ประวัติและเรื่องราวของนายปูติน ที่ไม่อยากให้โลกรู้ (ตอนที่4)

มาต่อตอนที่ 4 กันครับ ย้อนอ่านตอนที่ 3 คลิก

Litvinenko ผู้ที่อาจหาญออกมาแฉเรื่องระเบิดว่า FSB อยู่เบื้องหลัง

Litvinenko ผู้ที่อาจหาญออกมาแฉเรื่องระเบิดว่า FSB อยู่เบื้องหลัง

นาย Alexander Litvinenko เดิมที่คิดว่าการหนีมาอยู่ที่ลอนดอนน่าจะรอดพ้นจากการลอบฆ่าได้ เค้ารู้ดีว่าเค้าอาจโดนลอบฆ่าได้ แต่ FSB หรือ Federal Securities Beareau หรือ KGB เก่าของรัสเซียก็ไม่กระจอก นาย Alexander Litvinenko ออกมาแฉเรื่องการบอมบ์อพาร์ทเม้นท์ในมอสโคว์ว่าไม่ใช่ฝีมือของเชชเนียหรอก แต่ เป็นพวก FSB นั่นแหละ การกระทำของนาย Alexander Litvinenko เป็นที่รับไม่ได้ แต่จะหาทางกำจัดอย่างไรดี

นาย Alexander Litvinenko เข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตในไม่กี่วันโดยที่แพทย์ของลอนดอนก็ไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่าเพราะอะไร จนกระทั่งเอาศพไปทดสอบด้วยเครื่องมือทางรังสีวิทยา เค้าพบว่านาย Alexander Litvinenko ได้รับสาร Polomium สารกัมมันตรังสีที่อันตรายมาก เค้าเลยไล่จนพบว่า นาย Alexander Litvinenko น่าจะกินน้ำชาจากห้องพักของเพื่อนชาวรัสเซีย นักสืบของลอนดอนจึงได้ที ตรวจสอบที่มาของสารบนแท็กซี่ และที่ต่างๆจนไปถึงเครื่องบิน ว่าบินมาจากไหน จนพบว่าทั้งหมดชี้ไปที่รัสเซีย คราวนี้เค้ามั่นใจแล้วว่า การตายของนาย Alexander Litvinenko ไม่ใช่เรื่องธรรมดาๆ

ตึกที่โดนถล่มและมีความสูญเสียมากมาย

ตึกที่โดนถล่มและมีความสูญเสียมากมาย

เหตุการณ์การระเบิดในมอสโคว์ปี 1999 ทำให้คนเกิดความสงสัยจนมีผู้ออกมาสืบสวน ศึกษา และไปจนถึงแฉเรื่องราว แต่ละคนมีเรื่องราวตามมาที่ไม่ดี ไม่ตายก็ติดคุก ก็ต้องหนีออกนอกประเทศ ทุกคนเริ่มปักใจว่า “นายใหญ่” คือคนที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นับตั้งแต่ที่นายปูตินเข้ามาเป็นประธานาธิบดี เค้าได้ผลักดันให้หน่วยงาน FSB หรืออดีต KGB เป็นหน่วยงานที่มีภาระกิจที่สำคัญ ศัตรูของรัฐบาลจะมีอนาคตที่ลำบากมากๆ FSB มีวิธีที่แยบยลที่จะทำให้ตามหาหลักฐานไม่เจอ ศัตรูทางการเมืองโดนเก็บไปมากมาย 

แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ เมื่อใครๆก็รู้ว่านายปูตินน่าจะอยู่เบื้องหลังของเรื่องราวเหล่านี้ ทำไม Popularity ของเค้าจึงสูงนักล่ะ คำตอบก็คือ นายปูตินเข้ามาทำสองอย่างครับ 

  1. สร้างความมั่นคงก้าวหน้าทางเศรษฐิกิจให้รัสเซีย (เราคงสังเกตุได้ว่า ก่อนหน้านี้เรามีชาวรัสเซียมาเที่ยวบ้านเราเป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน)
  2. สร้างความภาคภูมิใจให้กับชนชาวรัสเซียที่เสียความภูมิใจในประเทศไปหลังจากอาณาจักรสหภาพโซเวียตล่มสลาย พวกเค้าปลื้มนายปูตินเป็นอย่างมาก
เมื่อนายปูตินโดนลดความสำคัญ แม้กระทั่งภาพนี้ก็ให้ไปอยู่ขอบๆนอกความสนใจ เค้าเริ่มรู้แล้วว่า ยุโรปไม่เอาเค้า

เมื่อนายปูตินโดนลดความสำคัญ แม้กระทั่งภาพนี้ก็ให้ไปอยู่ขอบๆนอกความสนใจ เค้าเริ่มรู้แล้วว่า ยุโรปไม่เอาเค้า

ตอนแรกการเข้ามาของนายปูติน ทำให้โลกตะวันตกเกิดความหวังว่า นายปูติน คงจะเป็นนักประชาธิปไตยมาเปลี่ยนแปลงระบอบของรัสเซียให้เป็นไปในทางที่โลกตะวันตกชอบใจ หลังจากที่ผ่านสงครามเย็น ผ่านมาสู่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต มาจนวันที่นายปูตินดูท่าทางจะรักประชาธิปไตย แต่ พฤติกรรมของนายปูตินหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เค้าไม่ได้ทำอะไรที่เป็นสัญญลักษณ์ให้เห็นว่าเค้ากำลังจะผลักดันประเทศให้เข้าสู่โลกของทุนนิยมประชาธิปไตยเลยแม้แต่น้อยแถมยังไม่มีการผ่องถ่ายอำนาจให้ใครเลย ……… เอ นายปูตินนี่มันยังไงนะ

ข่าวคราวเรื่องการอยู่เบื้องหลังของกลุ่มอาชญากร กลุ่มนักฟอกเงิน กลุ่มคนคอรัปชั่นเริ่มออกมาสู่สาธารณะชนจากคนที่โดนนายปูตินข่มขู่จนต้องหนีออกนอกประเทศ พวกคนเหล่านี้ออกไปแฉเบื้องหลังอันขี้โกงของนายปูติน แต่เรื่องเหล่านี้ก็ไม่ใช่จะพ้นหูพ้นตาของนายปูติน เค้ารู้ดีว่าเค้ากำลังทำอะไร (แต่ผมไม่รู้นะครับ) เค้ารู้ว่าจุดอ่อนของเค้าคือ Popularity นี่แหละ เค้าจะต้องหาทางบริหารมันให้ได้ เค้าจะต้องใช้ความนิยมในตัวเค้าเป็นเกราะป้องกันตัวทำให้เค้าอยู่ในตำแหน่งได้อีกนานๆ  เค้าจะสู้กับกระแสลบๆที่ออกมาอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร ไม่ยากเลยสำหรับความเป็นนักวางแผนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีจาก KGB 

หากการบอมบ์อพาร์ทเม้นท์เป็นการสร้างศัตรู เพื่อสร้างความเป็นพระเอกให้กับตัวเค้าเคยเป็นกลยุทธ์ที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว เรื่องแบบนี้คงเป็นแนวทางที่เค้าชินที่จะใช้อีกครั้ง 

ในวันนี้ประชาชนมีความสุขที่เศรษฐกิจดีมีเงินในกระเป๋า คนจนน้อยลง คนตกงานน้อยลง ประเทศก็มีความมั่นคง ศัตรูของคนในชาติจะเป็นใครล่ะถ้ามันจะไม่ใช่ใครสักคนที่จะมาสร้างให้เกิดความ”ไม่”มั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประชาชน ปูตินมองแล้วเห็นว่า “ยุโรป” นี่แหละตัวดีเลย ทำไมเค้าจึงต้องตั้งเอายุโรปเป็นศัตรูล่ะ ? 

ท่อแก็ซและน้ำมันจากรัสเซียที่วิ่งไปหายุโรป ต้องผ่านยูเครน

ท่อแก็ซและน้ำมันจากรัสเซียที่วิ่งไปหายุโรป ต้องผ่านยูเครน

ยุโรปคือประเทศที่พึ่งพารัสเซียอย่างมากเพราะ ประเทศเหล่านั้นอากาศหนาวแต่ไม่มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพวกเค้าต้องซื้อจากรัสเซียเท่านั้น แต่ ยุโรปคือลูกกระจ๊อกของอเมริกา สักวันนึงยุโรปจะต้องมีอิทธิพลเหนือตัวเค้าแน่ คิดได้ดังนี้ก็หาทางสร้างภาพให้พวกยุโรปเป็นศัตรูเป็นภัยต่อความมั่นคงของคนในรัสเซียไว้ก่อนดีกว่า

ว้า ยาวเกินไปอีกแล้ว ผมคงต้องแบ่งออกเป็นตอนที่ 5 แล้วล่ะครับ ถ้ามันยาวเดี๋ยวจะดูไม่น่าอ่านนะครับ 

ตอนที่ 5 จะมาเล่าให้เข้าใจถึงที่มาของปัญหาในยูเครน ตลอดจนการที่นายปูตินต้องไปถล่ม ISIS ไกลถึงซีเรีย มันเกี่ยวข้องกับตัวนายปูตินอย่างไร คลิกที่นี่เพื่ออ่านตอนที่ 5

ประวัติของนายปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ในมุมที่ไม่อยากให้โลกรู้

หากได้อ่าน 2 บล็อกที่แล้วของผมคงจะจำกันได้ว่านายปูตินจับพลัดจับผลูจากการเป็นสายลับตกงานจนกลายมาเป็นประธานาธิบดีที่ทรงอิทธิพลของโลกในวันนี้ แต่บล็อกที่แล้วไม่ได้ลงในรายละเอียดเชิงลบที่เค้าดำเนินชีวิตมา บางทีอ่านเรื่องราวของเค้าจากบล็อกตอนนี้แล้ว อาจจะไม่ค่อยอยากปลื้มเค้าอย่างที่หลายคนกำลังปลื้มอยู่ก็เป็นได้

การกลับมาเป็นประธานาธิบดีครั้งนี้ของเค้าในปี 2012 หลังจากที่สลับให้นาย Dmitry Medvedev ผลัดเป็นประธานาธิบดีไปทีนึง ครั้งนี้เค้าแก้กฏหมายต่ออายุให้ดำรงตำแหน่งได้ 6 ปีต่อเทอม เป็นที่คาดว่าเค้าจะสามารถอยู่ได้จนถึงปี 2024 นับจากวันนี้ไปอีก 9 ปี ในขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาต้องเปลี่ยนอีก 2 คนใน 3 เทอม เกิดความได้เปรียบในความต่อเนื่อง และมันน่าสงสัยไหมว่าทำไมถึงต้องทำอย่างนี้ ที่แน่ๆเค้าแสดงให้โลกตะวันตกรู้แล้วว่า ประชาธิปไตยน่ะ ไม่ใช่เป้าหมายของเค้าคนนี้อย่างแน่นอน

เพื่อให้เห็น”ความเป็นนายปูติน”กันอย่างชัดๆเรามาเริ่มต้นกันลึกๆเลย

วลาดิเมียร์ ปูติน อายุ 16 ปี

วลาดิเมียร์ ปูติน อายุ 16 ปี

ในสมัยที่ยังเป็นสหภาพโซเวียต ตอนอายุ 16 เค้าเดินไปสมัครทำงานกับ KGB แต่โดนปฏิเสธบอกว่าให้ไปเรียนหนังสือมหาลัยมาให้จบก่อนค่อยกลับมาใหม่ เค้าก็กลับมาจริงๆและอยู่จนได้เป็นระดับสูงถูกส่งไปดำรงตำแหน่งที่เยอรมันจนกระทั่งเยอรมันตะวันออกตะวันตกรวมตัวกัน เค้าเลยตกงานกลับประเทศที่บ้านเกิดของเค้าที่เมืองเลนินกราดปัจจุบันเรียกว่า เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

นายปูตินตอนทำงานที่เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

นายปูตินตอนทำงานที่เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

Anatoly Sobchak ผู้ว่าการเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก นายของปูติน

Anatoly Sobchak ผู้ว่าการเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก นายของปูติน

การตกงานครั้งนี้เค้าได้รับการชักชวนให้มาเป็นรองผู้ว่าการเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ที่เมืองนี้คือเมืองหลวงแห่งแก๊งค์สเตอร์ที่คนที่บริหารเมืองจะต้องควบคุมให้อยู่ในกำมือให้ได้ เมื่อผู้ว่าการ Anatoly Sobchak ไม่อยากมือเปื้อน นายปูตินก็ได้มีโอกาสแสดงฝีไม้ลายมือที่ได้รับการฝึกมากว่า 16 ปีจากการเป็น KGB เค้า”เอาอยู่”ด้วยกันร่วมกันคอรัปชั่นเมืองทั้งแก๊งค์สเตอร์โกงเงินของเมือง ทุกอย่างมีหลักฐานหมดว่าพวกเค้าร่วมกันโกง และแล้วเมื่อถึงวันที่ผู้ว่าการเมืองหมดอายุการทำงาน คราวนี้แหละคือช่วง “เช็คบิล” ที่ประชาชนจะไม่เอาพวกผู้บริหารเดิม เป็นอีกครั้งนึงที่นายปูตินได้แสดงฝีมืออีกแล้ว

เมื่อหมดอำนาจผู้ว่าการเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ก็ไม่มีใครให้ความสนใจช่วยเหลือ แต่ นายปูตินคือคนๆเดียวที่ไม่ทอดทิ้งนาย ในขณะที่ชาวเมืองกำลังเตรียมจัดการกับผู้ว่าการเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก นายปูตินก็จัดฉากให้ผู้ว่าการเกิดเป็นโรคหัวใจกระทันหันในวันหยุดของประเทศที่ไม่มีใครสนใจจะออกมาสกัดกัน แล้วเรียกรถพยาบาลพาขึ้นเครื่องบินส่วนตัวบินออกนอกประเทศไป จากนั้นอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมาผู้ว่าการคนดังกล่าวก็ออกสื่อที่ฝรั่งเศสในสภาพสุขภาพสมบูรณ์เต็มที่ไม่มีร่องรอยของการเป็นคนป่วยโรคหัวใจแต่อย่างใด

ความจงรักภักดีของนายปูตินที่ไม่ทอดทิ้งเจ้านายเลื่องลือไปถึงเครมลิน ตอนนั้นนายเยลต์ซินกำลังป่วยๆและด้วยความที่สร้างวีรกรรมไว้เยอะ วีรกรรมด้านลบๆนะครับ เค้าเลยอยากให้มีใครสักคนที่มารับตำแหน่งแล้วปกป้องเค้าแบบที่นายปูตินทำให้กับผู้ว่าเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก จุดนี้เองคือจุดเปลี่ยนผันจากสายลับตกงานมากลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลของโลก 

นาย Boris Berezovsky

นาย Boris Berezovsky

นายปูตินได้รับการติดต่อจากนาย Boris Berezovsky ผู้ทรงอิทธิพลจากการสร้างความร่ำรวยจากการเปลี่ยนแปลงของประเทศในกลุ่มที่เรียกว่า Oligrach คนพวกนี้ฉลาดมาก เค้าควบคุมนายเยลต์ซิน มาได้ตลอดพอนายเยลต์ซินจะลงจากตำแหน่งก็หาคนมารับตำแหน่งแทน ด้วยความหวังว่าจะคุมนายปูตินได้ในฐานะที่เป็นผู้มีบุญคุณ แต่ที่ไหนได้ นายปูตินปราบปรามพวก Oligrach กระเจิงหนีออกนอกประเทศไปหมด

เยลต์ซิน กับ นายปูติน

เยลต์ซิน กับ นายปูติน

ย้อนกลับมาที่สิ่งที่นายปูตินไม่อยากให้โลกรู้ดีกว่าครับ ในปี 1999 เมื่อนายปูตินมาถึงก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีเลย แต่หากจะให้ได้เป็นประธานาธิบดีเลยมันคงยากที่จะได้รับการยอมรับเพราะ นายปูตินไม่ได้เป็นอะไรที่โด่งดังเลย คนก็แทบจะหาประวัติคุณงามความดีไม่ได้จะให้ชนะการเลือกตั้งได้อย่างไร จากนั้นอีกเพียงสองเดือนเกิดเหตุระเบิดตามอพาร์ทเม้นท์ที่พักของคนในมอสโคว์หลายแห่ง ผู้คนล้มตายไปกว่า 300 คน นายปูตินในฐานะนายกรัฐมนตรีออกมาแสดงความแข็งขันจะปราบคนที่วางระเบิดให้ได้ และโบ้ยความผิดไปยังเชชเนีย นายปูตินสั่งล้างแค้นด้วยการสั่งไปบอมบ์เชชเนียเป็นการแก้แค้น ผู้คนล้มตายไปเป็นพันในเชชเนียสังเวยความสะใจให้ชาวรัสเซีย นายปูตินได้ใจผู้คนเป็นอย่างยิ่ง 

ตึกที่โดนถล่มและมีความสูญเสียมากมาย

ตึกที่โดนถล่มและมีความสูญเสียมากมาย

แต่ปฏิบัติการณ์นี้ดันมีเรื่องพลาดคือ ดันมีการค้นพบระเบิดที่ใต้ตึกแห่งนึงก่อนที่มันจะระเบิดขึ้นมา คราวนี้กลายเป็นเรื่องเลย เพราะสังคมกำลังรอว่าเมื่อไหร่ทางการจะจับตัวคนวางระเบิดได้เสียที แต่ยังจับไม่ได้ ดันมีเหตุการณ์นี้แถมชนวนระเบิดดันเป็นแบบเดียวกันและทั้งหมดโยงไปที่คนของ FSB หรืออดีต KGB ทั้งหมด ต่อมาทาง FSB ออกมาแถว่าเป็นการ”ซ้อม” ประชาชนเริ่มไม่เชื่อละจากนั้นมากเหตุการณ์นี้ทำให้คนรัสเซียเริ่มฉุกคิดว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนวางระเบิด ชาวรัสเซียเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างจริงจัง ผ่านมาวันนี้ 16 ปีเข้าไปแล้วนายปูตินไม่เคยสั่งการให้สอบสวนเลย นี่มันยังไงกันแน่

เชชเนีย อยู่ตรงนี้

เชชเนีย อยู่ตรงนี้

จากเหตุการณ์ทั้งหมด นายปูตินกลายเป็นฮีโร่ครับเค้าได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นประธานาธิบดีของประเทศรัสเซีย แต่ เหตุการณ์บอมบ์ที่ทำให้มีคนล้มตาย และ เป็นเหตุอ้างให้เข้าไปถล่มเชชเนียยังคาใจผู้คนอีกมาก มีคนหลายคนที่พยายามสืบสาวเรื่องๆนี้ สุดท้าย ไม่ตายก็ติดคุก ก็ต้องหนีไปอยู่ประเทศอื่น คนที่ออกมาแฉเรื่องนี้ที่ดังที่สุดคือนาย Alexander Litvinenko อดีตสายลับคนนึงของรัสเซียแนวๆเดียวกับนายปูติน เค้าถึงกับต้องหนีไปอยู่ที่ลอนดอนเพราะเค้าออกมาแฉและคนก็สนใจเพราะเป็นพวก FSB ด้วยกัน เรื่องของนาย Litvinenko โด่งดังที่สุดเพราะ เค้าโดนลอบฆ่าด้วยการใช้ยาพิษที่เป็นสารกำมันตรังสี Polonium ที่โลกนี้มีที่ผลิตอยู่ที่เดียวคือ รัสเซีย

Litvinenko ผู้ที่อาจหาญออกมาแฉเรื่องระเบิดว่า FSB อยู่เบื้องหลัง

Litvinenko ผู้ที่อาจหาญออกมาแฉเรื่องระเบิดว่า FSB อยู่เบื้องหลัง

ชักยาวครับ เดี๋ยวอ่านแล้วเบื่อ เดี๋ยวไปต่อตอนที่ 4 กันนะครับ นายปูตินมาจากความเปลี่ยนแปลงของสหภาพโซเวียต และ มาเปลี่ยนแปลงรัสเซีย แต่ เค้าลงจากหลังเสือไม่ได้ ทำไงดี อ่านต่อตอนหน้านะครับ 

อ่านตอนที่ 4 คลิก

อ่าน ปัญหาในซีเรียใครเป็นใคร คลิก

 

รีวิวร้านสเต๊กอร่อยมากชื่อ Steak Jobs ที่หัวมุม Market & More

หัวมุม Market & More อ่านว่า หัวมุม มาร์เก็ต แอนด์ มอร์ เป็นตลาดนัดแห่งใหม่เปิดเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมานี้อยู่ที่หัวมุมถนนที่ตัดกันระหว่างถนน เลียบทางด่วน เอกมัยราม-อินทรา กับถนน เกษตร-นวมินทร์ ด้านที่จะไปทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครับ

ด้วยความที่ หัวมุม Market & More เป็นตลาดนัดแห่งนึง ข้าวของที่ขายก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่จากตลาดนัดทั่วๆไป แต่ทว่าสิ่งที่เด่นของที่นี่คือ มีร้านสเต๊กแห่งนึงเปิดขายครับ คุณภาพระดับโรงแรม แต่ราคาระดับเลียบพื้นนั่งชิลล์ๆลมเย็นๆ ฟังเพลงสบายๆ ร้านนี้ชื่อ Steak Jobs ครับ นัยว่าล้อเลียนมาจาก Steve Jobs นี่เอง

Logo ร้าน Steak Jobs สวยดีครับ

Logo ร้าน Steak Jobs สวยดีครับ

มาดูบรรยากาศกันครับ

บรรยากาศเมื่อมองออกไปจากร้านไปยังหัวมุม Market & More

บรรยากาศเมื่อมองออกไปจากร้านไปยังหัวมุม Market & More

บรรยากาศของร้านก็สบายๆครับ นั่งใต้ต้นไม้ที่อยู่ริมถนนเกษตร-นวมินทร์ บรรยากาศการกินก็เหมือนกับนั่งดูผู้คนที่เข้ามาซื้อของที่หัวมุม Market & More สาวๆก็น่ารักกันดีครับ มาดูเรื่องเกี่ยวกับอาหารกันดีกว่า

สเต๊กที่อยู่บนเตา

สเต๊กที่อยู่บนเตา

เดินเข้าไปชะโงกหน้าดูก็เห็นแม่ครัวคุณนีกำลังย่างสเต็กอยู่ ดูหนา นุ่ม และ  juicy น่ากินทีเดียวครับ เลยลองสั่งมาสักชิ้นนึง ไม่นึกเลยว่าตลาดนัดพื้นๆแบบ หัวมุม Market & More (หัวมุม มาร์เก็ต แอนด์ มอร์) จะมีอาหารดีๆ ร้านเก๋ๆแบบนี้ด้วย

เนื้อวากิวขนาด 350 กรัม ชิ้นเดียวอิ่มข้ามวันเลย

เนื้อวากิวขนาด 300 กรัม ชิ้นเดียวอิ่มข้ามวันเลย

สเต็กของที่ร้านจะเสริฟมากับถาดไม้หนาดูดีเชียวครับ อาหารจานนี้อร่อยมาก เป็นเนื้อวากิวขนาด 300 กรัม คุณภาพคับแก้ว แนะนำให้ทานกับแจ่วของที่ร้าน อื้ม อร่อยจริงๆครับ ผมกินไปจานเดียวอิ่มเลยไม่ได้ลองอย่างอื่น งั้นผมรีวิวบรรยากาศร้านแล้วกันนะครับ

ของในครัวของร้าน Steak Jobs

ของในครัวของร้าน Steak Jobs

น่าทานมากครับ ถาดใส่อาหารก็เท่จริงๆ

น่าทานมากครับ ถาดใส่อาหารก็เท่จริงๆ

มีนักกีต้าร์ฝีมือดีมาแสดงด้วยครับ

มีนักกีต้าร์ฝีมือดีมาแสดงด้วยครับ

หมวกพนักงานของร้านครับ

หมวกพนักงานของร้านครับ

บรรยากาศของ หัวมุม Market & More เป็นพื้นปูนมีห้องน้ำสะอาดสะอ้านแต่ต้องเสียเงิน 3 บาทเพื่อความสะอาดครับ ต้องเตรียมเงินให้พร้อมไม่งั้นอาจไม่ทัน

บรรยากาศชิลๆกับเครื่องดื่ม เหมาะสำหรับชมหนุ่มสาวที่มาเดินเล่น

บรรยากาศชิลๆกับเครื่องดื่ม เหมาะสำหรับชมหนุ่มสาวที่มาเดินเล่น

หัวมุม Market & More ก็มีร้านอาหารอร่อย น่านั่ง บรรยากาศไม่วุ่นวายกับผู้คนที่มาเดิน แต่ก็ซึมซับกับบรรยากาศได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับผู้ที่เดินซื้อของเสร็จแล้ว หรือ ผู้ที่จะมานั่งคอยแฟนที่ไปเดินซื้อของ หรือ แนวๆหมาแก่แบบผมมาชมสาวก็เพลินดีนะครับ ที่ Steak Jobs หัวมุม มาร์เก็ต แอนด์ มอร์ ครับ

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบพนมสารคาม คืออะไร ทานอย่างไร

หากสนใจจะไปชิม แนะนำที่นี่ครับ เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวปากหม้อในกรุงเทพ กทม. สำหรับคนที่ไม่อยากเดินทางไปถึงอำเภอ พนมสารคามก็ คลิก > ร้านเจ๊กบ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อต้นตำรับพนมสารคามแท้ๆ  ในกรุงเทพ

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบพนมสารคาม คืออะไร

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ เป็นชื่ออาหารที่ทำให้หลายๆคนคิดว่ามันคืออย่างเดียวกับข้าวเกรียบปากหม้อ อันที่จริงแล้วก็อาจนับว่าเหมือนกัน เพียงแต่ข้าวเกรียบปากหม้อนั้นจะมีไส้หวานเพียงไส้เดียว แต่ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อจะมีหลายไส้

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อที่เรากำลังพูดถึงนั้นเป็น ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อที่มาจากอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ประวัติที่แน่ชัดไม่มีการบันทึกไว้ แต่ก็พอจะฟังจากคำบอกเล่าของคนรุ่นเก่าๆพอมาเป็นประวัติของก๋วยเตี๋ยวปากหม้อได้ว่า 50 กว่าปีก่อน อาหารแบบนี้มาจากชาวจีนที่ทำข้าวเกรียบปากหม้อด้วยการใช้ผักกุ้ยช่ายเป็นไส้

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ไส้กุ้ยช่าย

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ไส้กุ้ยช่าย

ต่อมาชาวบ้านแถว ต. ท่าเกวียน อ.พนมสารคาม คงจะถือน้ำก๋วยเตี๋ยวมา

น้ำแกงก๋วยเตี๋ยวที่นำมากินกับข้าวเกรียบปากหม้อ

น้ำแกงก๋วยเตี๋ยวที่นำมากินกับข้าวเกรียบปากหม้อ

แล้วเอาข้าวเกรียบปากหม้อไส้กุ้ยช่ายใส่ลงไป แล้วกินแบบเกี๊ยวคือ เอาข้าวเกรียบปากหม้อไส้กุ้ยช่าย กินแทนเส้นก๊วยเตี๋ยว จากนั้นก็เริ่มลองเอาไส้ต่างๆเช่น ผัดถั่วฝักยาว ผัดหน่อไม้ ผัดถั่วงอก ผัดกระหล่ำปี ผัดหน่อไม้กุ้งแห้ง เอามาทำเป็นไส้ที่หลากหลายเหมือนทางเกี๊ยวหลากหลายรสชาตในเวลาเดียวกัน

ไส้ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อ แบบต่างๆ

ไส้ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อ เช่น ผัดกุ้ยช่าย ผัดถั่วฝักยาว ผัดหน่อไม้กุ้งแห้ง ผัดกระหล่ำปลี ไส้หวาน เป็นต้น

การกินก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบต้นตำรับพนมสารคาม ก็คือ นั่งล้อมวงรอบๆหม้อน้ำร้อนที่ใช้ในการนึ่งให้แผ่นแป้งสุกเพื่อที่จะห่อไส้อร่อยๆ โดยแม่ค้าจะค่อยๆทำก๋วยเตี๋ยวปากหม้อทีละคำๆ เพื่อแคะมาใส่ลงในชามก๋วยเตี๋ยวที่เราปรุงรอเอาไว้ แล้วกินทีละคำ ร้อนๆอย่างเอร็ดอร่อยครับ

นั่งล้อมวงเพื่อทานก๋วยเตี๋ยวปากหม้อทีละคำๆ

นั่งล้อมวงเพื่อทานก๋วยเตี๋ยวปากหม้อทีละคำๆ

วิธีการกินอย่างง่ายๆครับ

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบพนมสารคาม ทานอย่างไร (เอามาจากร้านเจ๊กบ)

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบพนมสารคาม ทานอย่างไร (เอามาจากร้านเจ๊กบ)

ถ้าสนใจจะไปลองชิมก๋วยเตี๋ยวปากหม้อในกรุงเทพแบบต้นตำรับ

แผนที่ไป ร้านเจ๊กบ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ในกรุงเทพ

แผนที่ไป ร้านเจ๊กบ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ในกทม.

ที่ร้านนอกจากจะมีก๋วยเตี๋ยวปากหม้อต้นตำรับพนมสารคามแท้ๆให้ทานกันแล้ว ก็ยังมี ข้าวขาหมูรสเด็ด ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ข้าวปีกไก่ตุ๋นอร่อยๆให้ได้ทานกันในราคาไม่แพงอีกด้วยครับ การเดินทางก็ไม่ยาก สำหรับผู้ที่อยู่ย่าน รามอินทรา รามคำแหง ลาดพร้าว พหลโยธิน เกษตร-นวมินทร์ เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ประดิษฐ์มนูธรรม ก็หาได้ไม่ยากเลยครับ อยู่ในซอยโยธินพัฒนา 3 ฝั่ง CDC ตรงข้ามคริสตัลปาร์ค หาง่าย มีที่จอดรถ และหากมาไกลกว่านั้นก็สามารถมาลงทางด่วนได้ไม่ยากเลยครับ

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ พนมสารคามแท้ๆในกรุงเทพ แผนที่ และเบอร์โทรศัพท์

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อในกรุงเทพ กทม. มีหลายเจ้า หากใครที่สนใจอยากจะทดลองไปทานก็ไม่ต้องไปถึงอ.พนมสารคามแล้ว แต่ถ้าอยากได้ชิมก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแท้ๆต้นตำรับทำโดยคนที่มาจากอ.พนมสารคามเลย อันนี้คงต้องพิจารณากันหรือสอบถามจากทางร้าน แต่ร้านก๋วยเตี๋ยวปากหม้อที่แนะนำนี้เป็นของคนพนมสารคามเลย ดังนั้นรับประกันประสบการณ์การกินก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบต้นตำรับแน่นอน

แต่ก่อนที่จะไปทานเรามาทราบตำนานก๋วยเตี๋ยวปากหม้อกันก่อนครับ

ต.ท่าเกวียน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ต้นกำเนิดของก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ

ต.ท่าเกวียน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ต้นกำเนิดของก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ แต่ตอนนี้หาทานได้ ในกรุงเทพ แล้ว

ตลาดท่าเกวียน อ.พนมสารคาม เป็นอำเภอของจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่นี่มีอาหารท้องถิ่นที่เกิดที่นี่และแทบจะหากินที่อื่นไม่ได้นอกจากที่อ.พนมสารคามเท่านั้น  ประวัติของก๋วยเตี๋ยวปากหม้อเกิดมากว่า 50 ปีแล้วที่ ตลาดท่าเกวียน อ.พนมสารคาม ตำนานเค้าบอกว่าคนจีนที่อาศัยอยู่ที่ตลาดท่าเกวียน อ.พนมสารคามตอนแรกก็ทำเป็นไส้กุ้ยช่ายขาย ต่อมาชาวไทยที่ตลาดท่าเกวียน อ. พนมสารคามนี่แหละ นำมากินกับน้ำก๋วยเตี๋ยว จากกุ้ยช่ายปากหม้อก็เลยกลายมาเป็นที่มาของก๋วยเตี๋ยวปากหม้อไปเลยวันนี้ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อได้แพร่เข้ามาที่กรุงเทพ

วันนี้จะพาไปชิมที่ร้านที่อยู่ ซอยโยธินพัฒนา 3 ถนน.เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ตรงข้ามร้านเพ้อ กทม. เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวปากหม้อร้านดัง ที่อยากแนะนำ หาไม่ยาก (อันที่จริงร้านนี้เคยขายอยู่ในปั๊มปตท. ถนนเกษตร-นวมินทร์มาก่อน) ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่นี่ สอบถามเส้นทางเพิ่มเติม 081-581-1956 ไม่ไกลจาก CentralFestival EastVille

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อพนมสารคามแผนที่

แผนที่ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อพนมสารคามในกทม.ใกล้ๆ  CentralFestival EastVille

เรามาดูขั้นตอนการกินกันครับ 

ลักษณะเด่นของก๊วยเตี๋ยวปากหม้อพนมสารคามคือการมีกระดูกหมูชิ้นใหญ่ๆแทะ

ลักษณะเด่นของก๊วยเตี๋ยวปากหม้อพนมสารคามคือการมีกระดูกหมูชิ้นใหญ่ๆแทะ

1 เลือกน้ำซุปและเครื่องกระดูกหมูชิ้นโต ขาไก่ ลูกชิ้นหรือเลือดหมู

ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อพนมสารคามในกรุงเทพ

ปรุงน้ำก๋วยเตี่ยวเพื่อรอก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ

2. ชิมเพื่อเตรียมปรุง ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบพนมสารคามจะมีการปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยวไว้รอ

เครื่องปรุงก๊วยเตี๋ยวปากหม้อพนมสารคาม ในกรุงเทพ

เครื่องปรุงที่จะขาดไม่ได้คือ ผักหั่นฝอยและกระเทียมเจียวกากหมูเพิ่มความหอมให้ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ

3. เราอาจจะคุ้นเคยกับคำว่าขนมปากหม้อหรือข้าวเกรียบปากหม้อ แต่ที่อาหารแบบนี้เรียกว่า ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อเพราะมีการทานตัวขนมหรือข้าวเกรียบปากหม้อนั้นกับน้ำก๋วยเตี๋ยวนั่นเอง ดังนั้น สิ่งที่เราจะต้องทำในการทานก๋วยเตี๋ยวปากหม้อคือ เลือกไส้ครับ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อพนมสารคามจะมีไส้ให้เลือกหลายอย่าง เราก็ลองชิมให้หมดก่อนแล้วค่อยจำกัดไส้ที่เราชอบอีกทีก็ได้

ชุดไส้ ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อพนมสารคาม หาทานได้ ในกรุงเทพ

ชุดไส้ ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อพนมสารคาม

4. คนทำก๋วยเตี๋ยวปากหม้อจะทำทีละชิ้นจากไส้แต่ละชนิดแล้ววางลงในชามก๋วยเตี๋ยวของเราทีละตัวๆ

ชุดไส้ ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อจะถูกนำไปวางบนแผ่นแป้งที่จะสุกจากไอน้ำเดือด

ชุดไส้ ก๊วยเตี๋ยวปากหม้อจะถูกนำไปวางบนแผ่นแป้งที่จะสุกจากไอน้ำเดือด

5. จะเลือกทานแบบก๊วยเตี๋ยวน้ำ อันที่จริงอาจเทียบก๋วยเตี๋ยวปากหม้อพนมสารคามได้กับเกี๊ยวก็ได้

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อในกรุงเทพ

ทางร้านจะเสิร์ฟให้เป็นชิ้นๆคำๆสดๆร้อนๆกันเลย

6. หรือจะทานแบบแห้งๆแบบนี้ก็ไม่ว่ากัน อร่อยไปอีกแบบครับ

ทานก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบแห้งๆก็อร่อยดี ในกรุงเทพ

หรือจะทานก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบแห้งๆก็อร่อยดี

ร้านที่เขียนแนะนำนี้ ดำเนินการโดยคุณกบ ผู้ที่เป็นชาวพนมสารคามแท้ๆ จึงสามารถทำก๋วยเตี๋ยวปากหม้อพนมสารคามแท้ๆได้อย่างดี

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อพนมสารคาม-เจ๊กบ

ด้วยความที่หาทานยากในกรุงเทพ จึงมีรายการโทรทัศน์แวะมาถ่ายทำไปเป็น ร้านแนะนำ อยู่เสมอ

รายการ ยองยองเหลา

หนังสือพิมพ์โพสต์ ทูเดย์มาชิม ร้านดัง ร้านแนะนำ

หนังสือพิมพ์โพสต์ ทูเดย์มาชิม ร้านดัง ร้านแนะนำ

มาถ่ายก่อนที่จะย้ายร้านมาอยู่ที่ปัจจุบันในซอย โยธินพัฒนา 3 ถนน ประดิษฐ์มนูธรรม หรือ ถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราครับ ตรงข้ามร้านเพ้อ สามารถมาสดวกในย่าน ลาดพร้าว รามอินทรา เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ เอกมัย เพชรบุรีตัดใหม่ รามคำแหง พหลโยธิน นวมินทร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ near Oun Hotel ก็สดวกครับ

สำหรับผู้ที่ต้องการชิมก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแบบพนมสารคามแท้ๆ ร้านดัง ร้านแนะนำ ในกทม. ก็สามารถมาที่นี่ได้ครับ เดินทางสดวกมีที่จอดรถเยอะ ไปมาทางด่วนสดวกมากครับ ขอบคุณครับ

รับข้อมูล ส่วนลด เมนูใหม่ๆทางไลน์@

รับข้อมูล ส่วนลด เมนูใหม่ๆทางไลน์@

Vellfire 2015 ช่วงล่างใหม่หมดจด นั่งสบาย เกาะถนนกว่าเดิม เพราะอะไร

รีวิว Toyota Vellfire 2015

ก่อนที่จะหันมาใช้ Vellfire 2015  ผมเองเคยใช้ Vellfire รุ่นแรกมาเป็นเวลา 4 ปีเต็ม จดจำความรู้สึกในการนั่งได้ตลอดว่า ค่อนข้างโคลง และ การเข้าโค้งมีความหวาดเสียวและเมื่อเปลี่ยนเลนด้วยความเร็วสูงจะต้องใช้ความระมัดระวังเพราะน้ำหนักจะถ่ายเทไปในทิศที่เรากำลังเปลี่ยนเลนทำให้การควบคุมรถมีความหวาดเสียว

Vellfire 2015 ที่นั่งสบายและเข้าโค้งได้ดีขึ้น

Vellfire 2015 ที่นั่งสบายและเข้าโค้งได้ดีขึ้น

แต่เมื่อมาใช้ Vellfire 2015 ZG Edition ได้สัก 2 สัปดาห์ก็พบถึงความแตกต่างดังนี้ครับ

1.Vellfire 2015  รถไม่โคลงเคลงเวลาเลี้ยวเข้าซอยหรือ เลี้ยวขึ้นที่จอดรถของห้าง

2.  การออกตัว คนนั่งหลังจะไม่รู้สึกโดนผลักไปให้ติดเบาะ

3. การเข้าโค้ง Vellfire 2015 มีความแม่นยำ ไต่ไปตามความโค้งของถนนได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการไถล

4. การตกหลุม หรือ ผ่านลูกระนาด Vellfire 2015 มีความนุ่มนวลขึ้น

ก็เกิดความสงสัยว่าทำไมเลยไปอ่านมาเลยได้คำตอบมาแชร์ครับ

เรามาดูกันครับว่า ระบบกันสะเทือนหลังของ Vellfire รุ่นก่อนเป็นระบบอะไร

ระบบช่วงล่างเดิมของ Vellfire เป็นระบบ Torsion Beam Rear Suspension ที่เบา ประหยัด แต่ ไม่เป็นระบบกันกระเทือนอิสระ

ระบบช่วงล่างเดิมของ Vellfire เป็นระบบ Torsion Beam Rear Suspension ที่เบา ประหยัด แต่ ไม่เป็นระบบกันกระเทือนอิสระ

Vellfire 2015 มีความเปลี่ยนแปลงจากระบบช่วงล่างหลังเดิมที่เป็นระบบ Torsion Beam Rear Suspension ที่น้ำหนักเบา ประหยัด ชิ้นส่วนน้อย ดูแลรักษาง่าย แต่ ไม่เป็นระบบกันกระเทือนอิสระ และเป็นระบบที่ไม่ทำให้ล้อมีความตั้งฉากกับถนนเวลาที่เข้าโค้งเพราะมีมุมบิด Camber ที่น้อย นี่คือสาเหตุที่ทำให้การเข้าโค้งไม่เนียน และการรับแรงกระแทกไม่ให้ความนุ่มนวลเท่าที่ควรเพราะไม่ได้เป็นระบบกันกระเทือนอิสระทั้งสองข้าง ทำให้เมื่อล้อข้างนึงมีความกระทบกระเทือนจากสภาพถนน ล้ออีกข้างที่ไม่ได้เจอปัญหานั้นก็ต้องรับความกระเทือนไปด้วย ส่งผลให้การนั่งไม่สบายเท่าที่ควร

นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้วิศวกรของโตโยต้าต้องรื้อระบบช่วงล่างหลังของ Vellfire 2015 ใหม่หมดครับ

แล้วระบบช่วงล่างหลังของ Vellfire 2015 เป็นระบบอะไร

ช่วงล่างหลังของ Vellfire 2015 เป็นระบบ Double Wishbone

ช่วงล่างหลังของ Vellfire 2015 เป็นระบบ Double Wishbone

เมื่อ Vellfire 2015 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถตู้แบบหรูหรา ดังนั้นทางโตโยต้าจึงคิดว่าจะมาเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย กับการประหยัดน้ำหนักเบา ชิ้นส่วนน้อย ดูแลรักษาง่าย แต่นั่งแล้วไม่สบายขับแล้วรู้สึกไม่มีเสถียรภาพ อย่ากระนั้นเลย รื้อระบบช่วงล่างหลังใหม่ให้เป็นระบบที่ดีดีกว่า นั่นคือระบบ Double Wishbone

ภาพกราฟฟิคอธิบายโครงสร้างพื้นฐานของระบบ Double Wishbone

ภาพกราฟฟิคอธิบายโครงสร้างพื้นฐานของระบบ Double Wishbone

Vellfire 2015 ลงทุนกับระบบ Double Wishbone นี่เพราะมันเป็นระบบที่ให้ความทรงตัวที่ดีกว่า ออกแบบโดยการมีแขนสองอันจับไปที่ล้อ และ ตัวโชคอัพยึดกับตัวถังรถ การที่ใช้ระบบสองแขน Double Wishbone หรือ Double Arm นี้ทำให้ล้อรถบิดเข้าออกได้ง่าย (ดูภาพประกอบ) ทำให้หน้ายางสัมผัสกับผิวถนนได้ดีกว่าในตอนเข้าโค้งเพราะหน้ายางจะตั้งฉากกับถนนเสมอ และ ที่สำคัญไม่มีแกนเหล็กกลางยึดสองล้อเข้าหากันแบบ Torsion Beam ทำให้การเคลื่อนที่ของล้อแต่ละข้างเป็นไปโดยอิสระ เมื่อล้อข้างหนึ่งตกหลุม อีกล้อหนึ่งก็ไม่มีผลกระทบไปด้วยทำให้รถมีเสถียรภาพมากขึ้น และนี่คือความสบายที่เพิ่มขึ้น

แต่ข้อเสียที่สำคัญของระบบ Double Wishbone คือ มีชิ้นส่วนเยอะ มีน้ำหนักที่มากกว่า ดูแลซ่อมแซมใช้เวลามากกว่าระบบ Torsion Beam

ภาพของช่วงล่างหลังของ Vellfire 2015 เมื่อมองจากด้านหลัง จะเห็น Arm ล่างเชื่อมกับตัวกลางเพื่อให้ล้อแต่ละข้างเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ

ภาพของช่วงล่างหลังของ Vellfire 2015 เมื่อมองจากด้านหลัง จะเห็น Arm ล่างเชื่อมกับตัวกลางเพื่อให้ล้อแต่ละข้างเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ

สำหรับผู้ที่ยังใช้ Vellfire เดิมอยู่ ผมว่ามันก็มีความได้เปรียบและไม่ได้เป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ได้เลยแต่อย่างใด

ผมเคยไปสอบถามร้านที่ชำนาญเรื่องช่วงล่าง เค้าแนะนำให้เปลี่ยนโช็คอัพครับให้เป็นระบบที่แข็งขึ้น จะทำให้แก้ปัญหาได้ดีทีเดียว ผมเองก็เกือบจะเปลี่ยนแล้วครับ พอดีขายคันเก่าไปได้ก่อน ก็เลยมีเรื่องมาเล่านี่แหละครับ

อ้อ ผมเคยเขียนบล็อกเรื่อง ระบบใหม่ที่สดวกขึ้นของกุญแจรีโมทของ Vellfire 2015 ไว้ด้วยครับสนใจก็คลิกเข้าไปอ่านได้นะครับ

ผมหวังว่าการนำประสพการณ์และการศึกษาช่วงล่างของ Vellfire 2015 มาเล่าให้ฟังคงจะทำให้ท่านได้รับประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ

กุญแจรีโมทรถ Vellfire 2015 กับเทคนิคที่ควรรู้

รีวิว Toyota Vellfire 2015

Vellfire 2015 ที่นั่งสบายและเข้าโค้งได้ดีขึ้น

Vellfire 2015 ที่นั่งสบายและเข้าโค้งได้ดีขึ้น

บทความเรื่อง Vellfire 2015 ช่วงล่างใหม่หมดจด นั่งสบาย เกาะถนนกว่า <– คลิก

สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ Vellfire 2015 จะได้รับกุญแจรีโมทหน้าตาแบบนี้มาครับ

กุญแจรีโมทของ Vellfire 2015 ด้านหน้า

กุญแจรีโมทของ Vellfire 2015 ด้านหน้า

Vellfire remote key 2015

กุญแจรีโมทของ Vellfire 2015 ด้านหลัง

หากเรามองดูก็จะเดาได้ว่ามันมีปุ่มแต่ละปุ่มไว้ทำอะไร แต่ มีปุ่มนึงบนกุญแจรีโมทของ Vellfire 2015 ที่น่าสนใจคือปุ่ม SET ครับ เจ้าปุ่ม SET ที่ว่านี่แหละที่มีความใหม่แตกต่างออกจากรุ่นเดิมของ Vellfire

มันมีไว้เพื่ออะไร มันมีไว้เพื่อ อำนวยความสดวกให้กับเราเวลาที่เราอุ้มลูก อุ้มหลาน หรือ ถือของมาเต็มสองมือและไม่อยากจะวางของลงกับพื้นเพราะกลัวเลอะ หรือ กลัวเปียก หรือ เหตุผลอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เราไม่สดวกที่จะหยิบกุญแจรีโมทออกมาเพื่อเปิดประตูรถที่จอดไว้ Vellfire 2015 ก็มี Function นี้อำนวยความสดวกคือ ประตูรถด้านที่เรากำหนดจะเปิดให้เอง เพียงแค่เราเดินเข้าไปใกล้ๆตัวรถ เพื่อเราจะได้ วางลูก วางหลาน วางเด็ก หรือข้าวของลงในรถได้โดยไม่ต้องหยิบกุญแจออกมา

มาดูกันครับว่า กุญแจรีโมทของ Vellfire 2015 จะทำงานเพื่ออำนวยความสดวกให้เราด้วยการใช้ปุ่ม SET นี้อย่างไร

Push SET button until 2 orange light grow

กดปุ่ม SET ค้างไว้สักพัก ไฟสีส้มจะติดขึ้นมาที่ปุ่มเปิดประตูสไลด์

1. จากจุดที่เรากำลังจะหิ้วของ เช่น ก่อนที่จะอุ้มลูกจากในบ้าน หรือ ก่อนที่จะออกจากร้านขายของ กดปุ่ม SET บนกุญแจรีโมทของ Vellfire 2015 ค้างไว้สักพัก ไฟสีส้มจะติดขึ้นมาที่ปุ่มเปิดประตูสไลด์

Select one of sliding door button

เลือกประตูสไลด์บานที่เราต้องการให้เปิดให้เราวางของ

2. เมื่อเรารู้ว่า เราจะเดินไปเข้ารถทางไหน ก็ให้กดเลือกปุ่มบนกุญแจรีโมทของ Vellfire 2015 ประตูสไลด์บานที่เราต้องการให้เปิดให้เราวางของ

3. เมื่อเราเดินไปยัง Vellfire 2015 ประตูด้านที่เราต้องการจะเปิดออกให้เราโดยอัตโนมัติแม้ว่ารถจะล็อกอยู่ก็ตาม

สดวกไหมครับ

Thaifex 2015 สิงห์ คอร์เปอเรชั่นสยายปีกครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์

ด้วยความที่สิงห์ คอร์เปอเรชั่น อยู่คู่กับสังคมไทยและมีสินค้าเบียร์ไทยตราสิงห์ออกไปขายทั่วโลกมาเป็นเวลากว่า 80 ปีแล้ว หลายคนยังมองสิงห์ว่าเป็นบริษัทผู้ผลิตเบียร์เท่านั้น วันนี้ที่งาน Thaifex 2015 สิงห์จึงประกาศให้โลกรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรสิงห์ในแวดวงอุตสาหกรรมอาหาร ด้วยการขนสินค้านานับชนิดมาออกงาน Thaifex 2015 แนวคิดของงานที่แสดงออกมาเป็นอย่างไร มาฟังจากปากของคุณภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ สายอาหารและเครื่องดื่ม สิงห์ คอร์เปอเรชั่นกันครับ

Ready to eat food at Thaifex 2015 at Singha Corporation Booth

อาหารสำเร็จรูปที่พร้อมรับประทานวันนี้สิงห์ก็มีมาให้ชิมที่งาน Thaifex 2015

สัมภาษณ์ : วันนี้สิงห์แตกไลน์สินค้าออกไปมากมาย และใช้โอกาสของงาน Thaifex 2015 เพื่อประกาศให้โลกรู้ ทางสิงห์มีคอนเซ็ปท์การออกแบบบูธในงาน Thaifex 2015 นี้อย่างไรครับ

คุณภูริตในงาน Thaifex 2015 ปีนี้ สิงห์ คอร์เปอเรชั่นนำ Concept ว่า Singha, Taste of Life มาพัฒนาเป็นแนวทางการออกแบบบูธ เพื่อสะท้อนแนวคิดว่าผลิตภัณฑ์ของสิงห์ สามารถเป็นส่วนนึงของชีวิตคนในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี งาน Thaifex 2015 จึงเป็นโอกาสในการที่สิงห์จะสะท้อนภาพพจน์นี้ออกสู่ผู้บริโภคและผู้ที่มาเยี่ยมงาน Thaifex 2015 จากต่างประเทศ

Thaifex 2015 also has tea from Singha Corporation

ชาคุณภาพดีเยี่ยมจากไร่ที่เชียงรายก็ถูกนำเสนอในงาน Thaifex 2015

สัมภาษณ์ : สินค้าที่นำมาแสดงวันนี้ เน้นการขายในเมืองไทยหรือเน้นการส่งออกมากกว่ากัน

คุณภูริต : แน่นอนครับ งาน Thaifex 2015 มีคนเข้าเยี่ยมชมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สินค้าที่เรานำมาเสนอก็ทำขึ้นมาเพื่อลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติครับ แม้กระทั่งชาที่เราทำที่ไร่บุญรอดหรือสิงห์ปาร์ค เชียงราย เราก็ยังส่งออกด้วยการร่วมมือกับบริษัทชาเก่าแก่และมีชื่อเสียงอย่าง Maruzen ที่ยกโรงงานมาจากญี่ปุ่นมาเพื่อผลิตและส่งออก สามารถทดลองชิมได้เลยนะครับว่า ชาเขียวแบบญี่ปุ่นแท้ๆรสชาติเป็นอย่างไร

Thai rice from Singha Corporation also displayed at Thaifex 2015

ข้าวไทยตราพันดี ก็ถูกนำมาแสดงในงาน Thaifex 2015 ด้วย

สัมภาษณ์ : การออกแบบบูธดูน่าเข้าไปเดินดูมากเลยครับ มีแนวคิดในการออกแบบอย่างไร

คุณภูริตรูปแบบการดีไซน์นำความคิดของ “ครัวในบ้าน” ที่ทันสมัยแนว Contemporary Bar & Cafe ที่ให้บรรยากาศเป็นกันเอง น่าเดินเข้าไปเยี่ยมเยือนเพื่อพบกับความหลากหลายของสินค้าที่นอกเหนือไปจาก เครื่องดื่มเบียร์ น้ำดื่ม และโซดาแล้ว Thaifex 2015 ครั้งนี้สิงห์ก็มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเช่น อาหารสำเร็จรูป กาแฟ DVSดอยช้างที่มาในรูปของเมล็ดกาแฟ เครื่องชง และ แคปซูล นอกจากนี้ก็ยังมีผลิตภัณฑ์จากสิงห์ปาร์คเชียงราย เช่น ชาอู่หลง ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ Maruzen มาร่วมออกงาน Thaifex 2015 ด้วยนะครับ

Hesco Snack Company in Thaifex 2015

บริษัท Hesco บริษัทในเครือของ Singha Corporation ก็มาออกงาน Thaifex 2015

สัมภาษณ์ : แล้วทางสิงห์ผลิตสินค้าเอง พัฒนาสินค้าเองทั้งหมดเลยไหมครับ

คุณภูริต : เรามีทั้งสองแบบทั้งที่พัฒนาสินค้าเอง และ ร่วมกับบริษัทข้างนอกที่มีความชำนาญในการผลิตอาหารหลากหลายชนิด เราเข้าไปร่วมทำงานกันและมีการถือหุ้นกันเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับพาร์ตเนอร์ของเราด้วยครับ เราจึงมีสินค้าที่หลากหลายและมีคุณภาพที่ดีจากการร่วมมือกันครับ

noone is hungry at Thaifex 2015

ใครที่มางาน Thaifex 2015 คงไม่มีใครหิว ถ้ามาที่บูธของ Singha Corporation

สัมภาษณ์ : คุณภูริตมีอะไรจะฝากไปถึงผู้ที่กำลังอ่านบทความนี้ไหมครับ

คุณภูริต : ผมอยากฝากบอกว่า งาน Thaifex 2015 นี้เป็นงานที่คนไทยมาแล้วจะภูมิใจครับ เราจะได้เห็นความก้าวหน้าของวงการอาหารของเมืองไทยที่ไม่แพ้ต่างชาติ ผมเดินดูมาทั่วแล้วก็รู้สึกดีใจกับพัฒนาการของประเทศเรา และ สิงห์ คอร์เปอเรชั่นเองก็ภูมิใจที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาวงการอาหารของไทย มางาน Thaifex 2015 อย่าลืมแวะมาที่บูธของสิงห์ กันนะครับ ขอบคุณมากครับ

Invite to visit Singha Corporation booth at Thaifex 2015

มางาน Thaifex 2015 อย่าลืมแวะมาที่บูธของสิงห์ กันนะครับ

เบียร์ยี่ห้อสงกรานต์ ผลิตโดย บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัดในปี 2478

วันสงกรานต์เมื่อ 80 ปีก่อนหรือในปีพ.ศ. 2478 เราเคยมีเบียร์ยี่ห้อ สงกรานต์ ออกมาร่วมเฉลิมฉลองวันสงกรานต์กันดัวยครับ

จึงเป็นเบียร์ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อการขายระยะสั้นเพื่อการกระตุ้นความสนใจ

ตอนนั้นเรายังไม่ได้เปลี่ยนมายึดวันที่ 1 มกราคมเป็นวันปีใหม่ จนกระทั่ง 1 มกราคม พ.ศ. 2484 เราจึงย้ายวันปีใหม่มาเป็นแบบปัจจุบัน

ดังนั้นเบียร์สงกรานต์นี้ จึงเป็นเบียร์ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อการฉลองปีใหม่ในวันที่เราเรียกวันสงกรานต์ว่า วันปีใหม่กันนั่นเองครับ

เบียร์ยี่ห้อสงกรานต์ ผลิตโดย บูญรอดบริวเวอรี่

เบียร์ยี่ห้อสงกรานต์ ผลิตโดย บูญรอดบริวเวอรี่ ในปี 2478

โฆษณาเบียร์ ยี่ห้อสงกรานต์ เพื่อเชิญชวนให้รับรู้และสนใจ ในปี 2478

โฆษณาเบียร์ ยี่ห้อสงกรานต์ เพื่อเชิญชวนให้รับรู้และสนใจ ในปี 2478

ผลิตโดยบุญรอดบริวเวอรี่ ครับ

ภาพจาก : MD Newsletter ประจำเดือนเมษายน 2558

เครดิตภาพ : คุณสรวิช ภิรมย์ภักดี

แผนที่ร้าน Kitaohji พร้อมคำอธิบายง่ายๆ Map to Kitaohji 北大路 Thonglor 8

การเดินทางเพื่อไปทานอาหารญี่ปุ่นแนว Keiseki จากร้านที่มีชื่อเสียงจากประเทศญี่ปุ่นกว่า 70 ปีที่ชื่อ Kitaohji (北大路) ที่เพิ่งมาเปิดดำเนินการที่เมืองไทย สามารถไปได้ง่ายๆทั้งทางรถยนต์และรถไฟฟ้า เพราะร้าน Kitaohji (北大路) นี้อยู่ที่ถนนทองหล่อ ซอย 8 หรือ ถนนสุขุมวิท ซอย 55 แยก 8 นี่เอง

แผนที่การไปร้าน Kitaohji (北大路)

แผนที่การไปร้าน Kitaohji (北大路) ร้านอาหารแนว Keiseki แท้ๆจากญี่ปุ่น

1. หากท่านต้องการเดินทางมายังร้าน Kitaohji (北大路)ด้วยรถยนต์หรือทาง BTS จากทางถนนสุขุมวิท ก็ขอให้เข้ามาทางปากซอยสังเกตุตึก Eight เพราะร้าน Kitaohji (北大路) จะอยู่ในซอยทองหล่อ 8 ที่อยู่ถัดจากตึก Eight นั่นเอง  โดยสถานี BTS จะอยู่ที่ปากซอยทองหล่อ พอดีครับ

2. หากท่านต้องการเดินทางมายังร้านKitaohji (北大路) โดยเดินทางมาจากซอยเอกมัยจากทางเพชรบุรี ท่านก็เลี้ยวขวาเข้าที่ซอยเจริญสุข เมื่อมาถึงถนนทองหล่อท่านก็เลี้ยวซ้าย ออกมาแล้วก็จะเจอซอย 8 อยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงตึก Eight จากนั้นก็เลี้ยวเข้าไปได้เลย

3.หากท่านต้องการเดินทางมายังร้านKitaohji (北大路) โดยเดินทางมาจากซอยเอกมัยจากทางถนนสุขุมวิท ท่านก็เลี้ยวซ้ายเข้าที่ซอยเจริญสุข เมื่อมาถึงถนนทองหล่อท่านก็เลี้ยวซ้าย ออกมาแล้วก็จะเจอซอย 8 อยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงตึก Eight จากนั้นก็เลี้ยวเข้าไปได้เลย

4. เมื่อเข้าซอยทองหล่อ 8 ไปเพียง 200 เมตร ท่านจะพบสามแยก ให้เลี้ยวไปทางขวา ท่านจะพบร้าน  Kitaohji (北大路) อยู่ทางขวามือ ทันที

บรรยากาศหน้าร้าน  Kitaohji (北大路)

บรรยากาศหน้าร้าน Kitaohji (北大路)

Kitaohji 北大路 Map

ทางเดินที่สวยงาม นำท่านเข้าสู่ร้าน Kitaohji 北大路

ทางร้าน  Kitaohji (北大路) จะมีที่จอดรถจำนวนไม่มากอยู่ทางซ้ายมือของร้านอาหารครับ การเดินทางมายังร้าน  Kitaohji (北大路) จะต้องทำการจองล่วงหน้า เพราะร้าน  Kitaohji (北大路) เป็นอาหารแนว Keiseki ที่มาเป็นชุดที่จัดไว้ล่วงหน้านะครับ

เมื่อมีแผนที่แล้ว ไปถูกแล้ว ก็จองกันเลยครับที่ 061-387-3207 ร้าน Kitaohji (北大路) จะเปิดเวลา 17:00 – 23:00 น. หยุดทุกวันจันทร์นะครับ

แถมบรรยากาศภายในร้าน Kitaohji (北大路)เมื่อเดินทางมาแล้วแทบไม่อยากออกไปเลยครับ

แผนที่การเดินทาง ร้าน Kitaohji (北大路)

บรรยากาศในร้าน Kitaohji (北大路)

แผนที่การเดินทาง Kitaohji (北大路)

บรรยากาศในร้าน Kitaohji (北大路)

%d bloggers like this: