเมริกาก็เข้าไปวุ่นวายสร้างกลุ่มหัวรุนแรงในอัฟกานิสถานเป็นกันชนไม่ให้รัสเซียแผ่อิทธิพลลงมาทางตะวันออกกลาง จากนี้ไปความคิดความอ่านของอเมริกาจะเปลี่ยนไป การถล่ม ISIS เด็กในคาถาของอเมริกาเป็นสิ่งบอกเหตุให้อเมริการู้ว่า รัสเซียจะไม่ทนอีกต่อไปนะจ๊ะ อย่ามาใช้มุกเดิมๆอีกขอร้อง

ด้วยความคาดหวังของนายปูตินเองเลยที่จะนำรัสเซียกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เค้าจึงบริหารจัดการประเทศมาถึงจุดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าชายคนนึงที่ตกงานกลับบ้านเกิดจะกลายมาเป็นคนที่กำลังเปลี่ยนสมดุลย์ของโลกได้ในวันนี้ 

ขอจบบทความ 5 ตอนไว้เพียงเท่านี้ครับ ผมหวังว่า ความเข้าใจแนวคิดของนายปูติน จะทำให้ท่านพอมองเห็นเหตุการณ์ของโลกในอนาคตได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ 

ขอบคุณมากครับ 

อ่าน ปัญหาในซีเรียใครเป็นใคร คลิก

ย้อนอ่าน

ตอนที่ 1

ตอนที่ 2

ตอนที่ 3

ตอนที่ 4

ประวัติและเรื่องราวของนายปูติน ที่ไม่อยากให้โลกรู้ (ตอนที่4)

มาต่อตอนที่ 4 กันครับ ย้อนอ่านตอนที่ 3 คลิก

Litvinenko ผู้ที่อาจหาญออกมาแฉเรื่องระเบิดว่า FSB อยู่เบื้องหลัง

Litvinenko ผู้ที่อาจหาญออกมาแฉเรื่องระเบิดว่า FSB อยู่เบื้องหลัง

นาย Alexander Litvinenko เดิมที่คิดว่าการหนีมาอยู่ที่ลอนดอนน่าจะรอดพ้นจากการลอบฆ่าได้ เค้ารู้ดีว่าเค้าอาจโดนลอบฆ่าได้ แต่ FSB หรือ Federal Securities Beareau หรือ KGB เก่าของรัสเซียก็ไม่กระจอก นาย Alexander Litvinenko ออกมาแฉเรื่องการบอมบ์อพาร์ทเม้นท์ในมอสโคว์ว่าไม่ใช่ฝีมือของเชชเนียหรอก แต่ เป็นพวก FSB นั่นแหละ การกระทำของนาย Alexander Litvinenko เป็นที่รับไม่ได้ แต่จะหาทางกำจัดอย่างไรดี

นาย Alexander Litvinenko เข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตในไม่กี่วันโดยที่แพทย์ของลอนดอนก็ไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่าเพราะอะไร จนกระทั่งเอาศพไปทดสอบด้วยเครื่องมือทางรังสีวิทยา เค้าพบว่านาย Alexander Litvinenko ได้รับสาร Polomium สารกัมมันตรังสีที่อันตรายมาก เค้าเลยไล่จนพบว่า นาย Alexander Litvinenko น่าจะกินน้ำชาจากห้องพักของเพื่อนชาวรัสเซีย นักสืบของลอนดอนจึงได้ที ตรวจสอบที่มาของสารบนแท็กซี่ และที่ต่างๆจนไปถึงเครื่องบิน ว่าบินมาจากไหน จนพบว่าทั้งหมดชี้ไปที่รัสเซีย คราวนี้เค้ามั่นใจแล้วว่า การตายของนาย Alexander Litvinenko ไม่ใช่เรื่องธรรมดาๆ

ตึกที่โดนถล่มและมีความสูญเสียมากมาย

ตึกที่โดนถล่มและมีความสูญเสียมากมาย

เหตุการณ์การระเบิดในมอสโคว์ปี 1999 ทำให้คนเกิดความสงสัยจนมีผู้ออกมาสืบสวน ศึกษา และไปจนถึงแฉเรื่องราว แต่ละคนมีเรื่องราวตามมาที่ไม่ดี ไม่ตายก็ติดคุก ก็ต้องหนีออกนอกประเทศ ทุกคนเริ่มปักใจว่า “นายใหญ่” คือคนที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นับตั้งแต่ที่นายปูตินเข้ามาเป็นประธานาธิบดี เค้าได้ผลักดันให้หน่วยงาน FSB หรืออดีต KGB เป็นหน่วยงานที่มีภาระกิจที่สำคัญ ศัตรูของรัฐบาลจะมีอนาคตที่ลำบากมากๆ FSB มีวิธีที่แยบยลที่จะทำให้ตามหาหลักฐานไม่เจอ ศัตรูทางการเมืองโดนเก็บไปมากมาย 

แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ เมื่อใครๆก็รู้ว่านายปูตินน่าจะอยู่เบื้องหลังของเรื่องราวเหล่านี้ ทำไม Popularity ของเค้าจึงสูงนักล่ะ คำตอบก็คือ นายปูตินเข้ามาทำสองอย่างครับ 

  1. สร้างความมั่นคงก้าวหน้าทางเศรษฐิกิจให้รัสเซีย (เราคงสังเกตุได้ว่า ก่อนหน้านี้เรามีชาวรัสเซียมาเที่ยวบ้านเราเป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน)
  2. สร้างความภาคภูมิใจให้กับชนชาวรัสเซียที่เสียความภูมิใจในประเทศไปหลังจากอาณาจักรสหภาพโซเวียตล่มสลาย พวกเค้าปลื้มนายปูตินเป็นอย่างมาก
เมื่อนายปูตินโดนลดความสำคัญ แม้กระทั่งภาพนี้ก็ให้ไปอยู่ขอบๆนอกความสนใจ เค้าเริ่มรู้แล้วว่า ยุโรปไม่เอาเค้า

เมื่อนายปูตินโดนลดความสำคัญ แม้กระทั่งภาพนี้ก็ให้ไปอยู่ขอบๆนอกความสนใจ เค้าเริ่มรู้แล้วว่า ยุโรปไม่เอาเค้า

ตอนแรกการเข้ามาของนายปูติน ทำให้โลกตะวันตกเกิดความหวังว่า นายปูติน คงจะเป็นนักประชาธิปไตยมาเปลี่ยนแปลงระบอบของรัสเซียให้เป็นไปในทางที่โลกตะวันตกชอบใจ หลังจากที่ผ่านสงครามเย็น ผ่านมาสู่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต มาจนวันที่นายปูตินดูท่าทางจะรักประชาธิปไตย แต่ พฤติกรรมของนายปูตินหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เค้าไม่ได้ทำอะไรที่เป็นสัญญลักษณ์ให้เห็นว่าเค้ากำลังจะผลักดันประเทศให้เข้าสู่โลกของทุนนิยมประชาธิปไตยเลยแม้แต่น้อยแถมยังไม่มีการผ่องถ่ายอำนาจให้ใครเลย ……… เอ นายปูตินนี่มันยังไงนะ

ข่าวคราวเรื่องการอยู่เบื้องหลังของกลุ่มอาชญากร กลุ่มนักฟอกเงิน กลุ่มคนคอรัปชั่นเริ่มออกมาสู่สาธารณะชนจากคนที่โดนนายปูตินข่มขู่จนต้องหนีออกนอกประเทศ พวกคนเหล่านี้ออกไปแฉเบื้องหลังอันขี้โกงของนายปูติน แต่เรื่องเหล่านี้ก็ไม่ใช่จะพ้นหูพ้นตาของนายปูติน เค้ารู้ดีว่าเค้ากำลังทำอะไร (แต่ผมไม่รู้นะครับ) เค้ารู้ว่าจุดอ่อนของเค้าคือ Popularity นี่แหละ เค้าจะต้องหาทางบริหารมันให้ได้ เค้าจะต้องใช้ความนิยมในตัวเค้าเป็นเกราะป้องกันตัวทำให้เค้าอยู่ในตำแหน่งได้อีกนานๆ  เค้าจะสู้กับกระแสลบๆที่ออกมาอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร ไม่ยากเลยสำหรับความเป็นนักวางแผนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีจาก KGB 

หากการบอมบ์อพาร์ทเม้นท์เป็นการสร้างศัตรู เพื่อสร้างความเป็นพระเอกให้กับตัวเค้าเคยเป็นกลยุทธ์ที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว เรื่องแบบนี้คงเป็นแนวทางที่เค้าชินที่จะใช้อีกครั้ง 

ในวันนี้ประชาชนมีความสุขที่เศรษฐกิจดีมีเงินในกระเป๋า คนจนน้อยลง คนตกงานน้อยลง ประเทศก็มีความมั่นคง ศัตรูของคนในชาติจะเป็นใครล่ะถ้ามันจะไม่ใช่ใครสักคนที่จะมาสร้างให้เกิดความ”ไม่”มั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประชาชน ปูตินมองแล้วเห็นว่า “ยุโรป” นี่แหละตัวดีเลย ทำไมเค้าจึงต้องตั้งเอายุโรปเป็นศัตรูล่ะ ? 

ท่อแก็ซและน้ำมันจากรัสเซียที่วิ่งไปหายุโรป ต้องผ่านยูเครน

ท่อแก็ซและน้ำมันจากรัสเซียที่วิ่งไปหายุโรป ต้องผ่านยูเครน

ยุโรปคือประเทศที่พึ่งพารัสเซียอย่างมากเพราะ ประเทศเหล่านั้นอากาศหนาวแต่ไม่มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพวกเค้าต้องซื้อจากรัสเซียเท่านั้น แต่ ยุโรปคือลูกกระจ๊อกของอเมริกา สักวันนึงยุโรปจะต้องมีอิทธิพลเหนือตัวเค้าแน่ คิดได้ดังนี้ก็หาทางสร้างภาพให้พวกยุโรปเป็นศัตรูเป็นภัยต่อความมั่นคงของคนในรัสเซียไว้ก่อนดีกว่า

ว้า ยาวเกินไปอีกแล้ว ผมคงต้องแบ่งออกเป็นตอนที่ 5 แล้วล่ะครับ ถ้ามันยาวเดี๋ยวจะดูไม่น่าอ่านนะครับ 

ตอนที่ 5 จะมาเล่าให้เข้าใจถึงที่มาของปัญหาในยูเครน ตลอดจนการที่นายปูตินต้องไปถล่ม ISIS ไกลถึงซีเรีย มันเกี่ยวข้องกับตัวนายปูตินอย่างไร คลิกที่นี่เพื่ออ่านตอนที่ 5

ประวัติของนายปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ในมุมที่ไม่อยากให้โลกรู้

หากได้อ่าน 2 บล็อกที่แล้วของผมคงจะจำกันได้ว่านายปูตินจับพลัดจับผลูจากการเป็นสายลับตกงานจนกลายมาเป็นประธานาธิบดีที่ทรงอิทธิพลของโลกในวันนี้ แต่บล็อกที่แล้วไม่ได้ลงในรายละเอียดเชิงลบที่เค้าดำเนินชีวิตมา บางทีอ่านเรื่องราวของเค้าจากบล็อกตอนนี้แล้ว อาจจะไม่ค่อยอยากปลื้มเค้าอย่างที่หลายคนกำลังปลื้มอยู่ก็เป็นได้

การกลับมาเป็นประธานาธิบดีครั้งนี้ของเค้าในปี 2012 หลังจากที่สลับให้นาย Dmitry Medvedev ผลัดเป็นประธานาธิบดีไปทีนึง ครั้งนี้เค้าแก้กฏหมายต่ออายุให้ดำรงตำแหน่งได้ 6 ปีต่อเทอม เป็นที่คาดว่าเค้าจะสามารถอยู่ได้จนถึงปี 2024 นับจากวันนี้ไปอีก 9 ปี ในขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาต้องเปลี่ยนอีก 2 คนใน 3 เทอม เกิดความได้เปรียบในความต่อเนื่อง และมันน่าสงสัยไหมว่าทำไมถึงต้องทำอย่างนี้ ที่แน่ๆเค้าแสดงให้โลกตะวันตกรู้แล้วว่า ประชาธิปไตยน่ะ ไม่ใช่เป้าหมายของเค้าคนนี้อย่างแน่นอน

เพื่อให้เห็น”ความเป็นนายปูติน”กันอย่างชัดๆเรามาเริ่มต้นกันลึกๆเลย

วลาดิเมียร์ ปูติน อายุ 16 ปี

วลาดิเมียร์ ปูติน อายุ 16 ปี

ในสมัยที่ยังเป็นสหภาพโซเวียต ตอนอายุ 16 เค้าเดินไปสมัครทำงานกับ KGB แต่โดนปฏิเสธบอกว่าให้ไปเรียนหนังสือมหาลัยมาให้จบก่อนค่อยกลับมาใหม่ เค้าก็กลับมาจริงๆและอยู่จนได้เป็นระดับสูงถูกส่งไปดำรงตำแหน่งที่เยอรมันจนกระทั่งเยอรมันตะวันออกตะวันตกรวมตัวกัน เค้าเลยตกงานกลับประเทศที่บ้านเกิดของเค้าที่เมืองเลนินกราดปัจจุบันเรียกว่า เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

นายปูตินตอนทำงานที่เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

นายปูตินตอนทำงานที่เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

Anatoly Sobchak ผู้ว่าการเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก นายของปูติน

Anatoly Sobchak ผู้ว่าการเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก นายของปูติน

การตกงานครั้งนี้เค้าได้รับการชักชวนให้มาเป็นรองผู้ว่าการเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ที่เมืองนี้คือเมืองหลวงแห่งแก๊งค์สเตอร์ที่คนที่บริหารเมืองจะต้องควบคุมให้อยู่ในกำมือให้ได้ เมื่อผู้ว่าการ Anatoly Sobchak ไม่อยากมือเปื้อน นายปูตินก็ได้มีโอกาสแสดงฝีไม้ลายมือที่ได้รับการฝึกมากว่า 16 ปีจากการเป็น KGB เค้า”เอาอยู่”ด้วยกันร่วมกันคอรัปชั่นเมืองทั้งแก๊งค์สเตอร์โกงเงินของเมือง ทุกอย่างมีหลักฐานหมดว่าพวกเค้าร่วมกันโกง และแล้วเมื่อถึงวันที่ผู้ว่าการเมืองหมดอายุการทำงาน คราวนี้แหละคือช่วง “เช็คบิล” ที่ประชาชนจะไม่เอาพวกผู้บริหารเดิม เป็นอีกครั้งนึงที่นายปูตินได้แสดงฝีมืออีกแล้ว

เมื่อหมดอำนาจผู้ว่าการเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ก็ไม่มีใครให้ความสนใจช่วยเหลือ แต่ นายปูตินคือคนๆเดียวที่ไม่ทอดทิ้งนาย ในขณะที่ชาวเมืองกำลังเตรียมจัดการกับผู้ว่าการเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก นายปูตินก็จัดฉากให้ผู้ว่าการเกิดเป็นโรคหัวใจกระทันหันในวันหยุดของประเทศที่ไม่มีใครสนใจจะออกมาสกัดกัน แล้วเรียกรถพยาบาลพาขึ้นเครื่องบินส่วนตัวบินออกนอกประเทศไป จากนั้นอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมาผู้ว่าการคนดังกล่าวก็ออกสื่อที่ฝรั่งเศสในสภาพสุขภาพสมบูรณ์เต็มที่ไม่มีร่องรอยของการเป็นคนป่วยโรคหัวใจแต่อย่างใด

ความจงรักภักดีของนายปูตินที่ไม่ทอดทิ้งเจ้านายเลื่องลือไปถึงเครมลิน ตอนนั้นนายเยลต์ซินกำลังป่วยๆและด้วยความที่สร้างวีรกรรมไว้เยอะ วีรกรรมด้านลบๆนะครับ เค้าเลยอยากให้มีใครสักคนที่มารับตำแหน่งแล้วปกป้องเค้าแบบที่นายปูตินทำให้กับผู้ว่าเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก จุดนี้เองคือจุดเปลี่ยนผันจากสายลับตกงานมากลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลของโลก 

นาย Boris Berezovsky

นาย Boris Berezovsky

นายปูตินได้รับการติดต่อจากนาย Boris Berezovsky ผู้ทรงอิทธิพลจากการสร้างความร่ำรวยจากการเปลี่ยนแปลงของประเทศในกลุ่มที่เรียกว่า Oligrach คนพวกนี้ฉลาดมาก เค้าควบคุมนายเยลต์ซิน มาได้ตลอดพอนายเยลต์ซินจะลงจากตำแหน่งก็หาคนมารับตำแหน่งแทน ด้วยความหวังว่าจะคุมนายปูตินได้ในฐานะที่เป็นผู้มีบุญคุณ แต่ที่ไหนได้ นายปูตินปราบปรามพวก Oligrach กระเจิงหนีออกนอกประเทศไปหมด

เยลต์ซิน กับ นายปูติน

เยลต์ซิน กับ นายปูติน

ย้อนกลับมาที่สิ่งที่นายปูตินไม่อยากให้โลกรู้ดีกว่าครับ ในปี 1999 เมื่อนายปูตินมาถึงก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีเลย แต่หากจะให้ได้เป็นประธานาธิบดีเลยมันคงยากที่จะได้รับการยอมรับเพราะ นายปูตินไม่ได้เป็นอะไรที่โด่งดังเลย คนก็แทบจะหาประวัติคุณงามความดีไม่ได้จะให้ชนะการเลือกตั้งได้อย่างไร จากนั้นอีกเพียงสองเดือนเกิดเหตุระเบิดตามอพาร์ทเม้นท์ที่พักของคนในมอสโคว์หลายแห่ง ผู้คนล้มตายไปกว่า 300 คน นายปูตินในฐานะนายกรัฐมนตรีออกมาแสดงความแข็งขันจะปราบคนที่วางระเบิดให้ได้ และโบ้ยความผิดไปยังเชชเนีย นายปูตินสั่งล้างแค้นด้วยการสั่งไปบอมบ์เชชเนียเป็นการแก้แค้น ผู้คนล้มตายไปเป็นพันในเชชเนียสังเวยความสะใจให้ชาวรัสเซีย นายปูตินได้ใจผู้คนเป็นอย่างยิ่ง 

ตึกที่โดนถล่มและมีความสูญเสียมากมาย

ตึกที่โดนถล่มและมีความสูญเสียมากมาย

แต่ปฏิบัติการณ์นี้ดันมีเรื่องพลาดคือ ดันมีการค้นพบระเบิดที่ใต้ตึกแห่งนึงก่อนที่มันจะระเบิดขึ้นมา คราวนี้กลายเป็นเรื่องเลย เพราะสังคมกำลังรอว่าเมื่อไหร่ทางการจะจับตัวคนวางระเบิดได้เสียที แต่ยังจับไม่ได้ ดันมีเหตุการณ์นี้แถมชนวนระเบิดดันเป็นแบบเดียวกันและทั้งหมดโยงไปที่คนของ FSB หรืออดีต KGB ทั้งหมด ต่อมาทาง FSB ออกมาแถว่าเป็นการ”ซ้อม” ประชาชนเริ่มไม่เชื่อละจากนั้นมากเหตุการณ์นี้ทำให้คนรัสเซียเริ่มฉุกคิดว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนวางระเบิด ชาวรัสเซียเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างจริงจัง ผ่านมาวันนี้ 16 ปีเข้าไปแล้วนายปูตินไม่เคยสั่งการให้สอบสวนเลย นี่มันยังไงกันแน่

เชชเนีย อยู่ตรงนี้

เชชเนีย อยู่ตรงนี้

จากเหตุการณ์ทั้งหมด นายปูตินกลายเป็นฮีโร่ครับเค้าได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นประธานาธิบดีของประเทศรัสเซีย แต่ เหตุการณ์บอมบ์ที่ทำให้มีคนล้มตาย และ เป็นเหตุอ้างให้เข้าไปถล่มเชชเนียยังคาใจผู้คนอีกมาก มีคนหลายคนที่พยายามสืบสาวเรื่องๆนี้ สุดท้าย ไม่ตายก็ติดคุก ก็ต้องหนีไปอยู่ประเทศอื่น คนที่ออกมาแฉเรื่องนี้ที่ดังที่สุดคือนาย Alexander Litvinenko อดีตสายลับคนนึงของรัสเซียแนวๆเดียวกับนายปูติน เค้าถึงกับต้องหนีไปอยู่ที่ลอนดอนเพราะเค้าออกมาแฉและคนก็สนใจเพราะเป็นพวก FSB ด้วยกัน เรื่องของนาย Litvinenko โด่งดังที่สุดเพราะ เค้าโดนลอบฆ่าด้วยการใช้ยาพิษที่เป็นสารกำมันตรังสี Polonium ที่โลกนี้มีที่ผลิตอยู่ที่เดียวคือ รัสเซีย

Litvinenko ผู้ที่อาจหาญออกมาแฉเรื่องระเบิดว่า FSB อยู่เบื้องหลัง

Litvinenko ผู้ที่อาจหาญออกมาแฉเรื่องระเบิดว่า FSB อยู่เบื้องหลัง

ชักยาวครับ เดี๋ยวอ่านแล้วเบื่อ เดี๋ยวไปต่อตอนที่ 4 กันนะครับ นายปูตินมาจากความเปลี่ยนแปลงของสหภาพโซเวียต และ มาเปลี่ยนแปลงรัสเซีย แต่ เค้าลงจากหลังเสือไม่ได้ ทำไงดี อ่านต่อตอนหน้านะครับ 

อ่านตอนที่ 4 คลิก

อ่าน ปัญหาในซีเรียใครเป็นใคร คลิก

 

รีวิวร้านสเต๊กอร่อยมากชื่อ Steak Jobs ที่หัวมุม Market & More

หัวมุม Market & More อ่านว่า หัวมุม มาร์เก็ต แอนด์ มอร์ เป็นตลาดนัดแห่งใหม่เปิดเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมานี้อยู่ที่หัวมุมถนนที่ตัดกันระหว่างถนน เลียบทางด่วน เอกมัยราม-อินทรา กับถนน เกษตร-นวมินทร์ ด้านที่จะไปทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครับ

ด้วยความที่ หัวมุม Market & More เป็นตลาดนัดแห่งนึง ข้าวของที่ขายก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่จากตลาดนัดทั่วๆไป แต่ทว่าสิ่งที่เด่นของที่นี่คือ มีร้านสเต๊กแห่งนึงเปิดขายครับ คุณภาพระดับโรงแรม แต่ราคาระดับเลียบพื้นนั่งชิลล์ๆลมเย็นๆ ฟังเพลงสบายๆ ร้านนี้ชื่อ Steak Jobs ครับ นัยว่าล้อเลียนมาจาก Steve Jobs นี่เอง

Logo ร้าน Steak Jobs สวยดีครับ

Logo ร้าน Steak Jobs สวยดีครับ

มาดูบรรยากาศกันครับ

บรรยากาศเมื่อมองออกไปจากร้านไปยังหัวมุม Market & More

บรรยากาศเมื่อมองออกไปจากร้านไปยังหัวมุม Market & More

บรรยากาศของร้านก็สบายๆครับ นั่งใต้ต้นไม้ที่อยู่ริมถนนเกษตร-นวมินทร์ บรรยากาศการกินก็เหมือนกับนั่งดูผู้คนที่เข้ามาซื้อของที่หัวมุม Market & More สาวๆก็น่ารักกันดีครับ มาดูเรื่องเกี่ยวกับอาหารกันดีกว่า

สเต๊กที่อยู่บนเตา

สเต๊กที่อยู่บนเตา

เดินเข้าไปชะโงกหน้าดูก็เห็นแม่ครัวคุณนีกำลังย่างสเต็กอยู่ ดูหนา นุ่ม และ  juicy น่ากินทีเดียวครับ เลยลองสั่งมาสักชิ้นนึง ไม่นึกเลยว่าตลาดนัดพื้นๆแบบ หัวมุม Market & More (หัวมุม มาร์เก็ต แอนด์ มอร์) จะมีอาหารดีๆ ร้านเก๋ๆแบบนี้ด้วย

เนื้อวากิวขนาด 350 กรัม ชิ้นเดียวอิ่มข้ามวันเลย

เนื้อวากิวขนาด 300 กรัม ชิ้นเดียวอิ่มข้ามวันเลย

สเต็กของที่ร้านจะเสริฟมากับถาดไม้หนาดูดีเชียวครับ อาหารจานนี้อร่อยมาก เป็นเนื้อวากิวขนาด 300 กรัม คุณภาพคับแก้ว แนะนำให้ทานกับแจ่วของที่ร้าน อื้ม อร่อยจริงๆครับ ผมกินไปจานเดียวอิ่มเลยไม่ได้ลองอย่างอื่น งั้นผมรีวิวบรรยากาศร้านแล้วกันนะครับ

ของในครัวของร้าน Steak Jobs

ของในครัวของร้าน Steak Jobs

น่าทานมากครับ ถาดใส่อาหารก็เท่จริงๆ

น่าทานมากครับ ถาดใส่อาหารก็เท่จริงๆ

มีนักกีต้าร์ฝีมือดีมาแสดงด้วยครับ

มีนักกีต้าร์ฝีมือดีมาแสดงด้วยครับ

หมวกพนักงานของร้านครับ

หมวกพนักงานของร้านครับ

บรรยากาศของ หัวมุม Market & More เป็นพื้นปูนมีห้องน้ำสะอาดสะอ้านแต่ต้องเสียเงิน 3 บาทเพื่อความสะอาดครับ ต้องเตรียมเงินให้พร้อมไม่งั้นอาจไม่ทัน

บรรยากาศชิลๆกับเครื่องดื่ม เหมาะสำหรับชมหนุ่มสาวที่มาเดินเล่น

บรรยากาศชิลๆกับเครื่องดื่ม เหมาะสำหรับชมหนุ่มสาวที่มาเดินเล่น

หัวมุม Market & More ก็มีร้านอาหารอร่อย น่านั่ง บรรยากาศไม่วุ่นวายกับผู้คนที่มาเดิน แต่ก็ซึมซับกับบรรยากาศได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับผู้ที่เดินซื้อของเสร็จแล้ว หรือ ผู้ที่จะมานั่งคอยแฟนที่ไปเดินซื้อของ หรือ แนวๆหมาแก่แบบผมมาชมสาวก็เพลินดีนะครับ ที่ Steak Jobs หัวมุม มาร์เก็ต แอนด์ มอร์ ครับ

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบพนมสารคาม คืออะไร ทานอย่างไร

หากสนใจจะไปชิม แนะนำที่นี่ครับ เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวปากหม้อในกรุงเทพ กทม. สำหรับคนที่ไม่อยากเดินทางไปถึงอำเภอ พนมสารคามก็ คลิก > ร้านเจ๊กบ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อต้นตำรับพนมสารคามแท้ๆ  ในกรุงเทพ

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบพนมสารคาม คืออะไร

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ เป็นชื่ออาหารที่ทำให้หลายๆคนคิดว่ามันคืออย่างเดียวกับข้าวเกรียบปากหม้อ อันที่จริงแล้วก็อาจนับว่าเหมือนกัน เพียงแต่ข้าวเกรียบปากหม้อนั้นจะมีไส้หวานเพียงไส้เดียว แต่ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อจะมีหลายไส้

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อที่เรากำลังพูดถึงนั้นเป็น ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อที่มาจากอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ประวัติที่แน่ชัดไม่มีการบันทึกไว้ แต่ก็พอจะฟังจากคำบอกเล่าของคนรุ่นเก่าๆพอมาเป็นประวัติของก๋วยเตี๋ยวปากหม้อได้ว่า 50 กว่าปีก่อน อาหารแบบนี้มาจากชาวจีนที่ทำข้าวเกรียบปากหม้อด้วยการใช้ผักกุ้ยช่ายเป็นไส้

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ไส้กุ้ยช่าย

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ไส้กุ้ยช่าย

ต่อมาชาวบ้านแถว ต. ท่าเกวียน อ.พนมสารคาม คงจะถือน้ำก๋วยเตี๋ยวมา

น้ำแกงก๋วยเตี๋ยวที่นำมากินกับข้าวเกรียบปากหม้อ

น้ำแกงก๋วยเตี๋ยวที่นำมากินกับข้าวเกรียบปากหม้อ

แล้วเอาข้าวเกรียบปากหม้อไส้กุ้ยช่ายใส่ลงไป แล้วกินแบบเกี๊ยวคือ เอาข้าวเกรียบปากหม้อไส้กุ้ยช่าย กินแทนเส้นก๊วยเตี๋ยว จากนั้นก็เริ่มลองเอาไส้ต่างๆเช่น ผัดถั่วฝักยาว ผัดหน่อไม้ ผัดถั่วงอก ผัดกระหล่ำปี ผัดหน่อไม้กุ้งแห้ง เอามาทำเป็นไส้ที่หลากหลายเหมือนทางเกี๊ยวหลากหลายรสชาตในเวลาเดียวกัน

ไส้ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อ แบบต่างๆ

ไส้ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อ เช่น ผัดกุ้ยช่าย ผัดถั่วฝักยาว ผัดหน่อไม้กุ้งแห้ง ผัดกระหล่ำปลี ไส้หวาน เป็นต้น

การกินก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบต้นตำรับพนมสารคาม ก็คือ นั่งล้อมวงรอบๆหม้อน้ำร้อนที่ใช้ในการนึ่งให้แผ่นแป้งสุกเพื่อที่จะห่อไส้อร่อยๆ โดยแม่ค้าจะค่อยๆทำก๋วยเตี๋ยวปากหม้อทีละคำๆ เพื่อแคะมาใส่ลงในชามก๋วยเตี๋ยวที่เราปรุงรอเอาไว้ แล้วกินทีละคำ ร้อนๆอย่างเอร็ดอร่อยครับ

นั่งล้อมวงเพื่อทานก๋วยเตี๋ยวปากหม้อทีละคำๆ

นั่งล้อมวงเพื่อทานก๋วยเตี๋ยวปากหม้อทีละคำๆ

วิธีการกินอย่างง่ายๆครับ

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบพนมสารคาม ทานอย่างไร (เอามาจากร้านเจ๊กบ)

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบพนมสารคาม ทานอย่างไร (เอามาจากร้านเจ๊กบ)

ถ้าสนใจจะไปลองชิมก๋วยเตี๋ยวปากหม้อในกรุงเทพแบบต้นตำรับ

แผนที่ไป ร้านเจ๊กบ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ในกรุงเทพ

แผนที่ไป ร้านเจ๊กบ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ในกทม.

ที่ร้านนอกจากจะมีก๋วยเตี๋ยวปากหม้อต้นตำรับพนมสารคามแท้ๆให้ทานกันแล้ว ก็ยังมี ข้าวขาหมูรสเด็ด ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ข้าวปีกไก่ตุ๋นอร่อยๆให้ได้ทานกันในราคาไม่แพงอีกด้วยครับ การเดินทางก็ไม่ยาก สำหรับผู้ที่อยู่ย่าน รามอินทรา รามคำแหง ลาดพร้าว พหลโยธิน เกษตร-นวมินทร์ เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ประดิษฐ์มนูธรรม ก็หาได้ไม่ยากเลยครับ อยู่ในซอยโยธินพัฒนา 3 ฝั่ง CDC ตรงข้ามคริสตัลปาร์ค หาง่าย มีที่จอดรถ และหากมาไกลกว่านั้นก็สามารถมาลงทางด่วนได้ไม่ยากเลยครับ

%d bloggers like this: